เฉินยี่เจี๋ย
ฮ่องกง
ที่ด้านหน้าของวิลล่าสีขาวสไตล์ตะวันตกขนาดเล็ก หูซงหนาน กำลังรดน้ำดอกไม้อยู่ในลาน
นี่คือบ้านของลูกชายของเขาที่ทำงานอยู่ที่ฮ่องกง ถึงมันจะเป็นวิลล่าขนาดเล็กแต่อย่าไปดูถูกมันเชียว เพราะคนที่สามารถอาศัยอยู่ในวิลล่าของฮ่องกงได้นั้น ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป!
หูซงหนาน เขาได้กลับมาอาศัยอยู่กับลูกชายได้เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่เขาไม่ได้ออกไปไหนมากนัก ด้วยเหตุผลที่เขาเป็นคนที่รักสงบ แต่เขาก็จะมีกิจกรรมบางอย่างเพื่อคลายเหงา เช่น การเล่นเปียโนหรือปลูกดอกไม้
ลูกหลานก็ให้การต้อนรับเขาอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม คนหนุ่มสาวก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง!
"พ่อครับ ไปกันเถอะ!" ชายวัยกลางคนที่อายุเกือบห้าสิบพูดด้วยความเคารพ
นี่คือลูกชายคนโตของชายชรา ชื่อ หูหยงเซียง เป็นเจ้าของบริษัท เทียนเซียง เรคคอร์ด และเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านดนตรี อันดับสี่ใน ฮ่องกง แม้จะห่างเหินกับบิดา แต่เขาก็ยังแสดงความเคารพต่อบิดาของเขา
“ฉันแก่ขนาดนี้แล้ว ยังจะให้ฉันช่วยอะไรเธออีก” หูซงหนานนั่งในรถของลูกชายพึมพำว่า “ฉันไม่ใช่อาจารย์สอนดนตรีอีกแล้วนะ แล้วจะให้ยังฉันไปสอนนักดนตรีหนุ่มๆ ในบริษัทของเธออีกหรอ!"
หูหยงเซียง ยิ้มเล็กน้อย: "พ่อ พ่อเป็นครูมาตั้งหลายปีแล้ว และมีประสบการณ์มากมาย แค่ช่วยกำกับเพลงของนักดนตรีในบริษัทเท่านั้น! คงไม่มีใครเหมาะไปกว่าอีกพ่อแล้วล่ะ!"
อันที่จริง เขาแค่พูดไปอย่างนั้นแหละ
เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับตำแหน่งผู้กำกับเพลงมาก่อน! แต่แค่ หูหยงเซียง ต้องการให้พ่อของเขามีสุขภาพแข็งแรง เคลื่อนไหวให้มากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเขามาถึงบริษัท หูซงหนาน ได้เข้าไปทักทายคนที่มายืนรอต้อนรับด้วยรอยยิ้ม และพูดคุยกับผู้บริหารของบริษัทที่ลูกชายเรียกมาอย่างอ่อนโยน
“ท่านคะ ปู่หูสามารถพูดภาษาพื้นเมืองได้ไหมคะ?” เย่เสี่ยวเฟิงเลขาของหูหยงเซียงถามด้วยภาษาจีนกวางตุ้ง เย่เสี่ยวเฟิง เธอเป็นเด็กผู้หญิงและเป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นในบริษัท (T:ภาษาฮ่องกง ใช้ภาษาจีนกวางตุ้งเป็นหลัก มีจีนกลาง (ตัวเต็ม)นิดหน่อย ส่วนจีนแผ่นดินใหญ่ใช้ภาษาจีนกลาง (ตัวย่อ) เป็นหลักนะครับ)
"ฉันพูดได้ ตอนฉันยังเป็นเด็กฉันเรียนที่ฮ่องกงนะ" หูซ่งหนานพยักหน้าและยิ้มตอบ
“เสี่ยวเฟิงแม้ว่าเขาจะมาจากแผ่นดินใหญ่ อย่าประมาท!” หูหย่งเซียงไม่พอใจเล็กน้อย เพราะชายชราเป็นไอดอลของเขามาตั้งแต่เด็กๆ
“เขาเป็นศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านดนตรี และเขายังถูกเชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนดนตรี ในมหาลัยชื่อดังในประเทศเยอรมนี ยังอีก….”
