ตอนที่ 26 : เหอฉิงผู้กล้าหาญ

  【วันนี้คุณได้พบหน้าสาวน้อยปีศาจจากลัทธิมารโดยบังเอิญ เธอเอ่ยว่าในอนาคตอาจมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง สำหรับคุณแล้ว นี่อาจจะเป็นโชคชะตาอีกรูปแบบหนึ่ง】

  สาวน้อยปีศาจจากลัทธิมารเหรอ...คำนี้ก็เหมาะกับเธอดีเหมือนกันนะ

  หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าของแมวน้อยก็รีบร้อนมาที่ป้ายรถเมล์ หลินเจิ้งหรานและหานเวินเวินจึงส่งแมวคืนให้เจ้าของไปอย่างเรียบร้อย

  เจ้าของแมวขอบคุณพวกเขาอย่างสุดซึ้ง ทั้งคู่จึงแยกย้ายกันกลับบ้านไป

  ฤดูหนาวผ่านพ้นไป ฤดูใบไม้ผลิก็มาถึงอีกครั้ง

  นี่คือเทอมสุดท้ายของชีวิตชั้นประถมศึกษา เหอฉิงถามแม่ของเธอหลังจากช่วงตรุษจีนว่า “แม่คะ หนูจะได้ไปเรียนมัธยมกับหลินเจิ้งหรานเมื่อไหร่คะ?”

  แม่เหอตอบ “ประมาณเดือนกันยายนจ้ะ พอเดือนกันยายนเปิดเทอม หนูก็จะได้เจอกับเจิ้งหรานแล้วล่ะ เดือนสิงหาคมพอหนูปิดเทอม แม่จะไปสมัครให้ทันที”

  “วันที่เท่าไหร่ของเดือนกันยายนล่ะคะ?”

  “อันนี้ก็ไม่แน่นอนหรอก แต่ละปีมันไม่ค่อยตรงกัน แต่ก็ช่วงต้นเดือนนั่นแหละ”

  เหอฉิงได้ยินดังนั้น ก็ยิ้มร่า วิ่งเข้าไปในห้องนอนเปิดสมุดบันทึกเล่มใหม่ที่เพิ่งซื้อมา เริ่มนับวันตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 กันยายน

  ทุกวันเธอจะขีดฆ่าไปหนึ่งวัน ยิ่งขีดก็ยิ่งเข้าใกล้วันที่เธอจะได้เจอกับหลินเจิ้งหรานอีกครั้ง

  แม่ของเธอยืนมองลูกสาวอยู่ที่หน้าประตูห้อง เห็นเหอฉิงนอนคว่ำบนเตียง เอามือเท้าคาง นับวันด้วยรอยยิ้ม ขาทั้งสองข้างของเธอแกว่งไปมาด้วยความสุข

  สี่ปีผ่านไป ไม่นึกเลยว่าลูกสาวของเธอจะยังคิดอยากกลับไปเมืองเล็ก ๆ ทางเหนืออีก

  เดิมทีแม่เหอคิดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กสองคนคงจบลงไปตั้งแต่ตอนที่ย้ายบ้าน แต่ดูเหมือนตอนนี้มันกลับยิ่งมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ เสียอีก

  ในฐานะที่เธอเคยมีประสบการณ์ชีวิตคู่ที่ล้มเหลวมาก่อน แม่เหอจึงพูดกับลูกสาวด้วยความจริงจังว่า “ชิงชิง ครั้งนี้ที่เจอกับเจิ้งหรานอีก หนูต้องคอยเฝ้าให้ดี ๆ นะ อย่าให้เขาหนีไปได้อีกล่ะ”

  เหอฉิงหน้าแดงระเรื่อ พูดอึกอัก “แม่...พูดอะไรของแม่เนี่ย”

  แม่เหอพูดจากใจจริง “แม่พูดจริง ๆ นะ แม่อยากเห็นชิงชิงของแม่ได้อยู่กับคนที่หนูชอบไปตลอดชีวิต ไม่ต้องแยกจากกันอีก” พูดจบก็เดินไปเข้าครัวเตรียมอาหารเย็น ปล่อยให้ลูกสาวนั่งเขินอยู่คนเดียวในห้อง

