รถกระบะ
หยางยี่ยังคงสงบ แต่เมื่อกั๋วซียี่ได้ยินคำพูดของเซียวไป่เหลียน
เขาก้าวไปข้างหน้า แล้วพูดด้วยความโกรธว่า “คุณคิดว่าพวกเราไม่มีปัญญาซื้อรถอย่างงั้นหรอ ได้เดี๋ยวพวกเราจะซื้อให้ดู”
"เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆ!" หยางยี่รีบเข้าไปห้ามกั๋วซียี่เอาไว้ก่อน เพราะเขายังต้องการวางกับดักอีกฝ่ายอยู่!
เมื่อกั๋วซียี่เห็นว่าหยางยี่รีบเข้ามาห้าม เขาคิดว่าหยางยี่ไม่มีเงินพอที่จะซื้อและกลัวที่จะเสียหน้า เขาเลยก้มหัวลงไปกระซิบกับหยางยี่ว่า
“พี่หยาง พี่ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ผมยังพอมีเงินเก็บอยู่บาง! เดี๋ยวผมช่วยพี่เอง!”
"ฉันรู้ว่าแกมีเงิน แต่ไม่ต้อง"หยางยี่กลอกตาและดึงกั๋วซียี่กลับมา
เซียวไป่เหลียนมองทั้งสองคน แลัวพูดอย่างติดตลกว่า “เอาอย่างงี้เป็นไง ถ้าพวกคุณสองคนมีปัญญาซื้อรถคันนั้นจริงๆ ผมยอมทุบรถของตัวเองเลย”
เมื่อเซียวไป่เหลียนพูดเสร็จ เขาก็เอามือล่วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบกุญแจรถออกมาควงอย่างอวดดี แล้วกดปุมเปิดรถ ไม่ไกลมากนักมีรถเอสยูวีขนาดกะทัดรัดกระพริบไฟอยู่
หยางยี่และกั๋วซียี่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
"คุณพูดจริงหรอ" หยางยี่พูดเบา ๆ
เซียวไป่เหลียนรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่ไม่แยแสของหยางยี่ แล้วพูดอย่างประหม่าว่า“แน่นอน ถ้าคุณสามารถซื้อรถคันนั้นได้!”
หลังจากที่เซียวไป่เหลียนพูดเสร็จ ก็ได้มีเสียงพูดของพนักงานขายของหลางย่าพูดขึ้นมาว่า “โอ้ นี่ไม่ใช่พนักงานขายอาวุโสของฟีอาดี้หลอกหรอ มาหาเรามีอะไรหรือเปล่า” อยู่ๆก็ได้มีผู้ชายสามคนสวมชุดสูทเดินออกมากร้านหลางย่า แต่ละคนมีท่าทางการเดินที่แข็งแกร่งและหล่อเหลา
เมื่อหยางยี่เห็นท่าทางการเดินผู้ชายทั้งสาม ดวงตาของเขาก็หรี่ลงเล็กน้อย ทันใดนั้นก็ได้มีคำสองคำผุดขึ้นในใจของเขา: "ทหาร!"
กั๋วซียี่ดูเหมือนจะได้ยินมัน เขาเอนตัวลงและบ่นกับหยางยี่ว่า: “ผมเคยได้ยินมาว่า พนักงานส่วนใหญ่ของหลางย่าเคยเป็นทหารมาก่อน ด้วยเพราะเหตุนี่เองจึงไม่ค่อยมีใครกล้ายั่วยุพวกเขามากนัก”
เซียวไป่เหลียนยิ้มอย่างเชื่องช้าและพูดว่า "ไม่มีอะไรมากหลอก ก็แค่คนบ้านนอกสองคนบอกว่าต้องการที่จะซื้อรถของพวกคุณนะ"
"เมื่อกี้คุณพูดว่าถ้าผมสามารถซื้อรถของหลางย่าได้ คุณจะทุบรถของคุณใช่ไหม"หยางยี่พูดเบา ๆ
เมื่อผู้ชายทั้งสามฟังคำพูดของหยางยี่ พวกเขาก็ตระหนักว่าหยางยี่กำลังมีเรื่องกับเซียวไป่เหลียนอยู่
เซียวไป่เหลียนไม่อยากเสียหน้าและพูดว่า: “แน่นอน ถ้าคุณสามารถซื้อได้อะนะ!”
