ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอน

“พี่สาว ท่านผู้นั้นเป็นใครกัน?”



เสียงใสๆ ดังขึ้นจากด้านหลังชายหนุ่มผู้หนึ่ง เขาเบี่ยงตัวหลบพลางมุดไปยืนหลังหลินหว่านฉิงด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เห็นได้ชัดว่าไม่ไว้ใจผู้มาใหม่เลยแม้แต่น้อย



“เขาคือน้องชายของพี่เอง” หลินหว่านฉิงกล่าวพลางลูบศีรษะเขาเบา ๆ



“น้องชาย? ข้าไม่เข้าใจ…”



“ก็คือเหมือนเจ้าที่เป็นน้องของพี่นั่นแหละ เพียงแต่เขาเป็นน้องชายร่วมสำนัก ส่วนเจ้าคือน้องชายของพี่เองตั้งแต่แรก เจ้าเป็นน้องแท้ ๆ ของข้า”



“แล้ว...ใครกันแน่ที่สนิทกับพี่มากกว่า?”



หลินหว่านฉิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะบีบแก้มเขาเบา ๆ “แน่นอนว่าเจ้าสิสนิทกับพี่ที่สุด”



เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็ยิ้มกว้างขึ้นมาทันที เหมือนเด็กน้อยได้ลูกอม



หลินหว่านฉิงจึงหันไปถามหลี่เสวียนเซียวว่า “เจ้ามาหาข้าด้วยเรื่องใดรึ?”



หลี่เสวียนเซียวสีหน้าหม่นคล้ำ มือหนึ่งจับอก เหงื่อผุดขึ้นที่หน้าผากเล็กน้อย “ข้า...ข้าแค่รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยเท่านั้น”



“เป็นเพราะกินอะไรผิดหรือเปล่า?”



“อาจจะใช่” เขาตัดบทก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่น้องชายคนนี้คือใครกัน?”



“เรียกเขาว่าฝั่นเยว่ก็แล้วกัน”



“ฝั่นเยว่…” หลี่เสวียนเซียวทวนชื่อ พลางค้นหาข้อมูลในหัว แต่กลับไม่พบอะไรที่ตรงกับชื่อนี้เลยแม้แต่น้อย



หลินหว่านฉิงอธิบายว่า “ข้าพบเขาเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนั้นเขานอนหมดสติอยู่ริมแม่น้ำ ความทรงจำทั้งหมดหายไป มีเพียงชื่อที่ยังจำได้ เขาเอาแต่เรียกข้าว่าพี่สาว ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยพากลับมาด้วย หวังว่าจะพาไปยังเขาเสวียนซานเพื่อหาทางรักษา”



“แล้วเขาเป็นผู้ฝึกตนหรือไม่?”



คำถามของหลี่เสวียนเซียวแทงใจนัก



“ใช่...แต่ไม่ใช่” หลินหว่านฉิงถอนหายใจ “เขาเหมือนมีพลังอยู่ แต่ก็ไม่รู้สึกถึงปราณเลย เหมือนเส้นชีพจรถูกผนึกไว้ทั้งหมด”



“อย่างนั้นหรือ…” หลี่เสวียนเซียวเลิกคิ้ว ในใจเริ่มพึมพำ ‘มารร้ายชัด ๆ!’



มาจากไหนไม่รู้ หน้าตาดีเกินไป พลังถูกผนึกเหมือนตัวละครลับ ยังจะตามติดศิษย์พี่หญิงสามของเขาไม่ยอมห่าง — แบบนี้ไม่ให้สงสัยได้อย่างไร



“แล้วท่านอาจารย์ล่ะ ว่าอย่างไรกับเรื่องนี้?”



“ท่านอาจารย์กำลังปิดด่านอยู่ ข้าไปหาก็ไม่พบ”



อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น!



“แล้วผู้อาวุโสท่านอื่นล่ะ?”



“หลายท่านก็ล้วนแต่ติดธุระกันทั้งสิ้น”



หลี่เสวียนเซียวถอนหายใจอย่างหงุดหงิด — ทุกอย่างช่างเข้าข้างนางเกินไปแล้ว



“ข้าเองพอมีความรู้เรื่องเวทจิตใจอยู่บ้าง หากท่านยินยอม ข้าจะลองช่วยตรวจสอบดูว่าเขาจะฟื้นความจำได้หรือไม่”



“จริงหรือ? เช่นนั้นดีเลย!” หลินหว่านฉิงยิ้มกว้าง แล้วหันไปสั่ง “ฝั่นเยว่ ขอบคุณพี่ชายสิ”



“ขอบคุณพี่ชาย~” เด็กหนุ่มกล่าวเสียงอ้อมแอ้ม



“ฝั่นเยว่เป็นชื่อที่เขาจำได้เองใช่หรือไม่?”



“ใช่ เขาบอกข้าเองว่าจำได้แค่นั้น”



หลี่เสวียนเซียวพยักหน้า แล้วยื่นมือเข้าไปในแหวนมิติ หยิบของชิ้นหนึ่งออกมา



มันคือ...นกไม้กลไกประดิษฐ์!



“ของเล่น?” ฝั่นเยว่ถามเสียงใส



หลี่เสวียนเซียวเปิดกลไกให้นกไม้กระพือปีกบินวนกลางอากาศก่อนจะกลับมาเกาะที่บ่าเขาอีกครั้ง



ฝั่นเยว่เบิกตากว้างแวววาว: ╰(°▽°)╯



“อยากได้หรือไม่?”



