บทที่ 10 คนหนุ่มสาวต้องไฟแรง

บทที่ 10 คนหนุ่มสาวต้องไฟแรง
“พี่หูพูดถูกเป๊ะ! เกมใหม่ของบริษัทเนี่ย รายได้จะคุ้มค่าโฆษณาหรือเปล่ายังไม่รู้เลย ใครโง่ไปเหมาก็...”
เสิ่นฮ่าวกำลังพูดขำๆ แต่พูดยังไม่ทันจบ จู่ๆ สมองของเขาก็แล่นปรู๊ด ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา ทำเอาประโยคที่เหลือถูกกลืนลงคอไปดื้อๆ
ถ้าเป็นบริษัทหรือคนทั่วไป การทุ่มงบโฆษณามันคือการควักเนื้อจ่ายเงินจริง เจ็บจริง ถ้าทำรายได้ไม่เข้าเป้าก็มีสิทธิ์เจ๊งยับ
แต่ว่า...
เมื่อคืนตอนอัปเกรดระบบ เขาได้ “บัตรทดลองเป็นเสินฮ่าวบนโลกออนไลน์” มาใบหนึ่งนี่นา!
ถ้าเขาใช้บัตรใบนี้ โปรโมตเกมผ่านโลกออนไลน์ล่ะ
นั่นเท่ากับว่า เขาไม่ต้องเสียเงินตัวเองสักหยวน ขอแค่ดึงคนเข้ามาเล่นได้ ก็เท่ากับกำไรล้วนๆ!
แน่นอนว่า ด้วยข้อจำกัดของบัตร เขาทำได้แค่โปรโมตในแพลตฟอร์มอย่างพวกสตรีมมิ่งเท่านั้น
แต่นั่นมันกลับเข้าทางพอดี! เพราะกลุ่มคนดูสตรีมเกม กับกลุ่มคนเล่นเกมมือถือ มันคือกลุ่มเดียวกันชัดๆ!
ลองคิดดูสิ ถ้าเขาไปเปย์หนักๆ ให้สตรีมเมอร์ตัวท็อป แล้วให้พวกนั้นช่วยโปรโมตเกม ต่อให้คนที่ตามมาเล่นจะเป็นแค่พวกสายฟรีหรือเติมเงินน้อย ก็ไม่เห็นจะเป็นไร
เพราะต้นทุนของเขาคือ... ศูนย์!
ธุรกิจจับเสือมือเปล่า กำไรมากน้อยก็คือกำไร!
แน่นอน เสิ่นฮ่าวคงไม่บุ่มบ่ามไปจ้างสตรีมเมอร์ให้โฆษณาเกมโต้งๆ แบบนั้นมันดูแข็งทื่อเกินไป
รอให้เขาสร้างตัวตน เสินฮ่าว ในโลกออนไลน์ได้สำเร็จก่อนเถอะ มีวิธีโปรโมตเกมแบบเนียนๆ อีกเป็นล้านวิธี โดยไม่ต้องกระโตกกระตาก
เงินที่ได้จากเกม ก็เอามาเติมเข้ากระเป๋าตัวเอง เอาไปอัปเกรดระบบ แล้วก็วนลูปทำเงินให้มากขึ้นไปอีก!
วงจรแห่งความรวย... ในที่สุดก็เป็นรูปเป็นร่างแล้ว!
คิดได้ดังนั้น เสิ่นฮ่าวก็เนื้อเต้น ลุกพรวดพราดเดินตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของบอสทันที
…………
หูเป่าเฉียงกำลังนั่งพ่นควันบุหรี่โขมงอยู่ในห้องทำงาน ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
“เข้ามา!” เขาคิดว่าเป็นผู้จัดการแผนกไหนสักคนมารายงานผล เลยตะโกนบอกไปส่งๆ
ประตูเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตาไม่คุ้นเคยเดินเข้ามา หูเป่าเฉียงชะงักไปนิด
ใครวะ?