แม้ว่าหูหย่งเซียงจะไม่มีพรสวรรค์ด้านดนตรีและมีความสำเร็จที่จำกัด เพียงแค่มองดูท่าทางตื่นเต้นของเขา คุณคงจะรู้ว่าพ่อของเขามีอิทธิพลต่อเขามากเพียงใด!
"น่าทึ่งมาก?" ดวงตาของเย่เสี่ยวเฟิง ดูเป็นประกาย
"นั่นมันเป็นเพียงแค่เรื่องในอดีต ตอนนี้ฉันต้องการสื่อสารกับพวกเธอ คนหนุ่มสาว และฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับเพลงป๊อปสักเท่าไหร่ในอนาคตฉันคงต้องขอคำแนะนำจากพวกเธอแล้วล่ะ!" หู ซงหนาน หัวเราะและพูดอย่างสุภาพ
หลังจากคุยกันได้สักพัก หูหย่งเซียงก็ขอให้เลขาฯ ไปกับพ่อของเขา เพราะในบริษัทมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังรอให้เขาไปจัดการ
เย่เสี่ยวเฟิงไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร เธอจึงพาชายชราไปเดินเล่นแล้วแนะนำเกี่ยวกับแผนกต่างๆ และไปสถานที่ที่น่าสนใจของบริษัท โดยทำตัวเป็นไกด์นำเที่ยว
"...นี่คือสตูดิโอบันทึกเสียงของเราค่ะ บนชั้นห้าและชั้นหกมีห้องบันทึกเสียงอยู่แปดห้อง บางครั้งก็ถูกเช่าจากค่ายเพลงเล็กๆ แน่นอนว่าส่วนใหญ่มักถูกใช้โดยนักร้องของบริษัทเรา"
เย่เสี่ยวเฟิงไม่เชี่ยวชาญในธุรกิจมากนัก แต่เธอก็ยังเป็นไกด์ที่ดี เธอเห็นการแสดงออกถึงความสนใจของหูซ่งหนาน และเดินช้าๆ
"คุณปู่หูคะ เดี๋ยวหนูจะไปดูว่ามีห้องไหนว่างบ้าง เพื่อที่เราจะได้เข้าไปลองใช้กันนะคะ" เย่เสี่ยวเฟิงหยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาแล้วยิ้ม
หูซงหนาน เขาพยักหน้าและพูดว่า "ไม่ต้องหาห้องว่างหรอก เอาห้องที่มีคนใช้อยู่นะ ฉันอยากเห็นส่วนการทำงาน และฉันไม่รบกวนพวกเขามากนักหรอก"
“ฮี่ฮี่ ไม่รบกวนหรอกคะ? คำแนะนำของปู่หูคือพรของพวกเขา!” เย่เสี่ยวเฟิงกล่าวอย่างอ่อนหวาน
เธอหาเจอในไม่นาน และมันเป็นสตูดิโอบันทึกเสียงของนักร้องชายระดับเอซของบริษัท เฉิน ยี่เจี๋ย ใช้ไม่มีปัญหาในการสื่อสารเลย พ่อของเจ้านายอยากดู ใครจะกล้าปฏิเสธล่ะ?
แน่นอนว่า เฉินยี่เจี๋ย (T: เฉินยี่เจี๋ย หรือ อีสันเฉิน คือคนเดียวกันนะครับ) เองก็เป็นคนถ่อมตัวเช่นกัน นอกจากนี้ เขายังเล่าสถานการณ์ปัจจุบันของเขาให้ หู ซงหนาน ฟังว่า "... ล่าสุดผมเตรียมที่จะออกอัลบั้มใหม่ในปีนี้ และผมต้องการเพลงใหม่….!"
