ตอนที่ 48: เวินเวิน เขาเมื่อคืนไปค้างบ้านใครก็ไม่รู้
เสียงขยับเขยื้อนเบา ๆ ทำให้หลินเจิ้งหรานสะดุ้งตื่น เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วหันหน้าไปทางต้นเสียง
ภาพที่เห็นคือหานเวินเวินที่นั่งพิงผนังอยู่มุมห้อง ใบหน้าทื่อเหมือนเครื่องค้าง แววตาว่างเปล่า
หลินเจิ้งหรานจับตามองเธออย่างระวัง กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์หลุดโลกเหมือนเมื่อคืนซ้ำอีก
โชคดีที่ดูเหมือนจะไม่เป็นแบบนั้น
หานเวินเวินกระพริบตาปริบ ๆ ดวงตาแบบจิ้งจอกสั่นระริก แม้ความทรงจำจะยังไม่ชัดนัก แต่ก็จำได้พอสมควรว่าตัวเองเมื่อคืนทำอะไรลงไป
“หลินเจิ้งหราน~ สวัสดีตอนเช้าค่ะ~” เธอโบกมือน้อย ๆ แล้วยิ้มเขิน ๆ ปากยังหุบไม่มิด
สีหน้าของเธอแสดงออกถึงความกระอักกระอ่วนที่อธิบายไม่ถูก
หลินเจิ้งหรานถอนหายใจเบา ๆ ลุกขึ้นมานั่งบ้าง
เมื่อคืนนั้นเพราะเจ้าหมาจิ้งจอกตัวนี้วุ่นวายมาก เขาจึงปล่อยให้เธอจับมือจนหลับไปเอง ครึ่งคืนแรกเขายังถูกดึงมือไม่ยอมปล่อย จนต้องแอบชักมือออกมาในตอนตีสอง
จนตอนนี้ เหงื่อเต็มฝ่ามือเลยทีเดียว
“หายดีแล้วเหรอ? รู้สึกยังไงบ้าง?” เขาถามเรียบ ๆ
หานเวินเวินลองเช็กตัวเองแล้วพยักหน้าเบา ๆ “ดีกว่าเมื่อวานเยอะเลย ตื่นมาแล้วรู้สึกสบายตัวดีแฮะ... แค่เหงื่อออกนิดหน่อย”
หลินเจิ้งหรานเหลือบตามองอุณหภูมิในห้อง “มีเหงื่อบ้างก็ดีล่ะ แต่ยังไม่ต้องรีบอาบน้ำนะ รอให้หายสนิทก่อน”
“อื้ม” เธอพยักหน้าตาม
หลินเจิ้งหรานยื่นมือไปแตะหน้าผากของเธอโดยไม่ทันคิดอะไร
แก้มเธอแดงระเรื่อขึ้นมาทันที แต่เธอก็รีบเก็บอาการแล้วจ้องเขาตาแป๋ว
“ยังอุ่นอยู่นิดหน่อยแฮะ ไข้หน้าร้อนมันหายยากจริง ๆ วัดไข้ก่อนละกัน” เขาหยิบปรอทแล้วโยนให้เธอ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเปิดก๊อกเตรียมน้ำ
พอเขาหายเข้าไปในห้องน้ำ หานเวินเวินถึงกับปล่อยหน้าเหวอออกมา
เอามือปิดหน้าแล้วพึมพำกับตัวเอง “เราทำบ้าอะไรไปบ้างเนี่ยเมื่อคืน... ขอให้หลินเจิ้งหรานลืมให้หมดเลยเถอะนะ...”
เธอหนีบปรอทไว้ที่รักแร้ หลินเจิ้งหรานก็เดินออกมาพอดี
“ฉันจะไปซื้อข้าวเช้านะ” เขาว่า แล้วหันหลังจะเดินออก
“เดี๋ยว!” หานเวินเวินเรียกเขาไว้ สีหน้าจริงจัง
“เมื่อวาน... ขอบคุณมากนะหลินเจิ้งหราน ที่อยู่ดูแลฉัน ซื้อยา ซื้อข้าวให้ด้วย ไม่งั้นวันนี้ฉันคงต้องเข้าโรงพยาบาลแน่ ๆ”
หลินเจิ้งหรานหันมายิ้มนิด ๆ “อยากตอบว่าไม่เป็นไร แต่พอคิดถึงเรื่องที่เธอทำเมื่อคืนแล้ว…”
“แงงงงงงง~” เธอทำหน้าเหมือนอยากจะมุดดินหนี
เธอยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าเขาแบบไร้พลัง “เมื่อคืนฉันไม่ปกตินะ นายก็รู้ใช่มะ? ตอนคนเป็นไข้บางทีมันก็เบลอ ๆ ทำเรื่องที่ไม่ค่อยเข้าใจได้ง่าย ๆ เอาเป็นว่า ฉันติดหนี้นายไว้แล้วกัน จะหาวิธีชดใช้ทีหลังนะ!”