“อยากได้มาก!”



“มาเอาไปสิ พี่ชายให้เจ้า”



เด็กหนุ่มลังเลมองหน้าหลินหว่านฉิง นางพยักหน้ายิ้ม ๆ เขาจึงเดินมาก้มรับนกไม้อย่างดีใจ



“ขอบคุณพี่ชาย~”



หลี่เสวียนเซียวลูบหัวเขาเบา ๆ แล้วขอตัวกลับทันที



ครั้นกลับถึงกระท่อมของตนเอง บนยอดเขาหยินเจี้ยนฟง สีหน้ายิ้มแย้มของเขากลับแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียบทันใด



เขาแบมือออก เผยให้เห็นเส้นผมสองเส้นของฝั่นเยว่ในอุ้งมือ



“ฝั่นเยว่…” เขาพึมพำชื่อซ้ำอย่างครุ่นคิด



เขาเดินไปยังชั้นหนังสือ ลากหนังสือโบราณเล่มหนึ่งออกมา เปิดหน้าใหม่ขึ้น แล้วเริ่มเขียนคำว่า “ฝั่นเยว่” ด้วยลายมือคมชัด



ถัดจากนั้น เขาใช้พู่กันเขียนรูปหน้าเด็กหนุ่มลงไป เสร็จแล้วจึงวางเส้นผมลงกลางหน้ากระดาษ ก่อนจะพับหนังสือปิด



“ขอพิสูจน์ให้ชัดกันทีเถอะว่าเจ้าเป็นใคร” เขาร่ายมนต์พึมพำ



ทันใดนั้น กระดาษก็ลุกไหม้ขึ้นเองโดยไม่มีไฟ



เป็นคาถาพิเศษที่เชื่อมโยงกับ ‘บันทึกเซียนแห่งเขาเสวียนซาน’ — ขุมคลังข้อมูลมหาศาลที่ว่ากันว่าครอบคลุมเรื่องราวทุกหย่อมหญ้าแห่งแผ่นดินต้าฉิน



คล้ายคลึงกับสิ่งที่ยุคก่อนเรียกว่า ‘สารานุกรม’ หรือ ‘ข้อมูลวิญญาณ’ ขึ้นอยู่กับว่าท่านจะเป็นนักปราชญ์หรือจอมยุทธ์



หากเคยมีคนบันทึกไว้ในเขาเสวียนซาน แม้เพียงเสี้ยวเดียว คาถานี้ย่อมสามารถสืบเสาะได้



หลี่เสวียนเซียวหลับตา จิตจ่ออยู่กับการค้นหา มโนภาพของเขาเต็มไปด้วยหนังสือเล่มโตมากมาย ทั้งเก่าและใหม่ ปรากฏเรียงรายไหลมาราวสายน้ำเชี่ยว



แต่ยิ่งค้น กลับยิ่งว่างเปล่า



ไม่มีแม้แต่เงา



“ไม่มีข้อมูลเลย?” เขาเบิกตาเบา ๆ ในใจรู้สึกเย็นวาบเหมือนน้ำเย็นราดต้นคอ



ไม่มีข้อมูล — น่ากลัวยิ่งกว่ามีข้อมูลเสียอีก



เขากัดฟันแน่น “ศิษย์พี่สามของข้าเอาตัวอะไรกลับมากันแน่?”



หลี่เสวียนเซียวไม่รอช้า จัดการวางแผนสองทางทันที



ด้านหนึ่ง เขานำหุ่นไม้จำลอง ‘จั๊กจั่นกล’ จากศาสตร์กลไกแห่งสำนักเมิ่งเจีย มาลงยันต์พรางปราณ แล้วส่งออกไปให้ติดตามฝั่นเยว่โดยไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้



ด้านที่สอง เขาเขียนจดหมายลับส่งถึง ‘ผู้อาวุโสฝ่ายวินัย’ และ ‘รองเจ้าสำนัก’ โดยไม่ลงชื่อ แจ้งเตือนให้ทั้งสองจับตาดูหลินหว่านฉิงกับฝั่นเยว่



“เลือกสองคนนี้คือดีที่สุด” เขาพึมพำ เพราะหนึ่งดูแลกฎหมาย อีกหนึ่งรักษาสำนักยามเจ้าสำนักปิดด่าน



จากนั้น เขารีบไปพบจ้าวลู่ ศิษย์น้องหญิงผู้น่ารักที่กำลังนั่งคัดของฝากจากเขาเสืออยู่



“นี่ของเจ้า — เหมาะกับพลังธาตุน้ำของเจ้า” เขาวางห่อของลงเบา ๆ



“ขอบคุณเจ้าค่ะ ศิษย์พี่” นางยิ้มแย้ม



“ข้าขอร้องเรื่องหนึ่ง — ช่วยแกล้งบังเอิญเจอกับศิษย์พี่หญิงสาม แล้วลองชวนคุยว่าพบฝั่นเยว่ที่ไหน อย่างไร เมื่อใด”



“เจ้าจะให้ข้าเป็นสายลับอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย?” นางทำเสียงประชด แต่ก็กระพริบตาขำ ๆ “ได้เลย!”



หลี่เสวียนเซียวถอนใจโล่งอก



“อย่างน้อย ข้าก็ยังมีคนที่เชื่อใจได้”



...จบตอน



ตอนก่อน

จบบทที่ ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอน

ตอนถัดไป