  ช่วงเวลาครึ่งปีที่เหลือนี้ ผ่านไปด้วยการขีดฆ่าวันที่ในสมุดบันทึกทุกวันของเหอฉิง เธอมองดูวันในสมุดบันทึกจากที่มีจำนวนหลายร้อยวัน ลดลงจนเหลือ 50 วัน และจาก 50 วันจนกลายเป็นแค่ 10 วันสุดท้าย

  เปิดเทอม กลางเทอม ปิดเทอม สอบปลายภาค ปิดเทอมฤดูร้อน

  รอยยิ้มบนใบหน้าของเหอฉิงสดใสขึ้นเรื่อย ๆ

  “เหลืออีกแค่ 10 วัน...อีกแค่ 10 วันสุดท้าย ฉันก็จะได้เจอเขาแล้ว!”

  สองวันผ่านไป เย็นวันนี้ หลินเจิ้งหรานกำลังนั่งดูทีวีอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน ทั้งสามนั่งพิงกันอย่างผ่อนคลายบนโซฟา

  หลินอิงจวินโอบหลินเสี่ยวลี่ไว้ในอ้อมแขน หลินเสี่ยวลี่ก็ซบอกสามีตัวเอง แล้วเอื้อมมือตบขาลูกชายเบาๆ

  หลินเสี่ยวลี่ถามขึ้น "เหลืออีกห้าวันก็ต้องไปสมัครเรียนมัธยมแล้ว เจิ้งหราน ลูกตื่นเต้นไหม? ถึงตอนนั้นไปเรียนมัธยม ก็ไม่ได้กลับบ้านทุกวันแล้วนะ เพราะโรงเรียนมัธยมเขาให้พักที่โรงเรียน"

  หลินเจิ้งหรานหัวเราะเฮอะๆ "แค่เรียนมัธยมจะตื่นเต้นอะไรล่ะครับ ดีเลย จะได้ปล่อยที่ว่างให้พ่อกับแม่ได้อยู่กันสองคน ไม่ต้องมีผมคอยขัดจังหวะ"

  ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หลินเสี่ยวลี่ดูเบอร์ที่โชว์บนหน้าจอ แล้วนั่งตัวตรงทันที ส่งโทรศัพท์ให้ลูกชายด้วยความตื่นเต้น "เหอฉิงโทรมา! ลูกรีบรับสิ ถามดูว่าเธอจะกลับมาหรือยัง?"

  หลินเจิ้งหรานรับโทรศัพท์ ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ได้ยินเสียงร้องไห้จากปลายสาย

  “หลิน...หลินเจิ้งหราน...นายฟังอยู่ไหม? ฉันมีข่าวร้ายจะบอกนาย..." เสียงของเหอฉิงเต็มไปด้วยความสะอื้น "เปิดเทอมนี้ฉันอาจจะไม่ได้เจอนายแล้วนะ"

  หลินเจิ้งหรานสะดุ้ง เพราะเขารู้ว่าเด็กคนนี้รอวันนี้มานานแค่ไหน ทุกครั้งที่คุยกัน เธอจะพูดแต่ว่าเหลืออีกกี่วันจะได้เจอกัน เขาจึงลุกไปถามในห้องนอนอย่างละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น เหอฉิงจึงค่อยอธิบาย

  "แม่บอกว่า เอกสารการสมัครเรียนของฉันมีปัญหานิดหน่อย อาจจะต้องเลื่อนออกไปอีกหนึ่งเดือน ถึงจะได้ไปเรียนกับนาย ตอนเปิดเทอมเราคงไม่ได้เจอกัน..."