จำได้ว่าไม่รู้จักนี่หว่า
“บอสครับ ผมเสิ่นฮ่าว จากแผนก CS จะมาขอคุยเรื่องเหมาเกมครับ”
เสิ่นฮ่าวเดินไปหยุดหน้าโต๊ะทำงานของหูเป่าเฉียง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น
หูเป่าเฉียงตาลุกวาวด้วยความดีใจ
มีเหยื่อหลงมาจริงๆ ด้วย...
เอ้ย ไม่ใช่สิ มีพนักงานผู้กล้าหาญและมีวิสัยทัศน์โผล่มาแล้ว!
“ฮ่าๆๆ เยี่ยมมากไอ้หนุ่ม! เยี่ยมจริงๆ! เหมือนฉันสมัยหนุ่มๆ เลย ไฟแรงไม่มีตก! ว่าแต่... นายชื่ออะไรนะ?”
หูเป่าเฉียงยิ้มกว้างจนตาหยี ลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาตบไหล่เสิ่นฮ่าว เขย่งตัวนิดๆ เพื่อให้ดูน่าเกรงขาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความชื่นชม
“ผมชื่อเสิ่นฮ่าวครับ”
“มาๆ นั่งก่อนๆ ดื่มอะไรดี? หลงจิ่ง? เหมาเจียน? หรือผู่เอ๋อร์? นี่ของดีทั้งนั้นนะ คนทั่วไปไม่ได้กินหรอก” หูเป่าเฉียงกุลีกุจอเอาใจสุดฤทธิ์
“ขอหลงจิ่งแล้วกันครับ รบกวนบอสด้วย” เสิ่นฮ่าวยิ้มตอบ
“รบกวนอะไรกัน มาๆ คุยไปจิบชาไป” หูเป่าเฉียงสาละวนอยู่กับการชงชาอย่างคล่องแคล่ว
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง ผู้จัดการแผนก CS เดินดุ่มๆ เข้ามา
“บอสครับ คุณ... อ้าว? เสิ่นฮ่าว? นายมาทำอะไรห้องบอสเนี่ย?” เขาทำหน้าเหวอเมื่อเห็นลูกน้องตัวเองนั่งเสนอหน้าอยู่
“คุณก็มาคุยเรื่องเหมาเกมเหมือนกันเหรอ?” หูเป่าเฉียงหันขวับไปถาม
“เปล่าครับ! ไม่ใช่แน่นอน! ผมมารายงานงานเฉยๆ” ผู้จัดการแผนก CS รีบปฏิเสธพัลวัน
เขาเป็นพวกเขี้ยวลากดิน เรื่องเหมาเกมใหม่นี่เขารู้ทันเกมหมดแล้ว เรื่องอะไรจะเอาตัวไปติดกับ
พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของหูเป่าเฉียงก็บึ้งตึงทันที “งั้นออกไปก่อน รอฉันคุยธุระกับเสี่ยวเสิ่นเสร็จแล้วค่อยเข้ามา ไม่เห็นเหรอว่ากำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่ ไม่มีตารึไง”
ผู้จัดการแผนก CS ถึงกับอึ้ง เสิ่นฮ่าวเป็นแค่พนักงานรับโทรศัพท์ต๊อกต๋อยเนี่ยนะ
บอสถึงกับไล่เขาที่เป็นผู้จัดการออกจากห้องเพื่อจะคุยกับมัน?
โลกนี้มันไม่มีความยุติธรรมแล้วรึไง!
แต่บอสสั่งมาขนาดนี้ เขาจะไปกล้าหืออะไร ได้แต่เดินคอตกหันหลังกลับ
“ออกไปแล้วอย่าลืมปิดประตูด้วย!”
เสียงหูเป่าเฉียงตะโกนไล่หลังมา ทำเอาผู้จัดการเกือบสะดุดขาตัวเองล้มหน้าทิ่ม
…………
พอกำจัดกขค. ออกไปได้ หูเป่าเฉียงก็กลับมาฉีกยิ้มหวาน รินชาให้เสิ่นฮ่าว “มา ลองชิมดู เสี่ยวเสิ่นนะ... การเหมาเกมใหม่นี่ต้องใช้เงินทุนพอสมควรนะ นายเตรียมใจมาพร้อมหรือยัง?”
