บทที่ 9 ใครกันแน่ที่ใส่ร้าย ใครกันแน่ที่บ้าคลั่ง
“ศิษย์พี่...ข้าผิดหวังในตัวท่าน”
เสียงของซูหว่านแผ่วเบาราวสายลมฤดูใบไม้ร่วง หากแต่ทิ่มแทงลงกลางใจของมู่หรงม่อโดยตรง
มู่หรงม่อขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับรู้สึกว่าศิษย์น้องคนนี้กำลังหลุดจากการควบคุมเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
เขาจ้องนางเขม็งอย่างอดกลั้น “ผิดหวัง?”
“เจ้ารู้หรือไม่?” ซูหว่านเบือนหน้าหนี “หลี่เสวียนเซียวคอยปกป้องข้าเสมอ เขาไม่เคยปริปาก ไม่เคยอ้างบุญคุณใด ๆ เขาซ่อนความรู้สึกไว้ในใจมาตลอด”
“เจ้า...หมายถึงคนที่ติดตั้งหินจดจำไว้ในถ้ำเจ้าหรือ?” มู่หรงม่อเสียงเย็นเฉียบ “เจ้ากำลังพูดถึงผู้วิปลาสคนนั้นหรือไม่?”
“เขาไม่ใช่คนวิปลาส!” ซูหว่านตวัดเสียงสูง “เขาทำเพื่อข้า เขาเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อข้า ข้าไม่ยอมให้ใครดูหมิ่นเขา!”
ทั้งสองยังอยู่ในเขตเขาดาบเงิน และบทสนทนาทั้งหมดก็ตกอยู่ภายใต้การรับรู้ของ...หลี่เสวียนเซียว
“...”
หลี่เสวียนเซียวถอนใจยาวจากบนยอดเขา
— ข้าช่วยชีวิตเจ้าแท้ ๆ เจ้ายังตอบแทนข้าด้วยการสร้างเรื่องว่าข้าหลงรักเจ้าอีก?
แต่ช่างเถอะ เรื่องเล็กน้อยพวกนี้ เขาคงต้องทำใจและจดบันทึกเอาไว้
เขาหยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมา เขียนด้วยลายมือละเอียดประหนึ่งนักบันทึกแห่งวังหลวง:
“วันที่ X เดือน Y ปี Z: มู่หรงม่อเริ่มไม่พอใจข้าแล้ว มีแนวโน้มจะเป็นศัตรู”
เพื่อความปลอดภัย เขาร่างแผนรับมือไว้หลายแนวทาง:
หนึ่ง—หลีกเลี่ยงทุกสถานการณ์ที่จะต้องเจอกับมู่หรงม่อและซูหว่าน
สอง—คงการเฝ้าสังเกตมู่หรงม่อไว้ตลอด เพราะอีกฝ่ายมีแนวโน้มจะพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยอารมณ์
สาม—หากต้องออกภารกิจ ต้องตรวจสอบรายชื่อแน่ชัด หลีกเลี่ยงภารกิจที่ทั้งมู่หรงม่อและเจียงลั่วสุ่ยเข้าร่วม
สี่—รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธเวท ยุทธภัณฑ์ และไพ่ตายของทั้งสองคน เพื่อเตรียมหนทางรอดชีวิตหากสถานการณ์บีบบังคับ
หลี่เสวียนเซียวถอนใจอีกครั้ง
— ข้าเกลียดความวุ่นวายที่สุดจริง ๆ
เพื่อกันไม่ให้ซูหว่านกลายเป็นนางมาร นี่ข้าโดนไปสองศัตรูแล้ว...
เขาถือคติ “น้ำมาเราขุดร่อง ดินถล่มเรายันเขื่อน” หากภัยมาถึงตน ต้องรับมือให้ดี
...
