ตอนที่ 32 อสูรเสื่อมสวรรค์...ก็แค่อสูรเสื่อมสวรรค์!

⁠⁠⁠⁠⁠⁠⁠

เซียนอมตะทั้งเก้าลอบยิ้มสะใจ ในขณะที่สามอสูรเสื่อมสวรรค์ใบหน้าซีดเผือดด้วยความขมขื่น



ของที่ซุกไว้ในร่าง...คืออัญมณีมิติระดับสูงสุดในแดนเฉียนคุน



อัญมณีชนิดนี้สามารถบรรจุ ‘ภูเขาอมตะไร้ตาย’ ได้ทั้งลูก จึงไม่ต้องพูดถึงความล้ำค่าที่เหนือยิ่งกว่าศาสตราศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ



“ดูเหมือนจะลำบากใจสินะ แต่จริง ๆ แล้ว ซูหนิงไม่ชอบแย่งของที่คนอื่นรักหรอก”



“ถ้าพวกเจ้ารู้สึกเสียดายจริง ๆ ล่ะก็...ไม่ต้องให้ก็ได้นะ” เซียนหญิงคุนหลุนยิ้มบาง



สามอสูรไม่อยากให้แน่นอน



แต่หากซูหนิงเอ่ยปากตรง ๆ แล้วพวกมันไม่ยอมให้...จะไม่ดูเลวร้ายเกินไปหรือ?



“ก็จริง...ผู้มีคุณธรรมไม่แย่งของรักของคนอื่น” ซูหนิงยักไหล่ ทำทีเหมือนไม่สนใจ



แล้วเดินจากไปพร้อมจานอาหารในมือ



สามอสูรลังเลใจอย่างหนัก แต่ซูหนิงกลับเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ



ในใจของพวกมันกลับยิ่งว้าวุ่น



กลัวว่าเขาจะเคืองแล้วตามเอาคืนภายหลัง



แต่ของชิ้นนั้น...ก็สำคัญจนยากจะยอมปล่อยไป



เพราะนั่นไม่ใช่แค่สมบัติธรรมดา แต่คือสิ่งที่ทั้งเผ่าเสื่อมสวรรค์ร่วมแรงร่วมใจสร้างขึ้นมา ใช้เวลานับหมื่นปี กว่าจะสำเร็จ



ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเผ่าก็ว่าได้



“หึ...โง่สิ้นดี!”



“ตอนแรกคิดว่าอสูรเสื่อมสวรรค์จะเจ้าเล่ห์เฉลียวฉลาด...แต่ที่แท้ก็แค่พวกสมองกลวง!”



“ข้าคงคิดมากไปหน่อย สัตว์พวกนี้...ถ้าไม่พึ่งวิชามารกับพลังกลืนกินประหลาด คงสูญพันธุ์ไปนานแล้ว”



“ก็พวกมันไม่ใช่มนุษย์นี่นา...”



เซียนทั้งเก้าแสดงความเหยียดอย่างเปิดเผย ไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย



ไม่ใช่แค่คำพูด แต่แววตาก็เต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างแท้จริง



เมื่อรู้สึกถึงสายตาดูถูกเหล่านั้น สามอสูรก็ถึงกับเดือดดาล



“แค่เซียนมนุษย์เก้าคนเท่านั้น คิดว่าพวกเจ้ามีสิทธิ์เหยียบย่ำพวกเราอย่างนั้นรึ?”



“ถ้าตอนนั้นเราได้ขึ้นมาก่อนบ้างล่ะก็...คงได้รู้กันไปแล้วว่าใครเหนือกว่าใคร!” กิเลนดำคำราม



“ฮึ! ถ้าพวกเจ้าได้ขึ้นมาก่อนจริง ๆ เซียนอมตะท่านอื่นคงไม่ชายตามองด้วยซ้ำ จะโดนปีศาจกลืน หรืออดตาย หรือเหยียบกับกับดักตายก่อนถึงเขตปลอดภัยก็เถอะ!” เซียนหญิงคุนหลุนเย้ยหยัน



“เพี๊ยะ!”



