บทที่ 7 เหตุใดผู้หญิงคนนั้น...จึงไม่ใช่ข้า
ทันทีที่หลี่เสวียนเซียวกล่าวว่าตนติดตั้ง “หินจดจำคู่” ไว้ในถ้ำของซูหว่านตั้งแต่ห้าปีก่อน—ทั่วทั้งลานถึงกับเงียบงันราววิญญาณหลุดออกจากร่าง
สายตาหลายคู่เริ่มเบิกกว้างด้วยความตกใจ ส่วนบางคนตาเบิกกว้างด้วย...ความคิดแปลกๆ
— ห้าปี!?
— หินจดจำ? ติดไว้ในถ้ำของศิษย์พี่หญิง?
— ซูซานเรามี...สายสอดแนมแบบนี้ด้วยหรือ?
ซูหว่านเองก็เพิ่งตระหนักว่ามีอะไรผิดปกติ ใบหน้าสวยแดงซ่านทันที สายตาเย็นชาที่ใช้มานานบัดนี้กลายเป็นแววขุ่นเคืองอย่างมิอาจกลั้น
ทางด้านจ้าวลู่ก็กัดริมฝีปากแน่น มองหลี่เสวียนเซียวอย่างคนอกหัก
— ศิษย์พี่...ท่านสนใจผู้หญิงจริง ๆ?
— ถ้าเช่นนั้น...เหตุใดถึงไม่ใช่ข้า?
หลี่เสวียนเซียวไม่รอให้ใครซักไซ้ เขารีบเปิดหินจดจำคู่แล้วฉายภาพขึ้นกลางลาน
ฉากแรกเปิดด้วยซูหว่านกำลังจะถอดเสื้อผ้า—
เขาไม่แม้แต่กระพริบตา ใช้นิ้วสะบัดข้ามฉากอย่างรวดเร็ว สีหน้าสงบนิ่งไม่ไหวติงแม้แต่น้อย
เหล่าศิษย์ชายบางคนทำหน้าผิดหวังอย่างแรง
— ใช้นิ้วไวเกินไปแล้ว! ใจร้าย!
ภาพต่อมาเป็นซูหว่านกำลังนั่งสมาธิฝึกฝนตั้งแต่ยามจื่อถึงยามเฉิน ไม่ได้ออกจากถ้ำเลยแม้แต่ก้าวเดียว
“นี่...”
เจียงลั่วสุ่ยเริ่มหน้าซีดลง แต่ยังคงดิ้นสู้
“แต่ข้าเห็นกับตา! แล้วบาดแผลพวกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?”
ศิษย์หญิงอีกคนก็ช่วยเสริม “ข้าเห็นเหมือนกันนะ!”
ซูหว่านยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาไม่เหลือความหวังอีกต่อไป มีเพียงความเหนื่อยล้าประทับไว้ในแววตา
หลี่เสวียนเซียวเริ่มหมดความอดทน เขาหันมาทางกลุ่มศิษย์อย่างจริงจัง
“ข้าขอถามหน่อย—ถ้าศิษย์พี่สี่คิดจะลงมือ นางจะใช้กระบี่ของตนเอง แถมไม่แม้แต่จะอำพราง? แล้วจะทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้ร้ายเต็มตัวไปเพื่ออะไร?”
“ถ้าเป็นข้า...ข้าจะเลือกลงมือเงียบ ๆ ตอนออกภารกิจด้วยกัน ให้ตายเงียบ ๆ กลับมาไม่มีศพยังดีกว่า!”
คำพูดตรงจนแทงใจดำ ทำให้ศิษย์หลายคนที่ยืนฟังเริ่มพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ
เจียงลั่วสุ่ยหน้าแดงก่อนซีด แล้วกลับมาแดงอีกครั้ง ราวกับคนกำลังโดนเปิดโปงแต่ยังดิ้นรนต่อ
“งั้นเจ้าจะบอกว่าใครทำ?” นางถามเสียงสูง
“ข้าไม่ได้กล่าวหาว่าใคร ข้าเพียงบอกว่า—เรื่องนี้มีเงื่อนงำ และมีคนต้องการใส่ร้ายศิษย์พี่สี่อย่างจงใจ”
ผู้อาวุโสฝ่ายลงทัณฑ์เริ่มสีหน้าหนักแน่นขึ้น
“หึม...ดูท่าข้าคงเร่งสรุปคดีเกินไป กระทำของเจียงลั่วสุ่ยนั้นสมจริงและหลักฐานครบถ้วนจนข้าหลงกลไป”
เขาหันมาทางเจียงลั่วสุ่ย “วันนี้เจ้าทำให้คนทั้งสำนักเข้าใจผิด ข้าจะหาต้นเหตุให้เจอ และซักฟอกเจ้าจนกระจ่าง!”
