บทที่ 35 ไยเมื่อเอ่ยถึงความผูกพัน กลับพุ่งเข้าใส่ราวกับเทพมารคลั่ง!?
เสียงขลุ่ยดังกังวาน ล่องลอยผ่านม่านหมอก ยามย่ำสนธยาเหมือนจะเรียกวิญญาณในอดีตกาลให้ฟื้นคืน—คล้ายเวทมนตร์ที่แทรกซึมเข้ากระดูก ละเอียดอ่อนราวสายใยของกาลเวลาที่พันเกี่ยวจิตใจฝั่นเย่ว่าไว้แน่น
ฝั่นเยว่เดินตามเสียงขลุ่ยไปเรื่อย ๆ ฝ่าทางลัดเลาะระหว่างผาหินกับกอไม้ใหญ่ จนพบเจ้าของเสียงในม่านหมอกหนา
หาใช่มนุษย์ไม่ หากแต่เป็นเงาเร้นวิญญาณเร่ร่อนสายหนึ่ง ผิวคล้ายหมอกดำแผ่ซ่าน มีดวงตาแวววาวราวไฟผีสาง
“เจ้าเป็นใครกัน?” เขากล่าวด้วยความระแวดระวัง ฝ่ามือกำแน่นบนด้ามอาวุธ ทว่าแววตาแฝงด้วยความหวังริบหรี่
เงาวิญญาณกวักมือเรียก “ตามข้ามา...พี่สาวเจ้าหลินหว่านชิงเป็นคนส่งข้ามา” เสียงของมันมิใช่แค่เสียง หากแต่แทรกเข้าหัวใจ เสมือนเป็นถ้อยคำที่นางเคยกระซิบจริง
ทันทีที่ได้ยินชื่อของนาง ดวงตาของฝั่นเยว่สว่างวาบ เขาก้าวเข้าหาด้วยความตื่นเต้น ราวกับผู้สิ้นหวังเห็นแสงเรืองรองแห่งความหวัง
“นาง...นางส่งเจ้ามาหาข้าจริงหรือ?”
ไม่ทันระวัง—ฝั่นเยว่เหยียบลงบนพื้นที่ไร้ทาง เขาพลัดตกลงจากหน้าผาโดยไม่รู้ตัว เพราะหมอกหนาบดบังทุกสิ่งข้างหน้า ม่านลวงล่อแห่งโชคชะตากลืนเขาลงสู่เบื้องลึก
เขาไม่รู้ว่าร่วงหล่นนานเพียงใด รู้เพียงเมื่อถึงพื้นแล้วก็เจ็บไปทั้งตัว พื้นดินเย็นเยียบราวโลงศพแห่งโชคชะตา
ลุกขึ้นช้า ๆ มองรอบด้าน เขาเผชิญหน้ากับประตูหยกขนาดมหึมาที่เปิดออกอยู่ตรงหน้า—ประตูซึ่งตามตำนานว่ามีเพียงเจ้าสำนักซูซานเท่านั้นที่เปิดได้ บรรยากาศรอบข้างขรึมขลัง ดั่งก้าวสู่แดนสวรรค์ปะทะนรก
นอกจากเจ้าสำนัก...มีเพียงหลี่เสวียนเซียวเท่านั้นที่ได้รับถ่ายทอดคาถาเปิดจากเจ้าสำนักรุ่นก่อน
ฝั่นเยว่เดินเข้าไปด้วยความอยากรู้ ในดวงตาฉายแววลังเลระคนอยากรู้อย่างบอกไม่ถูก
กลางลานกว้างว่างเปล่า มีดาบยักษ์ปักลงพื้นดั่งภูเขา ดาบนั้นแผ่กลิ่นไอหนาวสะท้าน ผิวดาบมีอักษรลี้ลับเรืองแสง ราวจะตัดผ่านมิติเวลา ยอดดาบสูงล้ำจนแทบสัมผัสฟากฟ้า
รอบ ๆ เต็มไปด้วยกระบี่มากมาย—ดาบโบราณจากทั่วหล้า ทั้งที่มีอัญมณีฝังอยู่และดาบที่สลักยันต์อาคม วางเรียงเป็นคลังสมบัติลับของซูซานที่ผู้ใดก็ใฝ่ฝันจะได้เห็นสักครั้งในชีวิต
เสียงกระบี่ลั่นแว่ว ดาบทั้งหลายสั่นสะเทือนราวสัมผัสถึงบางสิ่ง กระแสพลังตลบอบอวลกลางลาน สายลมเย็นพัดผ่านเส้นผมราวกับเสียงกระซิบแห่งอดีต บรรยากาศหนักอึ้งเหมือนวิญญาณนับหมื่นยังสิงสู่อยู่ ณ ที่นั้น
ทันใดนั้น ภาพความทรงจำปะทุขึ้น ฝั่นเยว่ทรุดลงกับพื้น เอามือกุมศีรษะ ดวงตาเบิกโพลงราวตกอยู่ในห้วงฝัน
“ทำไม...เหตุใดต้องพรากข้ากับนาง! ข้าตัดใจละทางมารแล้ว หวังใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับนาง!”
แต่กระบี่แห่งซูซานไม่เคยลืม เขาฆ่าคนหลายหมื่นเพื่อสร้างอาวุธต้องคำสาป คนเหล่านั้นล้วนเป็นบิดา มารดา บุตร ภรรยาของใครสักคน วิญญาณเหล่านั้นยังร่ำร้องในกระบี่นี้
“ฝั่นเยว่ เจ้าก่อบาปสั่งหารทั่วหล้า! วันนี้ต้องชดใช้!”