หยางยี่กำลังรอประโยคนี้อยู่ เขาหันไปหาผู้ชายทั้งสามคนแล้วพูดว่า: "พวกพี่ ๆ ช่วยเป็นพยานให้ผมหน่อยได้ไหม"
"ฮ่าฮ่า ได้สิ!" ชายวัยกลางคนพูดด้วยรอยยิ้ม
“ประธานเหวิน ผมว่าเราให้ส่วนลดกับเขาดีไหม” ชายคนข้างๆพูดขึ้นมา
ใบหน้าของเซียวไป่เหลียนตื่นตระหนก แล้วตะโกนว่า: "ไม่ได้เด็ดขาด! "
หยางยี่พูดอย่างเฉยเมย: "ไม่จำเป็นต้องใช้ส่วนลด ยังไงคุณก็แพ้อยู่ดี!"
ชายวัยกลางคนพูดกับประธานเหวินแล้วหัวเราะและพูดว่า: "ฉันละชอบนายจริงๆ! ถ้าวันนี้นายสามารถทุบรถของเขา ฉันจะยอมเป็นเพื่อนนายเลยเอา!"
ประธานเหวินสนใจมากเลยจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการซื้อรถยนต์ให้หยางยี่ด้วยตัวเอง: "เชิญทางทางนี้เลยครับ ผมจะเป็นคนพาคุณไปดูรถเอง”
ในฐานะผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์เซียวไป่เหลียน เขาพูดอย่างไม่พอใจว่า: "เสียเวลาจริงๆ”
หยางยี่ไม่สนใจเขา ทำเพียงแค่มองไปรอบ ๆ
เมื่อกั๋วซียี่เห็นหยางยี่กำลังเดินไปที่รถกระบะที่มีโครงขนาดใหญ่และดูเหมือนรถวิบากเล็กน้อย เขาก็ตกใจไปครูหนึ่ง
พี่หยาง พี่ชอบรถแบบนี้หรอ?
"คุณสนใจรถซีรี่ย์หมาป่าหรอ โอเค งั้นรอผมแปปหนึ่ง เซียวจิ่วไปเอากุญแจรถมาสิ!" ประธานเหวินหัวเราะ เขาเปิดประตูรถและแสดงให้หยางยี่เห็น "รถกระบะของเราได้รับการออกแบบมาสำหรับให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในให้กว้างใหญ่เพียงพอ และสามารถนั่งได้หลายคน!” (T: ถ้าผู้อ่านไม่เห็นภาพ ก็คล้ายๆกับกระบะ 4 ประตูของบ้านเราอะครับแต่ใหญ่กว่า)
"แต่กระบะด้านหลังไม่สามารถบรรทุกของได้เยอะมากนัก"กั๋วซียี่อดไม่ได้ที่จะพูดพึมพำ
"คุณพูดว่าอะไรนะครับ" ประธานเหวินได้ยินไม่ชัด
กั๋วซียี่ประหม่าเล็กน้อย แต่ก็ยังพูดว่า: "รถของคุณกระบะด้านหลังมันเล็กไปหน่อยนะ ถ้าผมนั่งด้านหลังเท้าของผมคงจะเหยียดตรงไม่ได้ ..."
ประธานเหวินยังคงตรงไปตรงมามาก เขาไม่โต้เถียง และพยักหน้ายอมรับ: “ใช่ เราเสียสละพื้นที่การบรรทุกของ แล้วเอามาเพิ่มให้กับพื้นที่ใช้สอยภายใน!"
"นั่นเป็นสาเหตุที่รถซีรี่ย์หมาป่าของคุณเปิดตัวมาสองปีแล้ว แต่ยอดขายก็ไม่ดี! "กั๋วซียี่พูดออกมาด้วยเสียงเบาๆ
ด้วยคำพูดเหล่านี้ทำให้พนังงานขายของหลางย่า บางคนก็ไม่มีความสุข
"คุณพูดอย่างนี่หมายความว่าไง" ชายวัยกลางคนพูดด้วยสีหน้าไม่ดี "มันผิดหรอ?"
เซียวไป่เหลียนส่ายหน้าอย่างตลก เขาหัวเราะแล้วพูดว่า: “โอเค โอเค ถ้าคุณไม่มีปัญญาที่จะซื้อมัน คุณไม่ต้องเล่นละครอย่างนั้นก็ได้!”