บทที่ 11 ไม่จริงน่า ไม่จริงน่า
บทที่ 11 ไม่จริงน่า ไม่จริงน่า
เนื้อหาหลักของแผนใหม่ที่ หูเป่าเฉียง เสนอมาก็คือ
เกมใหม่ตัวนี้ ทางบริษัทและเสิ่นฮ่าวจะแยกกันบริหาร ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน
เสิ่นฮ่าวจำเป็นต้องจ่ายเงินค่ามัดจำก่อน 100,000 หยวน จากนั้นบริษัทจะเปิดเซิร์ฟเวอร์แรกให้ หลังจากนั้นทุกครั้งที่มีการเปิดเซิร์ฟเวอร์ใหม่ จะต้องเติมเงินมัดจำเพิ่มอีก 100,000 หยวน โดยมีเพดานสูงสุดที่ 1,000,000 หยวน
ส่วนค่าใช้จ่ายรายเดือนที่จะต้องส่งให้บริษัท จะคิดตามจำนวนเซิร์ฟเวอร์ โดยตกอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ละ 100,000 หยวน
แต่ยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกข้อ นั่นคือในช่วง 10 เดือนแรก เสิ่นฮ่าวต้องรับประกันว่าจะเปิดเซิร์ฟเวอร์ใหม่เพิ่มอย่างน้อยเดือนละ 1 เซิร์ฟเวอร์!
หูเป่าเฉียงนี่ดีดลูกคิดรางแก้วมาดีจริงๆ!
แผนนี้ดูล่อตาล่อใจมาก การลงทุนช่วงแรกไม่สูงนัก มีเงินทุนเริ่มต้นสัก 100,000 หยวนก็เริ่มทำได้แล้ว
แถมยังรับประกันรายได้ของบริษัทอีกด้วย เซิร์ฟเวอร์ตัวนึงราคาจะเท่าไหร่เชียว ในห้องเครื่องของบริษัทก็มีเซิร์ฟเวอร์ว่างๆ ทิ้งร้างไว้ตั้งเยอะแยะ ปล่อยไว้เฉยๆ ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา
อีกอย่าง เสิ่นฮ่าวก็สามารถตัดสินใจได้เองว่าจะเปิดเซิร์ฟเวอร์ใหม่ต่อหรือไม่ โดยดูจากสถานการณ์การให้บริการเกม
ถ้าเกิดสถานการณ์ของเกมไม่สู้ดี ก็จะได้ไม่เจ็บตัวมากนัก
นับว่าหายากที่บอสหูจะมีมโนธรรมกับเขาบ้าง คงกลัวว่าจะหลอกเด็กหนุ่มอย่างเสิ่นฮ่าวจนหมดเนื้อหมดตัวเกินไป แล้วโดนเด็กมันลุกขึ้นมาแลกด้วยชีวิตล่ะมั้ง
ถึงตอนนั้นถ้าเรื่องบานปลายขึ้นมา หน้าตาแกคงดูไม่จืดเหมือนกัน
ถึงจะงก แต่บอสหูก็ยังมีขีดจำกัดของตัวเอง ไม่ได้เลวร้ายจนกู่ไม่กลับ
เสิ่นฮ่าวไม่ได้ตอบตกลงในทันที แต่ไตร่ตรองอย่างจริงจัง ต้องยอมรับว่าข้อเสนอที่หูเป่าเฉียงหยิบยื่นให้นั้นน่าดึงดูดใจมาก
เงินลงทุนก้อนแรกไม่เยอะ แค่วางเงินมัดจำ 100,000 หยวน ส่วนหลังจากนั้นค่อยดูสถานการณ์แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเปิดเซิร์ฟเวอร์เพิ่มไหม
ถ้ากำไรดี คนเล่นเยอะ ก็ไม่มีอะไรต้องพูดมาก เปิดเซิร์ฟเวอร์เพิ่มไปเลย
ในทางกลับกัน ถ้าบริหารแล้วไม่เวิร์ค หาเงินไม่ได้ ความเสียหายของเขาก็ไม่ได้มากมายอะไร
…………
ในขณะที่เสิ่นฮ่าวกำลังใช้ความคิด หูเป่าเฉียงก็นั่งจิบชา พลางสังเกตเด็กหนุ่มตรงหน้าไปด้วย
เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าคนแรกที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเขา จะกลายเป็นเด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ คนนี้
คำพูดที่เขาพูดไปเมื่อกี้ มีบางประโยคที่ออกมาจากใจจริง อย่างเช่นเรื่องที่เขาชื่นชมในตัวเสิ่นฮ่าว
และเพราะเหตุนี้ เขาถึงยื่นข้อเสนอที่จริงใจแบบนี้ให้
ลองเปลี่ยนเป็นพวกเสือสิงห์กระทิงแรดในวงการเข้ามาสิ อยากจะได้แผนรับเหมาแบบนี้เหรอ ฝันไปเถอะ ไม่หมูแบบนี้แน่
แน่นอนว่าหูเป่าเฉียงไม่ได้ทำไปเพราะชื่นชมเสิ่นฮ่าวอย่างเดียว เขามีจุดประสงค์แอบแฝง
การผลักดันสิ่งที่เรียกว่า "การสร้างธุรกิจภายในองค์กร" เพื่อนำเกมที่พัฒนาเสร็จแล้วมา "พัฒนาซ้ำ" หรือถึงขั้น "พัฒนาหลายตลบ" คือสิ่งที่บริษัทกำลังจะทุ่มสุดตัวในอนาคต
ถ้าอยากให้พนักงานทุกคนตื่นตัว แย่งกันเข้ามาทำธุรกิจภายใน ก็ต้องสร้าง "ต้นแบบ" ขึ้นมาสักคน!