เจียงลั่วสุ่ยขบกรามแน่น เกลียดชังหลี่เสวียนเซียวแทบระเบิด นางกำลังจะชนะแท้ ๆ...
แต่แล้ว...นางก็ปรับสีหน้าเป็นอ่อนโยนทันที
“ศิษย์พี่สี่ เป็นข้าที่เข้าใจผิด อย่าโกรธข้าเลย” นางกล่าวเสียงหวาน น้ำตาคลอเบ้า “ต้องโทษผู้อยู่เบื้องหลังต่างหาก ข้ายังศรัทธาในตัวท่านเสมอ”
ซูหว่านมองนางครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่กล่าวคำใด
“ท่านโกรธข้าแน่เลย...” เจียงลั่วสุ่ยปล่อยน้ำตาหยดใหญ่ร่วงลงพื้น
ศิษย์รอบข้างรีบเข้ามาปลอบ
“อย่าเศร้าไปเลย เจ้าก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน”
“ถูกแล้ว ๆ เจ้าไม่ได้ผิดอะไรเลย”
นางหันไปหามู่หรงม่อ “ศิษย์พี่...ท่านช่วยข้าอธิบายกับศิษย์พี่สี่ได้ไหม?”
มู่หรงม่อพยักหน้าเบา ๆ “ไม่ต้องห่วง ข้าจะพูดกับนางให้เอง”
“ขอบคุณศิษย์พี่ ท่านช่างอ่อนโยนเหลือเกิน”
ขณะนั้นเอง หลี่เสวียนเซียวที่ยืนดูมุมหนึ่งได้แต่ทอดถอนใจ—
— ข้าแค่อยากอยู่เงียบ ๆ ฝึกเต๋าเองคนเดียว พวกเจ้าจะดราม่ากันไปถึงไหน!
เขาหันหลังเตรียมจะกลับ แต่แล้ว...
“เดี๋ยวก่อน—เจ้าจะไปไหน หลี่เสวียนเซียว!”
ผู้อาวุโสฝ่ายลงทัณฑ์เรียกเขาด้วยเสียงดังกังวาน
“เจ้าติดตั้งหินจดจำในถ้ำของศิษย์พี่หญิงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการล่วงละเมิดผู้อื่นอย่างร้ายแรง!”
สายตาทุกคู่จับจ้องหลี่เสวียนเซียวทันที
เขายักไหล่เล็กน้อย “ข้าเตรียมใจรับโทษนี้มาตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว”
— เพราะในโลกนี้...มีโอกาสที่นางจะกลายเป็นจอมมารแล้วกลับมาฆ่าพวกเราทั้งหมด มันสูงเกินไป!
ด้วยเหตุผลนั้น เขาจึงติดตั้งหินจดจำไว้ เพราะไม่อยากให้ซูหว่านตกลงสู่ทางมืด
สุดท้าย ด้วยคุณงามความดีในการไขคดี ทำให้ความผิดของหลี่เสวียนเซียวถูกลดลงเหลือเพียงโทษ “ห้ามออกนอกเขตเขาใหญ่ครึ่งปี”
เขายิ้มบาง ๆ “ครึ่งปีแห่งสมาธิ? ขอบคุณมาก!”
ระหว่างเดินกลับสู่เขตของตน สายตาหลายคู่มองมาอย่างประหลาด
— คนนั้นน่ะ...ใช่คนที่แอบถ่ายในถ้ำหญิงหรือเปล่านะ?
แต่เขาไม่แยแสใด ๆ ขอเพียงซูหว่านไม่แปรเปลี่ยนเป็นนางมารร้าย ข้าก็ถือว่าคุ้มแล้ว
ข้างกาย จ้าวลู่เงียบตลอดทาง และเมื่อถึงทางแยกนางก็แยกตัวกลับโดยไม่กล่าวแม้แต่คำเดียว
หลี่เสวียนเซียวเดินเข้ากระท่อมตนเองอย่างเหนื่อยล้า
...ไม่ทันไร แสงสะท้อนวาบ!
ปลายกระบี่แหลมคม จ่ออยู่ที่คอเขาพอดิบพอดี
“เจ้า...แอบดูข้าห้าปี?” เสียงแผ่วเบาแต่เย็นเฉียบ
“ศิษย์พี่สี่...ใจเย็นก่อน—”
...จบตอน