ตอนที่ 16 จับจุดตาย ใครก็ต้องยอม
ซูหนิงค้นพบแล้วว่า เนื้อวัวคือสุดยอดอาหารสำหรับการฝึกตน — ให้พลังงานสูง โปรตีนแน่น และรสชาติก็ยังอร่อยเป็นบ้า
เขามั่นใจว่า หากได้กินเนื้อวัวในปริมาณมากทุกวัน ระดับพลังของเขาจะต้องพุ่งทะยานอย่างแน่นอน
ความคิดรกหัวทั้งหลาย…โยนทิ้งไปชั่วคราว
เขานั่งขัดสมาธิลง พยายามทำใจให้สงบจดจ่อกับการฝึกตน
ภาพของเขาในยามนี้ราวกับพระอาวุโสผู้บำเพ็ญเพียรมาหลายสิบปี นั่งนิ่งไม่ไหวติง เส้นผมปลิวไหวตามลมบาง ๆ อย่างสงบงดงาม
ทั้งร่างแน่นิ่งไม่กระดุกกระดิกราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หากไม่มีเสียงลมหายใจบางเบา ก็คงคิดว่าเป็นรูปสลักไปแล้ว
เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะวิชาฝึกเซียนที่พิเศษหรือไม่ แต่เมื่อเริ่มเข้าสมาธิ เขากลับรู้สึกผ่อนคลายยิ่งกว่านอนเสียอีก
ลมพัดเบา ๆ แตะใบหน้าเขา ความรู้สึกสดชื่นนี้ต่างจากเดิมมาก
ความอ่อนล้าและพุงที่เคยอืด ๆ หายไปแล้ว เขาเริ่มผอมลง แต่เป็นการผอมแบบแข็งแรง เต็มเปี่ยมด้วยพลังชีวิต
ช่วงไหล่ แขน กล้ามเนื้อหน้าอก เห็นได้ชัดว่าชัดเจนยิ่งขึ้น หากมีคนมองตอนนี้คงคิดว่าเขาคือนายแบบที่หลุดออกมาจากมังงะ
หน้าตาคมเข้ม ผิวเปล่งประกายสุขภาพดี ไม่ซีดเหมือนตอนยังเป็นมนุษย์ออฟฟิศอีกต่อไป
เขาตรงหลังแม้ในท่านั่งขัดสมาธิ ราวกับหลอมรวมกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ — สายลม แสงแดด กลิ่นดิน และพลังฟ้าดินที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว
ความรู้สึกของเขาราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และธรรมชาติก็เป็นส่วนหนึ่งของเขา
หนึ่งลมหายใจเข้าออก ล้วนเปี่ยมด้วยจังหวะแห่งเต๋า
เมื่อจบหนึ่งรอบการฝึกตน
เขายกมือสองข้างขึ้น วาดเป็นวงกลมเบา ๆ ที่กลางอก เป็นการรวบรวมพลังกลับสู่จุดตันเถียนส่วนล่าง
"ฟู่..." ลมหายใจที่พ่นออกมาดั่งไอหมอกขาว กลิ่นเหล็กจาง ๆ แทรกออกมาเล็กน้อย — เป็นพลังปราณเสียที่ถูกขับออกจากร่าง
"รอบนี้ลื่นไหลเป็นพิเศษ ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่มักจะติดขัดบ้างตรงจุดนี้หรือจุดนั้น...วันนี้มันลื่นราวกับมีใครทาน้ำมันไว้ก่อนเลยแฮะ" เขายิ้มบาง ๆ เหมือนเด็กหนุ่มผู้เพิ่งทำข้อสอบผ่านฉลุย
อายุจริงใกล้จะสามสิบ แต่ตอนนี้เขาดูไม่ต่างจากวัยรุ่นอายุยี่สิบเอ็ด ผิวเนียน ใบหน้าเปล่งปลั่ง ดวงตาใสแจ๋วแบบเด็ก ๆ ไม่มีความขุ่นมัวใดหลงเหลือ
ร่างกายเขาฟื้นฟูทุกด้าน ทั้งสายตาที่เคยต้องพึ่งแว่น ตอนนี้สามารถมองเห็นจอข้อมูลจากระยะไกลได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพยายามเพ่ง
พลังร่างกาย พลังสมอง ความว่องไว การตอบสนอง — ทุกอย่างพัฒนาไปพร้อมกัน ราวกับเขาได้ติดตั้งระบบอัปเกรดขั้นสูง
"การฝึกเซียนนี่มันสุดยอดจริง ๆ..."
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจดูเล็กน้อยในสายตาคนทั่วไป แต่หากนำมาเปรียบเทียบในโลกแห่งธุรกิจหรือแพทย์ มันคือขุมทรัพย์!
แค่รักษาสายตาได้โดยไม่ใช้เลเซอร์ ก็สามารถตั้งราคาค่ารักษาได้เป็นแสนเป็นล้าน ถ้าเอาไปใช้กับนักธุรกิจที่ใส่แว่นราคาเป็นล้าน จะคิดราคากี่หลักก็ยังขายได้อยู่ดี
หรือถ้าโฆษณาว่าทำให้คนหัวใสขึ้น สมาธิดีขึ้น ปฏิกิริยาไวขึ้น — บอกเลย คนแห่กันมาจ่ายเงินเหมือนแจกทอง
"วูมมมม!"