  หลินเจิ้งหรานฟังจบก็โล่งอก "เฮ้อ โล่งใจไปที ฉันนึกว่าเธอร้องขนาดนี้ จะบอกว่าจะไม่มาแล้วซะอีก"

  ทางฝั่งเหอฉิงขณะนี้กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงในห้องนอน เสียงเธอยังคงสะอื้นอยู่ "จะไม่มาได้ยังไงล่ะ? ต่อให้ต้องคลานไป ฉันก็ต้องไปเรียนกับนายให้ได้ เราสัญญากันไว้แล้วนะ จะผิดสัญญาไม่ได้เด็ดขาด"

  หลินเจิ้งหรานหัวเราะเบาๆ นี่ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่ปี ยัยเด็กคนนี้พูดติดตลกเป็นแล้วแฮะ

  เหอฉิงร้องไห้ต่อ "ตอนแรกฉันคำนวณวันไว้หมดแล้ว แล้วก็ถามแม่ด้วยว่าจะได้กลับไปวันไหน แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ ฉันก็ต้องเลื่อนออกไปอีกเดือนหนึ่ง..."

  "แค่หนึ่งเดือนเอง ร้องไห้ทำไม? เราไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี ยังจะสนใจอีกแค่เดือนเดียวเหรอ?"

  "สนสิ" เหอฉิงเอาหน้าซุกเข่า "หนึ่งเดือนมันนานมากเลยนะ แถมของขวัญที่จะเอาไปให้ตอนเจอนาย ฉันก็เตรียมไว้หมดแล้ว เป็นของหวานช็อกโกแลตที่ฉันตั้งใจทำอย่างดี ทำไว้หลายวันจนออกมาสวยที่สุด" เธอยิ่งพูดยิ่งรู้สึกเศร้า

  "อีกเดือนหนึ่งของหวานก็คงเสียหมดแล้ว ถ้าทำใหม่ก็อาจจะไม่สวยเท่าครั้งนี้แล้ว..."

  หลินเจิ้งหรานฟังแล้วก็เข้าใจ "อ๋อ ที่พูดมาตั้งนาน เพราะเสียดายช็อกโกแลตสินะ?"

  เหอฉิงหัวเราะออกมาได้ทันที "ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น นายอย่าแกล้งฉันสิ" เธอใช้นิ้วเขียนชื่อหลินเจิ้งหรานลงบนผ้าปูเตียง ใบหน้าแดงระเรื่อ

  แล้วพูดกับเขาทางโทรศัพท์ทีละคำทีละคำว่า "ฉันแค่คิดถึงนาย หลินเจิ้งหราน ฉันอยากเจอนาย"

  จากนั้นก็หยุดนิ้วมือไว้ "ดังนั้นเมื่อกี้ฉันปรึกษากับเวินเวินแล้ว ก็คิดไอเดียหนึ่งขึ้นมา ไม่รู้ว่านายจะตกลงไหม?"

  หลินเจิ้งหรานสงสัย "ไอเดียอะไร?"

  เหอฉิงพูดอย่างเกรงๆ ถึงความคิดของเธอ หลินเจิ้งหรานฟังแล้วถึงกับตกใจ

  เด็กสาวที่ขี้อายอย่างเหอฉิงนี่นะ? เธอกลับคิดว่าจะให้ตัวเองกับเขาขึ้นรถพร้อมกัน แล้วนัดเจอกันกลางทางระหว่างเหนือใต้!

  หลินเจิ้งหรานเบิกตากว้าง "เธอบ้าไปแล้วเหรอ? รู้ไหมว่าเราอยู่ไกลกันแค่ไหน? ต่อให้นั่งรถไฟความเร็วสูงยังต้องใช้เวลาเป็นวัน ไหนจะที่พักอีก? เธอกล้าเกินไปแล้ว ฉันไม่เห็นด้วยหรอกนะ"

  เหอฉิงแม้เสียงจะเศร้า แต่กลับมีความแน่วแน่ "ฉันไม่กลัวหรอก อีกอย่างก็แค่กลางทางเท่านั้น ต้องมีที่พักแน่นอน" เธอพยายามเกลี้ยกล่อม "นายตกลงเถอะนะ ขอร้องล่ะ"