เสียงตะโกนดังก้อง พลันแสงดาบสีทองฟาดลงมาราวสายฟ้า ผ่าฉับกลางเวหา พลังแห่งกรรมผูกแน่นราวบ่วงมารร้าย
เขาจำได้ทันที—นั่นคือดาบที่สังหารเขาในชาติก่อน เสียงหัวใจสั่นสะท้านด้วยความจำอันลืมไม่ลง
“มู่ซาน...หรือคือเจ้า? หรือเจ้าชื่อเฉาเสวี่ย? ไม่...หลินหว่านชิง เจ้ามีสามชื่อสามชาติ แต่เจ้าก็ยังคือนางผู้เดียว”
ฝั่นเยว่พยายามลุกหนีออกจากลาน กระบี่สังหารยังคงข่มจิตวิญญาณเขาให้หวาดกลัว แต่แรงบีบจากอดีตกาลรัดรึงจนแทบหายใจไม่ออก
ทันใดนั้น เสียงสวดคาถาดังจากยอดเขาซูซาน เสียงของหลี่เสวียนเซียวเปล่งอักขระโบราณรัวเร็ว เหล่าตัวอักษรล่องลอยออกจากปากเขาราวหิ่งห้อย พลันรวมตัวเป็นอักขระพันสาย พาดพิงบนฟากฟ้าราวลายแทงสวรรค์
“อาจารย์เฒ่า ข้าขอยืมพลังท่านอีกครั้ง!” เขาตะโกนพร้อมหยิบยันต์พลังระดับสูงขึ้นมา ย้อนแสงอักขระสวรรค์ แสงสีฟ้าสว่างวาบประดุจพระอาทิตย์ตกในเหมันต์
“ด้วยหนึ่งกระบี่ ปราบอสูรนับพัน ล้างพิษมารทั่วหล้า!” เสียงเขากลายเป็นเสียงของเซียนสวรรค์ผนึกจิตทั้งเก้าแดน
ค่ายกลกระบี่แห่งซูซานเปิดฉับพลัน สะท้อนเสียงหอนกระบี่นับหมื่นเล่มภายในค่ายกลกระบี่ เสียงนั้นดังกระหึ่มจนป่าเขาสะท้าน
ฝั่นเยว่ตกใจรีบวิ่งหนี แต่ออกไม่ได้ ประตูหยกปิดสนิท เขารู้ตัวแล้วว่าใครบางคนวางแผนล่อเขามาที่นี่ กับดักของบาปกรรมได้สนองเขาแล้ว
“ใคร!? ใครกันแน่เล่นกลลับหลัง!?” เขาร้องถามพลางหันไปทุกทิศอย่างสิ้นหวัง
ทันใดนั้น ดาบทั้งหมดภายในกระบี่พิธีลอยขึ้นกลางอากาศ พลังแห่งจิตดาบพุ่งเข้าใส่ฝั่นเยว่ เหมือนพายุกระบี่นับพันจากฟ้าถล่มลงมา
เขาสะบัดมือขวา เรียกพลังมารดำจากฝ่ามือฟาดใส่กระบี่—เพียงเสียง “ปัง!” กระบี่สี่ห้าเล่มปลิวสะบั้น แต่ยังไม่พอ ดาบอื่นยังถาโถมดุจพายุ ฝั่นเยว่กัดฟันฝืน พลังมารที่ห่อหุ้มร่างเขาพลุ่งพล่าน เส้นโลหิตที่ขมับเต้นรัวราวจะระเบิด
“มู่ซาน! เฉาเสวี่ย! หลินหว่านชิง! เจ้าจำข้าไม่ได้เลยหรือ! ข้ายังไม่ได้บอกเจ้าด้วยซ้ำว่าข้าคือใคร!”
เขาร้องไห้พลางตะโกน ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและไม่ยอมแพ้ น้ำตาไหลปะปนโลหิต
“เจ้าตัดสายสัมพันธ์ระหว่างเราไม่ได้! แม้แต่ดาบเทพของซูซานก็ทำไม่ได้!”
ท่ามกลางเสียงวาจาแห่งรัก พลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างประหลาด มารพิษรอบตัวเขาขยายตัวต้านดาบทั้งค่ายได้ชั่วครู่ บังเกิดเป็นพายุมารสีดำทะมึนปั่นป่วนท้องฟ้า
หลี่เสวียนเซียวที่เฝ้าสังเกตอยู่บนเขากล่าวเบา ๆ “อะไรกัน? แค่พูดเรื่องรัก ก็พลังเพิ่ม? เจ้านี่เป็นพระเอกอนิเมะเรอะ?” น้ำเสียงปนขำกลิ่นเสียดสี
เขาไม่ลังเล หยิบยันต์อาคมขึ้นแปะหน้าผาก พร้อมร่ายคาถาเสริม
“อาทิตย์ลับขอบฟ้า สวรรค์มืดมน ประชาชนปิดประตูเข้าบ้าน ผู้เดินทางแสวงที่พัก นกกลับป่า เสือกลับถ้ำ...
เท้าติดผืนดิน ศีรษะทะลุเมฆเหมันต์—ข้าผู้สืบสายชะตา ขอกำหนดจุดจบแห่งมารร้ายในวันนี้!!”
...จบตอน