เสียงพลังทะลวงอากาศดังขึ้นเมื่อเขาชกเบา ๆ สองสามหมัด
อากาศรอบหมัดนั้นสั่นสะเทือนเบา ๆ เป็นคลื่นระลอกออกมา
"แฮ่ก…แข็งแรงขึ้นอีกแล้วแฮะ แถมผิวหนังก็เหมือนจะหนาขึ้นนิดหน่อยด้วย...แบบนี้น่าจะป้องกันแผลเล็ก ๆ ได้สบาย ๆ แล้ว"
เขาหัวเราะกับตัวเอง ก่อนจะเงียบไปเล็กน้อยแล้วถามในใจ
"ถ้าฝึกไปถึงที่สุด เราจะถึงขั้นหนังเหนียวจนมีดแทงไม่เข้าแบบในนิยายรึเปล่านะ? หรือกระทั่ง...กันระเบิดได้?"
จากนิยายที่เคยอ่าน พระเอกฝึกจนถึงขั้นสุดยอด ยิงไม่เข้า แทงไม่เข้า เหาะได้ หายตัวได้ จับดาวคว้าดวงจันทร์ แล้วถ้าเขาล่ะ?
"เฮ้อ...คิดไปก็เท่านั้น ถ้าคนแบบนั้นมีจริง คงเหมือนถูกรางวัลลอตเตอรี่ห้าร้อยล้านสามงวดติด..."
เขาหัวเราะเบา ๆ ยอมรับความจริงในใจ
เขาไม่ได้คาดหวังจะเป็นเทพเจ้าหรือผู้ควบคุมจักรวาล ขอแค่ฝึกได้ดี พัฒนาชีวิตตัวเองได้บ้างก็ดีแล้ว
เพราะผ่านความเป็นความตายมาครั้งหนึ่ง เขาจึงเข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น
บางปัญหาในโลก ไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่เคยคิด เพียงแต่เราเองที่แบกมันไว้อย่างโง่งมเท่านั้น
“ความเครียดไม่ได้ทำให้เราแข็งแกร่งเสมอไป บางครั้งมันก็ทำให้เราตายเร็วขึ้นต่างหาก...”
ความสำเร็จไม่ใช่สิ่งที่วัดด้วยความกดดัน แต่ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เราใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
เขาก้มดูนาฬิกา — เพิ่งผ่านไปแค่สามชั่วโมง
ทั้งที่ตอนแรกใช้เวลาเกือบหนึ่งวันเต็มกว่าจะฝึกจบหนึ่งรอบ ตอนนี้แค่สามชั่วโมงก็เสร็จแล้ว
“ดีจริง ๆ…” เขาพึมพำ
ก่อนจะเหลือบมองโทรศัพท์ที่สั่นค้างอยู่เป็นชั่วโมง เขาหยิบขึ้นมาดู แล้วเบ้หน้าเล็กน้อย
"อีกแล้วเรอะ หมอนี่!"
แจ้งเตือนเต็มหน้าจอ — เบอร์เดิม โทรซ้ำ ๆ เกือบยี่สิบสามสาย
เขาลังเลก่อนจะกดรับสาย “มีอะไรรึเปล่า?”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเบาเหมือนจะร้องไห้
“ได้โปรดเถอะ...ซูหนิง…แค่ช่วยฉันสักครั้ง แค่ครั้งเดียว ขอแค่ช่วยแก้โปรแกรมให้หน่อย…แค่ครั้งเดียวเท่านั้น!”
ซูหนิงยิ้มเหี้ยม “ได้สิ…แต่ขอค่าจ้างระดับภายนอกคูณหนึ่งร้อย”
"หา!?" ปลายสายแทบสำลัก "ร…ราคานั้นมัน…"
"ไม่ต่อ ไม่ลด ไม่คุย ถ้าไม่รับ ฉันจะบล็อกเบอร์ทันที" เขาพูดเรียบ ๆ
ปลายสายเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบเสียงอ่อน
“ก็ได้…ก็ได้! ขอแค่คุณช่วย…ฉันตกลง!”
ซูหนิงอึ้งไปครู่หนึ่ง นี่มัน…ง่ายเกินไปนี่หว่า?
คนที่เคยต่อราคาค่าแรงเขาแม้แต่สิบหยวน ตอนนี้กลับยอมจ่ายเป็นร้อยเท่า?
เห็นได้ชัดว่า…โปรเจกต์ครั้งนี้สำคัญถึงชีวิตของอีกฝ่าย
และเขาเพิ่งค้นพบความจริงข้อหนึ่ง —
“ตราบใดที่เราจับจุดตายของอีกฝ่ายได้ ต่อให้เขาเคยหยิ่งยโสแค่ไหน…วันหนึ่งก็ต้องก้มหน้าให้เราอยู่ดี”
……
……