ตอนที่ 34 ฉันจะต้องรวย!

  เช้าวันเสาร์ที่อากาศแจ่มใส ใต้ท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนจาง ๆ

  เสี่ยวเหอฉิงถือถุงพลาสติกใส่กล้วยสองหวี เดินไปยังบ้านของหลินเจิ้งหรานอย่างร่าเริง

  นี่เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่เธอได้กลับมายังสถานที่ที่คุ้นเคยแห่งนี้อีกครั้ง หัวใจที่เต้นแรงอยู่ไม่หยุดบอกเธอว่าการกลับมาครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

  บ้านของหลินเจิ้งหรานแทบไม่เปลี่ยนไปเลย ต่างไปแค่นิดหน่อยตรงของตกแต่งและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

  เสียงเคาะประตูดังขึ้น

  คนที่นั่งอยู่บนโซฟา—หลินอิงจวินและหลินเสี่ยวลี่—เหลือบตาขึ้นมอง เมื่อเห็นเป็นเด็กสาวที่มีใบหน้าคุ้นตาเดินถือกล้วยยืนยิ้มอยู่หน้าประตู ทั้งคู่ถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย

  “สวัสดีค่ะ ลุง ป้า” เหอฉิงเอ่ยทักด้วยความเขินอาย เสียงหวานปนนุ่มนวลไม่เปลี่ยนจากตอนเด็กเลย

  หลินเสี่ยวลี่ขยี้ตาตัวเองเบา ๆ ก่อนจะร้องออกมา “นั่น…นั่นใช่เสี่ยวฉิงเหรอ?! โอ้โห! นี่มันโตเป็นสาวแล้วนี่นา! สวยมากด้วย!”

  หลินอิงจวินเองก็ลุกขึ้นมาต้อนรับทันที “โห เสี่ยวฉิงโตขึ้นเยอะเลยนะ!”

  เหอฉิงยิ้มเขิน รีบยื่นกล้วยให้ “คือ…หนูซื้อของมาฝากลุงกับป้าน่ะค่ะ ถึงจะไม่ใช่ของมีราคาอะไร แต่หนูก็อยากขอบคุณที่ตอนเด็ก ๆ ลุงกับป้าดูแลหนูมาตลอดค่ะ”

  หลินเสี่ยวลี่หัวเราะร่า รีบเดินเข้ามารับของพร้อมดึงแขนเธอเข้าบ้าน “โถ ๆ มานี่เร็ว มานั่งข้างใน เด็กคนนี้จะเกรงใจอะไรอีก ถือว่าที่นี่เป็นบ้านตัวเองเหมือนเดิมก็ได้!”

  เหอฉิงพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความสุข

  “แล้วตอนนี้เธอเรียนห้องเดียวกับเจิ้งหรานเหรอ?” หลินเสี่ยวลี่ถามขึ้นขณะสำรวจใบหน้าหวาน ๆ ของเธอ

  “ไม่ใช่ค่ะ ตอนนี้เราเรียนกันคนละห้อง แต่เวลาเลิกเรียน กินข้าว หรืออะไรก็ยังได้เจอกันค่ะ” เหอฉิงตอบอย่างนอบน้อม

  หลินเสี่ยวลี่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “งั้นก็ดีเลยนะ เจิ้งหรานตอนเธอย้ายไป เขาน่ะนั่งเศร้าอยู่ตั้งนานแน่ะ ใช่ไหมเจิ้งหราน?”

  หลินเจิ้งหรานที่เพิ่งเดินเข้าบ้าน เปลี่ยนรองเท้าเสร็จ เงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง “หา? แม่ว่าอะไรนะ?”

  หลินเสี่ยวลี่หัวเราะแล้วกระซิบเบา ๆ กับเหอฉิง “ดูสิ เขายังเขินอยู่เลย คำว่า ‘ชอบ’ ก็ยังไม่กล้าพูด”

  เหอฉิงหน้าแดงก่ำไปทั้งหน้า พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ก้มหน้างุด

  จะว่าหลินเจิ้งหรานคิดถึงเธอไหม เธอไม่แน่ใจ แต่สิ่งที่แน่ใจคือ—เธอคิดถึงเขาทุกวันตลอดสี่ปีที่ผ่านมา

  ภายในห้องนั่งเล่น หลินเจิ้งหรานพาเหอฉิงไปที่ห้องของเขา

  หลินเสี่ยวลี่ยังไม่ลืมตะโกนตามหลัง “ตอนเที่ยงแม่จะเรียกนะ!”