เสิ่นฮ่าวยกจอกชาขึ้นจิบ กลิ่นหอมกรุ่นแตะจมูก สมคำร่ำลือว่าเป็นชาดี
เขากระดกหมดแก้ว วางจอกลงแล้วยิ้มตอบ “กล้าเดินเข้าห้องบอสมาขนาดนี้ ก็ต้องเตรียมใจมาพร้อมแล้วสิครับ!”
หูเป่าเฉียงยิ้มแก้มปริ “ดี! ฉันชอบคนหนุ่มใจสู้แบบนายนี่แหละ! งั้นเอาเป็นว่า นายวางเงินมัดจำมาหนึ่งล้านหยวน แล้วก็จ่ายค่าเช่ารายเดือนให้บริษัทอีกเดือนละล้าน ส่วนที่เหลือคือกำไรของนาย แต่ถ้าเดือนไหนจ่ายไม่ครบ ฉันขอยึดสิทธิ์คืนนะ”
รอยยิ้มบนหน้าเสิ่นฮ่าวแข็งค้างไปทันที
ตาแก่นี่กะฟันหัวแบะจริงๆ!
เงินมัดจำช่างมันก่อน แต่เกมกากๆ ที่บริษัทแทบไม่ต้องลงแรงโฆษณาอะไรเลย กล้าเรียกค่าเช่าเดือนละล้าน?!
ไม่กลัวท้องแตกตายหรือไงวะ
“บอสครับ ถ้าจะคุยกันแบบนี้ ผมว่าเราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ” เสิ่นฮ่าวพูดสวนกลับไปตรงๆ
หูเป่าเฉียงไม่ได้โกรธ เขายังคงยิ้มแย้ม “การเจรจาธุรกิจมันก็ต้องต่อรองกันได้ ฉันมองว่าเกมนี้มันมีมูลค่า ก็เลยเสนอราคานี้ เสี่ยวเสิ่นถ้ามีตัวเลขในใจก็ลองว่ามาสิ”
“มัดจำห้าหมื่น ค่าเช่าเดือนละสองแสน” เสิ่นฮ่าวไม่ไว้หน้า ฟันราคาลงมาชนิดติดดิน
หูเป่าเฉียงสตั๊นไปสามวิ นี่มันต่อราคาหรือปล้นกันแน่!
ไอ้หนุ่มนี่เห็นการทำธุรกิจเป็นเล่นขายของรึไง ห้าหมื่นสองแสนเนี่ยนะ!
“เสิ่นฮ่าว นายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? บริษัทพัฒนาเกมนี้มา ค่าจ้างพนักงานปาเข้าไปหลายล้านแล้ว! นายจะมาจ่ายเดือนละสองแสนเนี่ยนะ?” หูเป่าเฉียงเริ่มหน้าตึง
“งั้นบอสกล้ารับปากเงื่อนไขข้อหนึ่งไหมล่ะครับ? ถ้ากล้า เดือนละล้านผมก็จ่ายไหว!” เสิ่นฮ่าวพูดด้วยท่าทีสบายๆ
“เงื่อนไขอะไร ว่ามาซิ”
“เกมนี้ต้องให้สิทธิ์ผมคนเดียว ห้ามบริษัทหรือใครหน้าไหนเอาไปเปลี่ยนชื่อ ย้อมแมว หรือเปิดเซิร์ฟแข่งเด็ดขาด! บอสกล้ารับปากไหม? ถ้าได้ ผมจ่ายเดือนละล้านหยวนเดียวก็ไม่ขาด!” เสิ่นฮ่าวยิ้มเย็น จ้องตาหูเป่าเฉียงเขม็ง
“หืม? เรื่องนี้... ฮ่าๆๆ... เสี่ยวเสิ่นนี่หัวไวใช้ได้นะ เอาล่ะ เราคนกันเองไม่พูดอ้อมค้อม งั้นเอาแบบนี้ดีกว่า...”
หูเป่าเฉียงผู้เจนจัดรีบเปลี่ยนเรื่องแก้เก้อ พร้อมงัดแผนสำรองออกมาทันที

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 10 คนหนุ่มสาวต้องไฟแรง

ตอนถัดไป