ยามเย็นของวันถัดมา หลี่เสวียนเซียวกลับถึงกระท่อมเล็กของตนด้วยท่าทีเหนื่อยล้า
ระหว่างวัน เขาพยายามหาจังหวะแอบติดหินจดจำในถ้ำของมู่หรงม่อ แต่ยังไม่มีโอกาสเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม เขาได้เบาะแสเรื่องของสองสมบัติคู่ใจของอีกฝ่ายจากบทสนทนากับศิษย์คนอื่น
สำหรับเจียงลั่วสุ่ย แม้นางจะด้อยกว่าทางฝีมือ แต่โลกนี้เต็มไปด้วยผู้ฝึกตนที่พกของวิเศษลับไว้ใช้พลิกสถานการณ์ได้เสมอ
หลี่เสวียนเซียวจึงมิอาจประมาทได้
เขาผลักประตูไม้เข้ากระท่อม
สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าทำให้หัวคิ้วกระตุกเล็กน้อย
ห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำมันหอมระเหย โคมเทียนถูกจุดเรียงรายราวกับเรือนหอคืนวิวาห์ ผ้าม่านบางเบาปลิวไหวราวหมอกแดนสวรรค์
กลางห้องมีเตียงนุ่มวางอยู่ และบนเตียงนั้น...มีหญิงสาวผู้หนึ่งนอนอยู่
นางนอนตะแคงอวดเรือนกายอ่อนช้อย มีเพียงผ้าบางเฉียบคลุมกายเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอย่างจงใจ ดวงหน้าหวานผุดผ่องสะท้อนแสงเทียนราวกับเทพธิดา
“ศิษย์พี่~” เสียงของนางช่างอ่อนหวานและร้อนแรงในเวลาเดียวกัน
“ใครอนุญาตให้เจ้าขึ้นเตียงข้า?” หลี่เสวียนเซียวกล่าวเรียบ
“ข้าว่า...ข้าคงถูกวางยาน่ะสิ”
“ยา?” เขาเลิกคิ้ว
“อืม...เวียนหัว ตัวร้อน ตาพร่า” นางครวญครางเบา ๆ “ศิษย์พี่มาช่วยจับชีพจรหน่อยเถอะ ข้า...อึ๊ย~”
สิ้นคำ ร่างของนางล้มตึงลงบนเตียง ราวกับเป็นลมหมดสติ
หลี่เสวียนเซียวไม่ไหวติง ยกกาน้ำชาขึ้นรินลงถ้วยอย่างสงบนิ่ง
— นางช่างเล่นละครได้เก่งเกินหน้าเกินตา
เขาหยิบเม็ดยาดำสนิทขึ้นมา หยอดใส่ปากนางแม่นยำดั่งจับวาง
“อุ๊บ...ศิษย์พี่ นี่คืออะไร?”
“ยาถอนพิษ” เขาตอบสั้น ๆ “จะช่วยให้เจ้าขับพิษออกจากร่างด้วยวิธีที่...ตรงไปตรงมา”
ใบหน้าของนางซีดเผือดในบัดดล “เจ้าให้ข้ากินยาระบายหรือ!?”
“เพื่อชีวิตเจ้า ข้าทำได้ทุกอย่าง”
ยังไม่ทันตอบโต้ เสียงท้องนางก็ร้องโครกครากขึ้นมาอย่างทรงพลัง
“ข้าจะไม่พูดกับเจ้าตลอดชีวิตอีกเลย!!” นางแผดเสียงแล้ววิ่งหนีออกจากกระท่อมไปทันที
หลี่เสวียนเซียวเพียงโบกมือเบา ๆ เรียกม่านลมเวทกลับคืนสภาพห้อง
จริง ๆ แล้ว ยาที่เขาให้เป็นเพียงยาบำรุงผิวพรรณธรรมดาเท่านั้น...
เขารู้ดีว่าศิษย์น้องผู้นี้คิดอะไรอยู่ แต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มันคือหายนะของผู้ฝึกตน
ในสำนักเองก็มีตัวอย่างของการ “คู่รักฝึกเต๋า” ที่ล้มเหลว ทั้งทะเลาะ ทั้งผิดใจกันจนพังพินาศ
ยิ่งฝ่ายหญิงเป็นถึงองค์หญิงแห่งต้าเซี่ย ยิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่
...
“ศิษย์พี่จอมโง่ ศิษย์พี่จอมบื้อ!”
หญิงสาวนามว่า “จ้าวลู่” ระบายอารมณ์กับต้นไม้ใหญ่บนเขาดาบเงิน
“ทำไมถึงต้องเป็นศิษย์พี่สี่!? ข้าไม่เข้าใจเลย! ใหนข้าก็ให้ดูแล้ว...ทำไมไม่ดู?”
นางกลับเรือนพักไปพลิกหา “หินจดจำ” ในห้องตนเองสามรอบเต็ม ๆ ...ไม่มี!
ทำไมเขาไม่ติดไว้ให้ข้า? ข้าให้ข้าดูแท้ ๆ! แต่เขากลับเลือกแอบดูศิษย์พี่สี่?
จ้าวลู่ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ
สองปีเต็ม...นางไม่อาจเอาชนะใจเขาได้เลย
หรือว่า...เพราะข้าไม่มีอะไรเทียบได้กับศิษย์พี่สี่เลย?
นางก้มมองทรวดทรงของตนเองอย่างสิ้นหวัง
สุดท้าย...จ้าวลู่ตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังหอหลอมโอสถแห่งซูซานด้วยความแน่วแน่
— ข้าจะหายาบำรุงทรวดทรงมาปรับสมดุลโชคชะตา!
...จบตอน