เฉินยี่เจี๋ย เป็นนักร้องชายที่ร้อนแรงที่สุดของเทียนเซียงเรคคอร์ด และเขามีความสามารถในการร้องเพลงที่สูงมาก เขาถึงกับสามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับนักร้องดังสี่คนของฮ่องกงได้เลย
อย่างไรก็ตาม นักร้อง-นักแต่งเพลง ความสามารถของเขาผ่านพ้นไปตามกาลเวลา! เพลงของเขาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาขายได้ไม่มากเหมือนเมื่อก่อน
ดังนั้นในปีนี้ เฉินยี่เจี๋ย ตั้งใจจะออกอัลบั้มใหม่ ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงตัดสินใจช่วยเขารวบรวมเพลง
“เพลงที่ผมแต่งกับเพลงที่บริษัทช่วยรวบรวมมาให้ ก็เพียงพอที่จะออกอัลบั้มแล้ว! แต่ผมยังขาดเพลงโปรโมทอยู่!” เฉิน ยี่เจี๋ยยิ้มอย่างขมขื่น “ผมนั่งฟังอย่างนี่มาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีพลงไหนถูกใจผมเลย"
“อีสัน คุณตั้งมาตรฐานสูงเกินไป!” เย่เสี่ยวเฟิงพูดว่า
เฉินยี่เจี๋ย ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้
“เป็นเรื่องที่ดีที่จะเข้มงวดกับตัวเอง!” หูซ่งหนานยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดต่อว่า “หากปราศจากความอุตสาหะ แฟน ๆจะเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้อย่างไรเมื่อพวกเขาฟังเพลง เธอต้องใจเย็นๆ ใช้เวลาคิดให้มากขึ้น เดี๋ยวมันก็จะออกมาดีเอง!”
"แต่สังคมปัจจุบันนี้ใจร้อนมาก ถ้าผมไม่ออกอัลบั้มอย่างนี้ทุกปี ผมกลัวว่าคนอื่นจะตามทัน และไม่มีโอกาสที่จะพลิกกลับ" เฉิน ยี่เจี๋ยพูดอย่างเหน็บแนม
เขาแก่ขึ้น หูซงหนาน ยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งแล้วรู้สึกเมื่อยล้า จึงเดินไปนั่งที่โซฟาด้านหลัง ยิ้มและพูดว่า: "เดิมที ฉันแค่อยากจะมาดูว่าพวกเธอทำงานยังไงเท่านั้น ดังนั้นฉันและเสี่ยวเฟิงจะฟังและดูเงียบๆไม่รบกวน"
เฉินยี่เจี๋ย ไม่ได้เสแสร้งเช่นกัน เขารีบกลับไปทำงานอีกครั้ง และถือว่า หูซงหนานและเย่เสี่ยวเฟิง เป็นคนที่ล่องหนจริงๆ
สภาพการทำงานของเฉินยี่เจี๋ยนั้นน่าเบื่อจริง ๆ เขาเล่นเพลงที่เขาเคยเขียนมาก่อนหน้านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พิจารณาอย่างรอบคอบถึงโครงสร้างของเนื้อเพลง และหยุดเขียนบนกระดาษเป็นครั้งคราว และในบางครั้ง เขาก็ขีดฆ่าสิ่งที่เขาเขียน และเขียนใหม่อีกที!
หูซงหนาน ไม่เป็นอะไรมากนักเพราะเขาเคยทำงานด้านนี้มาก่อน แต่ เย่เสี่ยวเฟิงรู้สึกเบื่อ
"น่าเบื่อมาก! คุณปู่หู หนูจะพาคุณปู่ไปเดินเล่นที่อื่นนะคะ!" เย่เสี่ยวเฟิงอยู่ไม่ถึงสิบห้านาทีและพูดอย่างกระสับกระส่าย
หูซงหนาน โบกมือและส่งสัญญาณให้เย่เสี่ยวเฟิงว่าอย่ารบกวนเฉินยี่เจี๋ย เขาฟังเพลงของเฉินยี่เจี๋ยอย่างตั้งใจ
เย่เสี่ยวเฟิงปิดหน้าของเธออย่างช่วยไม่ได้
น่าเบื่อ!
ฉันอยากไปช็อปปิ้งจัง
ความคิดนี้เหมือนกับวัชพืช เติบโตขึ้นในหัวใจของ เย่เสี่ยวเฟิงและเป็นการยากที่จะควบคุม ภายในไม่กี่นาที เธอก็ลืมตาขึ้นมอง และคิดจะลอบออกไป!
แต่ทันใดนั้น หูซงหนานก็ยืนขึ้น
"หือ? คุณปู่จะไปไหมคะ" เย่เสี่ยวเฟิงดีใจและลุกขึ้นยืน
อย่างไรก็ตาม หูซงหนาน เดินตรงไปทางเฉินยี่เจี๋ยและเขาตบไหล่ของเฉินยี่เจี๋ย และพูดด้วยรอยยิ้มว่า: "เสียงของเธอดีมาก มันเข้ากับเพลงเศร้าสุดๆไปเลยล่ะ!"
"และเมื่อไม่กี่วันก่อนฉันได้ยินเพลงที่เหมาะกับเสียงของเธอมาก เธออยากลองไหม..."