เสียงตบฟาดลงมากลางอากาศ



ร่างสามอสูรถูกซัดล้มลงไปกองกับพื้น เซียนหญิงคุนหลุนยืนเหนือพวกมันด้วยสายตาเย็นชา



“เกิดก่อนก็คือเกิดก่อน พวกเจ้าจะไม่พอใจอย่างไรก็เปล่าประโยชน์”



“ในเมื่อมาตามหลัง ข้าก็จะสอนให้รู้จัก ‘กฎของผู้มาทีหลัง’”



“จากนี้ไป...พวกเจ้าจงฟังให้ดี หากข้าพูด พวกเจ้าก็ต้องฟัง!”



“บังอาจเถียง...ข้าจะตบ!”



“แหกปากใส่...ข้าจะตบ!”



“ขู่ฟ่อใส่...ข้าก็จะตบ!”



เซียนหญิงคุนหลุนเหยียดยิ้ม มองอสูรทั้งสามอย่างไม่เกรงใจ



แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว แต่ก็ทำได้แค่มองอย่างเดือดดาล



“เพี๊ยะ!”



อีกหนึ่งฝ่ามือเหวี่ยงฟาดตามมา



เธอไม่ใช่ซูหนิง ที่มีเมตตาใจเย็นอะไรทำนองนั้น



เธอไม่ชอบอสูรเสื่อมสวรรค์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงความปรานี



“ถ้าไม่ติดว่าท่านเซียนอมตะยังอยากเลี้ยงไว้เล่น ข้าคงฆ่าพวกเจ้าไปนานแล้ว!” เธอเอาเท้าเหยียบร่างกิเลนดำ มือข้างหนึ่งจับคอมังกรดำ อีกมือบีบคอฟีนิกซ์ดำไม่ปล่อย



ภาพที่เห็น...ทั้งโหด ทั้งทรงพลัง



ไม่มีใครกล้าคัดค้านแม้แต่คนเดียว



ในโลกนี้...อำนาจพูดได้



ซูหนิงคืออันดับหนึ่ง ส่วนคนที่เหลือก็ต้องแข็งแกร่งถึงจะมีสิทธิ์เปิดปาก



เซียนหญิงคุนหลุน...ไม่ใช่แม่พระแต่อย่างใด



จะให้ปล้น ฆ่า ลอบกัด...เธอทำได้ทั้งนั้น



“เอาสมบัติของพวกเจ้าออกมาให้หมดซะ ไม่งั้น...จะให้พวกเจ้ารู้ซึ้งว่าคำว่า ‘เจ็บ’ เขียนยังไง!” เธอขู่เสียงเย็น



“เจ้าเป็นใครถึงกล้ามาสั่งเรา? ท่านเซียนอมตะยังไม่เคยทำ!” กิเลนดำไม่พอใจ



“หึ...” เธอยิ้มเย็น



“เพราะข้า...เก่งกว่าไงล่ะ!”



“ท่านเซียนอมตไม่เอา แต่ข้าเอา! แล้วเจ้าจะทำไม?”



“ข้าไม่ให้...”



“ตุบ!”



เสียงกระแทกดังสนั่น ร่างกิเลนดำถูกเธอกระทืบจนซี่โครงหักยุบลงไปครึ่งตัว



ไม่อ่อนโยนแม้แต่น้อย



สตรีอันดับหนึ่งแห่งยุคนี้ ไม่ใช่ใครจะมองว่าอ่อนโยนได้ง่าย ๆ



คนที่ก้าวขึ้นถึงระดับเซียน ต้องเคยเหยียบเลือดคนมานับไม่ถ้วน



“เจ้ากล้าทำร้ายข้า ข้าจะฟ้องท่านเซียนอมตะ!” กิเลนดำร้อง



“ลืมไปแล้วหรือ? บนสวรรค์นี้...ไม่มีใครบังคับใครได้หรอก” เธอหรี่ตาเย็นชา



“ถ้าไม่ใช่เพราะเขาขอไว้ ข้าคงฆ่าเจ้าทิ้งไปแล้ว และต่อให้ข้าฆ่าจริง...เจ้าคิดว่าเขาจะว่าอะไรข้างั้นหรือ?”



คำพูดนี้ ทำเอากิเลนดำตัวสั่นไปทั้งตัว



“จะยืนบื้อกันอีกนานไหม? พวกเจ้าจะไม่ช่วยหน่อย?” เธอหันไปหาเซียนอีกแปดคน



“โอ้...มาแล้ว มาแล้ว!”