ไม่อย่างนั้น ทุกคนก็คงไม่กล้าเสี่ยง คงคิดว่าเจ้านายอย่างเขากำลังหลอกต้มพนักงานเล่น เรื่องมันจะกร่อยเอาได้
เสิ่นฮ่าวโผล่มาถูกจังหวะพอดี ก็เลยกลายเป็นต้นแบบที่หูเป่าเฉียงต้องการจะปั้น...
…………
"ตกลงครับ! ผมเอาด้วย แต่ว่า... ประธานหูครับ ไอ้เงินมัดจำเนี่ย... ขอจ่ายช้าหน่อยได้ไหมครับ อย่างเช่น... อีกสักเดือนค่อยจ่าย?" หลังจากพิจารณาแล้ว เสิ่นฮ่าวก็เงยหน้าขึ้นมาเจรจา
ตอนนี้เงินในบัญชีธนาคารของเขาแทบไม่เหลือแล้ว
ถ้าพูดให้เป๊ะ ก็คือเหลืออยู่แค่ 300-400 หยวน
เงินมัดจำถึงจะไม่เยอะ แต่ก็ตั้ง 100,000 หยวนเชียวนะ
ต่อให้ระบบจะมอบรางวัลให้วันละ 4,000 กว่าหยวน กว่าจะเก็บครบแสนก็ต้องใช้เวลาถึง 25 วัน!
นี่คิดในกรณีที่เขาไม่ใช้เงินเลยสักแดงเดียวนะ
ดังนั้น เขาถึงต้องขอเลื่อนจ่ายเงินมัดจำออกไปอีกหนึ่งเดือน
หูเป่าเฉียงทำหน้าไม่ถูก เขาชี้นิ้วมาที่เสิ่นฮ่าว กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอก็ผ่านไปครู่ใหญ่ "นะ... นี่นายมาล้อฉันเล่นหรือเปล่าเนี่ย?"
แค่เงินมัดจำแสนเดียว ยังต้องรอตั้งเดือนกว่าจะจ่ายได้ ศักยภาพแบบนี้ หูเป่าเฉียงชักจะระแวงแล้วสิ
"แหะๆ ประธานหู นี่เป็นการทำธุรกิจครั้งแรกของผมนี่ครับ เงินสดในมือมันก็ไม่ค่อยมี แต่ผ่านไปหนึ่งเดือน ผมรับประกันว่าจะเอาเงินหนึ่งแสนมาวางตรงหน้าท่านได้แน่นอน! อีกอย่าง เกมมันก็ต้องรออีกตั้งหลายวันกว่าจะเปิดตัวไม่ใช่เหรอครับ?" เสิ่นฮ่าวรีบอธิบาย
"อีกแค่อาทิตย์เดียวเกมก็จะเปิดให้บริการแล้ว เอาอย่างนี้ละกัน คนหนุ่มสาวเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวมันไม่ง่าย ฉันจะไม่ผ่อนปรนให้เลยก็ดูจะใจร้ายไปหน่อย แต่ไอ้หนึ่งเดือนของนายน่ะมันเวอร์เกินไป ฉันให้เวลา 10 วัน ถึงตอนนั้นเซิร์ฟเวอร์ของนายก็น่าจะเปิดแล้ว นายเอาเงินมัดจำหนึ่งแสนมาวางซะ"
หูเป่าเฉียงตบต้นขาฉาดใหญ่ น้ำเสียงเด็ดขาดห้ามต่อรอง
เสิ่นฮ่าวรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่มีช่องให้ต่อรองแล้ว จึงได้แต่พยักหน้ารับปาก
เวลา 10 วัน เขาจะได้เงินจากระบบประมาณ 40,000 กว่าหยวน ส่วนที่เหลืออีก 50,000 กว่าหยวน คงต้องหาทางดูอีกที
เงินจำนวนนี้จริงๆ ก็ไม่ได้เยอะมาก ลองขอยืมคนรู้จักก็น่าจะพอหาได้มั้ง
รอให้เขารับเหมาเกมมาได้ แล้วจ้างสตรีมเมอร์ตัวท็อปๆ ช่วยโปรโมตเรียกแขกหน่อย เรื่องหลังจากนั้นก็คงง่ายขึ้นเยอะ
…………
หลังจากเสิ่นฮ่าวเดินออกจากห้องทำงานเจ้านาย กลับมาถึงโต๊ะทำงาน สายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองมาก็เปลี่ยนไป
เมื่อกี้ผู้จัดการแผนก CS เพิ่งจะช่วยป่าวประกาศวีรกรรมของเสิ่นฮ่าวไปหยกๆ ว่าเขาจะรับเหมาเกมตัวใหม่ของบริษัท!