“ถ้ามีตังค์เมื่อไหร่ก็เลี้ยงข้าวฉันสักหลาย ๆ มื้อก็พอ ตอนเช้าอยากกินอะไร?”
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบพร้อมกันเป๊ะ ๆ กับเขาว่า “ซาลาเปา?”
ทั้งคู่เงียบไปแวบนึง แล้วหันไปมองหน้ากัน
“เข้าใจกันเกินไปแล้วมั้ยเนี่ย...” เธอพึมพำ
“งั้นรู้แล้ว ฉันไปละ” เขาเปิดประตูจะออกไป
แต่เสียงหวานก็ตามมาอีกครั้ง “เอ่อ...หลินเจิ้งหราน~ เมื่อคืน...นอกจากที่ฉันงอแงใส่นายน่ะ ฉันได้พูดอะไรที่แปลก ๆ ออกไปบ้างมั้ย?”
เธอจ้องหน้าเขาแบบเกร็ง ๆ อย่างกับจะตายแน่ถ้าเขาพูดว่า “พูด”
เพราะเมื่อคืนเธอจำอะไรไม่ค่อยได้เลย มันเหมือนหลุดอยู่กึ่งฝันกึ่งจริง
หลินเจิ้งหรานนึกถึงคำบอกรัก คำว่า “คู่แท้” แล้วก็เทศกาลเชื่อมหัวใจ...
“ก็มีพูดอะไรหลายอย่างอยู่ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก ไม่ถึงกับช็อกหรอก”
หานเวินเวินถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ในใจกลับรู้สึก...เสียดายยังไงไม่รู้
แม้จะไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ของหลินเจิ้งหรานกับฉิงฉิง แต่เธอก็แอบคิดว่า ถ้าเมื่อคืนเธอเผลอบอกความในใจออกไปจริง ๆ ป่านนี้เขาคงให้คำตอบอะไรสักอย่างแล้ว...
“แล้วก็...บอกไว้นิดนะ ถึงเมื่อวานฉันจะดูอ่อนแอไปหน่อย แต่ฉันเคยบอกนายมั้ยว่า ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยอ้อนผู้ชายคนไหนเลย นายเป็นคนแรกเลยนะ~”
หลินเจิ้งหรานตอบแค่ “อืม” แล้วเดินลงไปซื้อข้าว
เสียงประตูปิดลง หานเวินเวินก็ถอนหายใจโล่งอก พึมพำกับตัวเองเบา ๆ “เขาไม่สะท้านอะไรเลยเหรอเนี่ย...ฉันพูดขนาดนั้นแล้วนะ... เขาไม่สนใจฉันจริง ๆ เหรอ?”
เธอรีบคว้ากระจกมาส่องหน้า เช็กองค์ประกอบของความน่ารักทั้งหมด
ใบหน้ารูปไข่ ตาแบบจิ้งจอก ปากเล็ก ๆ น่าจุ๊บ... เธอรู้ตัวดีว่าหน้าตาเธอไม่ด้อยกว่าใครแน่ ไม่งั้นพวกผู้ชายจะมารุมจีบกันทำไม?
แต่ทำไม... ทำไมหลินเจิ้งหรานไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด?
“หรือว่า...ฉันไม่สวยพอ? ไม่มีทางอ่ะ! แล้วทำไมผู้ชายคนอื่นเขินฉันหมด ยกเว้นหมอนี่คนเดียว?”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิด เธอหันไปเห็นหลินเจิ้งหรานถือถุงซาลาเปาเดินเข้ามา
ขณะที่เขาวางของบนโต๊ะ เสียงหวาน ๆ ของโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เป็นเสียงของเหอฉิง...