หลี่ชิงเสวียน มหาเทพแห่งหุบเหว จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ย และคนอื่น ๆ ก็รีบเข้ามารุมกระทืบ



ทุบตีจนสามอสูรต้องยอมเปิดโพรงมิติในตัว นำสมบัติออกมาจนหมด



สามอสูรคิดไม่ถึงว่าเซียนมนุษย์เหล่านี้จะทำตัวเหมือนโจรภูเขาขนาดนี้!



อัญมณีมิติ ยาโอสถ อาวุธวิเศษ ม้วนตำรา วิชาลับ ของมีค่า ของไร้ค่า...ล้วนถูกกวาดเรียบ



ขโมยแบบเปิดเผยสุด ๆ



แต่จะว่าไป...พวกมันก็ไม่มีทางเลือก



ต่อให้โกรธแค่ไหนก็สู้ไม่ได้



เซียนทั้งเก้าแข็งแกร่งเกินกว่าจะต้านได้แม้แต่นิดเดียว



แถมยังใจร้ายแบบสุด ๆ



ถ้าไม่ยอมให้จริง ๆ พวกเขาคงจะฆ่าพวกมันจริง ๆ



ท้ายที่สุด...สมบัติที่สะสมมาตลอดนับหมื่นปีของพวกมันก็ถูกยึดหมดเกลี้ยง



“พวกเราไม่ได้ปล้นนะ แต่กำลังช่วยพวกเจ้าต่างหาก” หลี่ชิงเสวียนยิ้มบางพลางพูด



กิเลนดำ: ช่วยบ้าอะไรของเจ้า!? ขโมยพวกเราแล้วยังมาทำเป็นพูดดีอีก!



พวกมันไม่เชื่อสักนิด



“บอกแล้วไงว่าเจ้าพวกนี้มันสมองกลวง”



“พวกเจ้าอยู่ฟรีในแดนของท่านเซียนอมตะ ไม่คิดจะให้อะไรตอบแทนเลยหรือ?” หลี่ชิงเสวียนพูดต่ออย่างใจเย็น



“ท่านอาวุโสไม่เรียกร้องก็จริง แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาไม่คาดหวังอะไรจากพวกเจ้าเลย”



“แค่เขาอารมณ์ดีเลยให้อยู่และให้ข้าวกิน แต่ถ้าวันใดเขาเบื่อขึ้นมา พวกเจ้าก็แค่ก้อนหินที่เขาจะเหยียบให้แหลกก็เท่านั้น”



“ถ้าพวกเจ้าอยากอยู่ที่นี่ต่อไป ก็ต้องทำให้เขาเห็นว่ามีค่า...อย่างน้อยก็ต้องมีอะไรตอบแทน!”



“ท่านเซียนอมตะสนใจอัญมณีมิติของพวกเจ้า นั่นแปลว่าเขาเริ่ม ‘ผูกผลประโยชน์’ กับพวกเจ้าแล้ว...ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ?”



“ในโลกเซียน ไม่มีใครอยู่ด้วยกันแค่เพราะคำว่าเมตตาหรอก...มีแต่ผลประโยชน์เท่านั้นที่ยืนยาว”



หลี่ชิงเสวียนมองทั้งสามด้วยสายตาลึกซึ้ง



“ไม่รู้พวกเจ้าที่มีอายุนับหมื่นปี ใช้ชีวิตไปหมดในท้องสุนัขหรืออย่างไร ถึงยังไม่เข้าใจเรื่องพื้นฐานพวกนี้!”



เมื่อได้ฟังคำพูดเหล่านี้ สามอสูรก็เหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน



เต็มไปด้วยความเสียใจ...และเสียดาย



หากตอนแรกยอมให้ซูหนิงแต่โดยดี คงได้ทั้งหน้าทั้งใจกลับมาแล้ว



จะตระหนี่ทำไมกันนะ!?



ว่าแล้วพวกมันก็ได้แต่ทอดถอนใจ...



ในใจคิดตรงกันว่า—ไม่แปลกเลยที่มนุษย์จะถูกขนานนามว่า “เผ่าพันธุ์เจ้าเล่ห์” โดยแท้จริง!



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 32 อสูรเสื่อมสวรรค์...ก็แค่อสูรเสื่อมสวรรค์!

ตอนถัดไป