  เหอฉิงหยุดร้องไห้แล้วค่อยๆ พยายามโน้มน้าวหลินเจิ้งหรานอยู่พักใหญ่ เธอทั้งอ้อนทั้งงอแง พูดย้ำแล้วย้ำอีกว่าตอนนี้เธอโตแล้ว อายุสิบกว่าปี มีบัตรประชาชนแล้ว ไม่ใช่เด็กเล็กๆ แบบเมื่อก่อนแล้ว ไม่มีทางเกิดเรื่องแน่นอน

  สุดท้ายเธอยังหลอกหลินเจิ้งหรานอีกด้วยว่า "ฉันนั่งรถออกมาแล้วนะ"

  หลินเจิ้งหรานฟังแล้วถึงกับไม่รู้จะพูดอะไร เด็กผู้หญิงสมัยนี้เขาคิดอะไรกันอยู่นะ ทำอะไรก็ไม่รู้จักคิดก่อนบ้างหรือไง?

  หลังจากวางสาย หลินเจิ้งหรานก็บอกแม่ว่าจะออกไปหาเหอฉิง

  หลินอิงจวินและหลินเสี่ยวลี่ที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา ได้ยินก็ถึงกับอึ้งไปเลย

  ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยความตกใจ พูดอะไรไม่ออก

  หลินเจิ้งหรานอธิบายเรื่องราวคร่าวๆ แบบครึ่งจริงครึ่งเท็จ พ่อแม่จึงมองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมา เด็กสมัยนี้ทำไมถึงได้กล้าทำอะไรกันขนาดนี้นะ

  หลินอิงจวินหยิบโทรศัพท์ที่ว่างอยู่ส่งให้ลูกชาย "เอามือถือไปด้วยนะ เดินทางก็โทรมาบอกพ่อแม่ตลอด เข้าใจไหม?"

  "ขอบคุณครับพ่อ ผมไปก่อนนะครับ"

  หลินเจิ้งหรานจึงออกจากบ้าน ขึ้นรถมุ่งหน้าลงใต้ทันที

  เมื่อขึ้นรถและนั่งอยู่ที่นั่งแล้ว เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความเหนื่อยใจและเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองขึ้นมา "นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย? แทนที่จะได้นอนสบายอยู่ที่บ้านกลับต้องออกมาเสียเวลาเสียแรงทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ ยัยเด็กโง่นั่น ถ้าเจอหน้าแล้วไม่ด่าให้ร้องไห้กลับบ้าน ฉันก็ไม่แซ่หลินแล้ว"

  ทางด้านเหอฉิง เมื่อได้รับคำตกลงจากหลินเจิ้งหรานแล้ว เธอดีใจจนแทบกระโดด รีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋า เอาของหวานที่ทำไว้เก็บใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวัง แล้วพูดกับแม่อย่างรู้สึกผิด "แม่คะ หนูไปเล่นกับเวินเวินก่อนนะ คืนนี้หนูขอไปนอนบ้านเวินเวินค่ะ"

  แม่ของเธอกำลังดูแลคุณยายอยู่ที่โซฟา พอได้ยินก็แปลกใจ "หืม? คืนนี้ลูกจะไม่กลับบ้านเหรอ?"

  เหอฉิงหลบตาอย่างรู้สึกผิด "อืม หนูจะไปนอนกับเวินเวินนะคะ ไปแล้วนะคะแม่"

  "จะรีบไปไหน เดินดีๆสิลูก!"

  เหอฉิงรีบซื้อตั๋วรถ แล้วหยิบโทรศัพท์ที่ยืมมาจากหานเวินเวินขึ้นมา จากนั้นก็ขึ้นรถไปทางเหนือ ด้วยใจที่เต้นแรง คาดหวังที่จะได้พบหน้าหลินเจิ้งหรานอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

  แน่นอนว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอเดินทางไกลด้วยตัวเอง เธอจึงโทรศัพท์คุยกับหลินเจิ้งหรานตลอดเวลา คอยฟังคำแนะนำจากเขาอย่างเคร่งครัด

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 26 : เหอฉิงผู้กล้าหาญ

ตอนถัดไป