"ไม่จริงน่า! ไม่จริงน่า! คงไม่มีใครโง่ขนาดนั้นหรอกมั้ง! เกมนั้นมันเป็นยังไง เมื่อกี้พวกเรายังคุยกันอยู่เลย นายไม่ได้ยินหรือไง" เสี่ยวหลิวทำท่าตื่นตูม ดวงตากลอกกลิ้งจ้องเขม็งไปที่เสิ่นฮ่าว
"เสิ่นน้อยเอ๊ย หน้ามืดตามัวไปแล้ว! เรื่องใหญ่ขนาดนี้ อย่างน้อยก็น่าจะไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจสิ จะวู่วามวิ่งไปหาบอสแบบนั้นได้ยังไง? ว่าแต่ตกลงกันยังไง ถ้ายังไม่เซ็นสัญญาจ่ายเงินก็ยังกลับตัวทันนะ" พี่หูก็พูดด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรครับพี่ ผมคิดดีแล้ว เข้าวงการเกมมาก็ปีกว่าแล้ว โอกาสครั้งนี้มันดีจริงๆ ผมแค่อยากลองดูครับ แค่อยากลอง..." เสิ่นฮ่าวยิ้มตอบ
จังหวะนี้เอง ผู้จัดการแผนก CS ก็เดินวางมาดเข้ามา
"เหอๆ นึกไม่ถึงเลยว่าแผนกเราจะมีเสือซ่อนมังกรหมอบอยู่ด้วย เสิ่นฮ่าว... นายแน่มาก! แน่มาตั้งแต่เด็กแล้ว! วันข้างหน้าได้เป็นประธานใหญ่ ก็อย่าลืมดูแลเพื่อนร่วมงานเก่าๆ บ้างล่ะ"
คำพูดของผู้จัดการ ฟังยังไงมันก็ทะแม่งๆ เหมือนจะแดกดันพิกลแฮะ...
…………
เรื่องที่เสิ่นฮ่าวจะรับเหมาเกมใหม่ของบริษัท แพร่สะพัดไปทั่วออฟฟิศภายในเวลาแค่บ่ายเดียว กลายเป็นประเด็นร้อนที่พนักงานทุกคนเอาไปเม้าท์กัน
แน่นอน ส่วนใหญ่ไม่มีใครเห็นด้วย คิดว่าเขายังอ่อนหัดเกินไป หลงกลบอสเข้าให้แล้ว
ถึงจะไม่รู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการรับเหมา แต่คิดยังไงพนักงาน CS ตัวเล็กๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญญาจ่ายไหว
พื้นเพของเสิ่นฮ่าวทุกคนก็รู้ดี ดูยังไงก็ไม่ใช่ลูกเศรษฐีรุ่นสอง
งานนี้สงสัยจะล้มหัวทิ่มบ่อแหงๆ!
เสิ่นฮ่าวไม่มีอารมณ์จะไปสนว่าใครจะนินทาเขายังไง ภารกิจเร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือต้องหาเงิน 100,000 หยวนมาให้ครบเร็วที่สุด
ไม่อย่างนั้นแผนการขั้นต่อไปคงเดินหน้าไม่ได้
กว่าระบบจะอัปเกรดสักที แถมยังสุ่มได้ 'บัตรทดลองเป็นเสินฮ่าวบนโลกออนไลน์' มาใบหนึ่ง ถ้าไม่เอามาทำอะไรสักอย่างคงรู้สึกผิดต่อตัวเองแย่
ดังนั้นหลังเลิกงานวันนี้ เขาเลยไม่ทำโอทีเหมือนทุกที แต่ตอกบัตรเลิกงานตรงเวลากลับบ้านทันที
พอกลับถึงห้องเช่า เสิ่นฮ่าวเดินวนไปวนมาในห้องนั่งเล่นอยู่หลายรอบ ในที่สุดก็ตัดสินใจแน่วแน่ กดโทรศัพท์หาเบอร์นั้น