  สองคนเดินเข้าไปในห้อง เหอฉิงเดินตามหลังเขาอย่างว่าง่าย

  พอเข้าห้อง เขาก็นอนเหยียดยาวลงบนเตียงอย่างไม่เกรงใจ

  เหอฉิงยิ้มบาง ๆ “เหนื่อยเหรอ? ให้ฉันนวดให้ไหม? ฉันนวดเก่งนะ เคยนวดให้ยายบ่อย ๆ ด้วย”

  หลินเจิ้งหรานยังไม่ทันตอบ เธอก็รีบเดินมานั่งลงข้างเตียง ใช้สองมือนวดไหล่เขาเบา ๆ

  “ไม่เหนื่อยเลย ไม่เหนื่อยเลย” เธอพูดไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี

  เธอบีบไหล่ให้เขาเบา ๆ จนกระทั่งเสียงแม่ตะโกนเรียกไปกินข้าว

  บนโต๊ะอาหารกลางวันวันนี้มีอาหารเต็มโต๊ะ หลินอิงจวินกับหลินเสี่ยวลี่พูดยิ้มแย้มตลอดมื้อ

  แม้กระทั่งตอนที่เหอฉิงแอบคีบกุ้งมาใส่จานให้หลินเจิ้งหรานแบบแอบ ๆ แบบตอนเด็ก หลินเสี่ยวลี่ก็หัวเราะออกมา “นี่มันเหมือนตอนพวกเธออยู่อนุบาลไม่มีผิดเลย!”

  หลินเจิ้งหรานแสร้งทำหน้าดุ “ให้ฉันกินทำไม? เธอไม่ชอบกินก็บอกตรง ๆ สิ!”

  เหอฉิงรีบพูดเบา ๆ “ไม่ใช่นะ…คือ ฉันแค่อยากให้นายกินก่อน…”

  บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะไม่ขาดสาย

  บ่ายวันนั้น หลินเจิ้งหรานบอกว่าจะออกไปซื้อของ เหอฉิงก็เลยตามไปด้วยอย่างไม่ลังเล

  “ไปซื้ออะไรเหรอ?” เธอถามอย่างอยากรู้

  “ซื้อของขวัญวันเกิดให้คนรู้จัก แล้วก็แม่ฝากให้ซื้อขนมให้เธอด้วย” เขาตอบไปเรื่อย ๆ

  เธอยิ้มหวาน ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ แม้จะไม่ได้พูดอะไรหวาน ๆ ออกมาตรง ๆ แต่แค่ได้เดินอยู่ข้าง ๆ เขา ก็มีความสุขจนไม่อยากขออะไรอีกแล้ว

  จนกระทั่งเย็น เธอโบกมือลาเขาอย่างเสียดาย “แล้วเจอกันที่โรงเรียนวันจันทร์นะ!”

  เธอเดินกลับบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม…รอยยิ้มที่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้เธอยิ้มแบบนี้ได้

  แต่ว่า…

  ไม่ใช่ทุกคนจะมีรอยยิ้มเช่นเดียวกัน

  อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องสีชมพูอบอุ่น เด็กสาวผมหางม้าคู่กำลังนั่งเล่นกีตาร์อยู่บนเตียง

  เธอร้องเพลงเบา ๆ พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็แฝงความเหงาเอาไว้

  “บื้อเอ๊ย…วันนี้ไปอยู่กับใครมานะ? ไม่รู้ว่าสนุกกันแค่ไหน…ยังนวดให้กันอีก…”

  เธอวางกีตาร์ลง หยิบโทรศัพท์มือถือกับตั๋วหนังสองใบขึ้นมาถือไว้

  ในใจอยากจะกดส่งข้อความหาคนคนนั้นเต็มแก่ แต่ก็ไม่กล้าสักที

  พิมพ์ข้อความจนเสร็จ…ก็ลบทิ้ง

  “มันดูเหมือนสารภาพรักเลยนี่นา ใครจะกล้าส่งกันล่ะ!”

  เธอก้มหน้าซบหมอน ซ่อนตัวเองใต้ผ้าห่ม “ถ้าส่งผ่านความฝันไปได้ก็ดีสิ…”

  เช้าวันถัดมา เธอตื่นขึ้นมาด้วยขอบตาดำคล้ำและใบหน้าเหนื่อยล้า

  “ไม่ได้การละ ฉันต้องส่งข้อความให้ได้! ฉันจะต้องทำให้ได้!”

  เธอสูดหายใจลึก กำโทรศัพท์ไว้แน่น

  “ฉันจะต้องรวย! เอ๊ย…ฉันจะต้องส่งข้อความให้ได้!”

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 34 ฉันจะต้องรวย!

ตอนถัดไป