หานเวินเวินคุยโทรศัพท์กับเหอฉิง น้ำเสียงทางฝั่งนั้นฟังดูสดใสเหมือนเคย
“เวินเวิน เธอจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอ? นี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์กว่าแล้วนะ”
หานเวินเวินโบกมือให้หลินเจิ้งหรานที่เพิ่งเดินเข้าห้อง แล้วพยายามทำเสียงให้ดูเป็นปกติ “ยังไม่รู้เลยน่ะ ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่คุณน้าถึงจะจัดการธุระที่นี่เสร็จ คงอีกนานอยู่มั้ง ถ้าใกล้กลับแล้วเดี๋ยวฉันจะบอกล่วงหน้าแน่นอนนะ”
“อืม… ก็ได้” เหอฉิงตอบอย่างเสียดาย แต่จู่ ๆ เธอก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ รีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงร้อนรน “จริงสิ! เวินเวิน ฉันต้องบอกเธอเรื่องนี้ให้ได้ เมื่อวานฉันโทรหาคุณป้าหลินน่ะ แล้วเธอบอกว่าเมื่อคืนหลินเจิ้งหรานไม่อยู่บ้าน! ไปนอนบ้านเพื่อน!”
หานเวินเวินชะงักไปทันที หันไปมองหลินเจิ้งหรานที่กำลังนั่งแกะซาลาเปาอยู่บนเตียง ส่วนตัวเองก็พิงหัวเตียงอยู่
“เหรอ~ เขาจะไปนอนที่ไหนได้ล่ะ?” เธอทำเสียงปกติแบบสุด ๆ
หลินเจิ้งหรานได้ยินชัดถ้อยชัดคำ เพราะอยู่ใกล้กันมาก แต่ก็ทำทีเหมือนไม่ได้ยินอะไร
เสียงของเหอฉิงในสายเริ่มแผ่วลงอย่างเป็นกังวล “คุณป้าหลินบอกว่า เขาไปนอนบ้านเพื่อนผู้ชาย เพื่อดูแล... สัตว์เลี้ยงที่บาดเจ็บอะไรสักอย่างน่ะ”
หานเวินเวินรู้สึกตัวร้อนขึ้นมา ทั้งที่ไข้เพิ่งลดไปหมาด ๆ
เหอฉิงพูดต่ออย่างสับสน “เวินเวิน เธออยู่ห้องเดียวกับเขานี่นา เธอรู้ใช่ไหมว่าเขาสนิทกับใครบ้าง? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินเลยว่าเขามีเพื่อนสนิทผู้ชาย? แล้วเรื่องนี้มันแปลกมากเลยนะ ฉันกลัวว่า...”
หานเวินเวินขยับตัวเล็กน้อย หันไปมองหลินเจิ้งหรานอย่างแอบ ๆ
เหอฉิงพูดเสียงสั่น “ฉันกลัวว่าเขาจะไปนอนบ้านผู้หญิงน่ะสิ! มันจะใช่เหรอ? อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนเขาไปอยู่กับเจียงเสวี่ยลี่?!”
น้ำเสียงเหอฉิงตอนนี้แทบจะร้องไห้อยู่แล้ว
หานเวินเวินรีบพูดปลอบ “เฮ้ย ๆ ๆ อย่าคิดมากสิ ฉิงฉิง! ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก! เธอก็รู้นิสัยหลินเจิ้งหรานดี เขาไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นแน่ ๆ!”
เธอพูดพลางหันหน้าไปมองเจ้าตัวที่กำลังกินซาลาเปาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เพื่อนสนิทผู้ชายเขาก็ไม่มีจริง ๆ แหละ แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเขาไปทำอะไรกันแน่ เอาเถอะ! อาจจะแค่ข้ออ้างอะไรก็ได้ เธอลืมไปแล้วเหรอว่าคราวก่อนตอนเขานั่งรถไปหาเธอ เขาก็แต่งเรื่องโกหกให้ผู้ใหญ่ฟังเหมือนกัน?”
เหอฉิงน้ำเสียงเศร้า “เวินเวิน เธอหมายความว่าเขา...เขาอาจจะไปหาเด็กผู้หญิงคนอื่นเหรอ? ไม่งั้นเขาจะโกหกทำไมล่ะ...”
หานเวินเวินหันมองหลินเจิ้งหรานที่กำลังเคี้ยวซาลาเปาอยู่ช้า ๆ คำโต
เธอเม้มปากแน่น
(จบตอน)