ตอนที่ 49: ทำพันธสัญญากับหานเวินเวิน

  หานเวินเวินเสียงแผ่วคล้ายรู้สึกผิด “ยังไงก็เถอะ ฉันว่าฉิงฉิงเธอน่าจะลองไปถามหลินเจิ้งหรานด้วยตัวเองนะ ไม่งั้นฉันว่าคืนนี้เธออาจจะนอนไม่หลับเลยก็ได้”

  เสียงในโทรศัพท์เป็นเสียงเหอฉิงที่พยักหน้าแรง ๆ อย่างกับลูกเจี๊ยบจิกข้าวสาร “อื้ม ๆ ฉันก็รู้สึกแบบนั้น งั้นเดี๋ยวตอนเย็นฉันโทรหาเขาอีกที ขอบใจนะเวินเวิน คุยกับเธอแป๊บเดียว ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย”

  เหอฉิงรู้สึกดีขึ้นก็จริง แต่หานเวินเวินกลับรู้สึกกระวนกระวาย

  “อย่าคิดมากนะ ฉันว่าเขาไม่น่าทำอะไรแบบนั้นหรอก เอาเป็นว่าฉันขอตัวก่อนนะ พอดีมีธุระนิดหน่อย”

  “เวินเวิน บ๊ายบาย”

  “ฉิงฉิง บ๊ายบาย”

  หลังวางสาย หานเวินเวินถอนหายใจโล่งอก แต่จากนั้นก็หันมามองคนข้างตัวด้วยสายตาระคนเคือง

  “หลินเจิ้งหราน ถ้าคืนนี้ฉิงฉิงโทรมาหานายนะ นายช่วยอย่าบอกได้ไหมว่านายอยู่ที่นี่กับฉัน ไม่งั้นฉันตายแน่”

  “ฉันไม่โง่นะ แต่ว่า…”

  หลินเจิ้งหรานยื่นอาหารเช้าให้เธอ “ว่าไปแล้วเรื่องฉิงฉิง วันก่อนเธอบอกว่าพอขึ้นม.ปลายแล้วจะไม่ได้เจอฉันกับฉิงฉิงอีก นั่นเป็นความคิดจริง ๆ เหรอ?”

  หานเวินเวินรับซาลาเปาไปกัดคำหนึ่ง รู้สึกท้องว่างหายหวิวทันที

  “อืม… ตอนนี้ฉันยังทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ทั้งหาเงินก็ไม่ได้ เรียนก็ไม่เก่ง แล้วยังจะหวังจะทำสองอย่างพร้อมกันอีกเหรอ... พอขึ้นม.ปลาย ฉิงฉิงก็คงมีเพื่อนใหม่ นายเองก็คงมีเพื่อนใหม่เหมือนกัน…”

  พูดถึงตรงนี้ สีหน้าเธอดูหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย พลางเคี้ยวซาลาเปาด้วยท่าทีเหมือนหึงหวง

  “นายก็คงจะมีเพื่อนผู้หญิงใหม่ที่สวยกว่าเดิมมานั่งข้าง ๆ แล้วก็คงลืมไปหมดแล้วแหละ ว่าเคยมีเจ้าหมาจิ้งจอกตัวน้อยเคยนั่งข้าง ๆ นาย ความสัมพันธ์ดีแค่ไหนถ้าไม่รักษาไว้ก็จบทั้งนั้น”

  หลินเจิ้งหรานตอบรับเสียงเบา “ก็จริง”

  หานเวินเวินหรี่ตามองเขาอย่างขุ่นเคือง แล้วหันหน้าหนี “ฮึ่ม! ฉันรู้อยู่แล้วว่านายน่ะพวกลืมเพื่อนเพราะผู้หญิง ไม่ใกล้เคียงกับคำว่า ‘สุภาพบุรุษ’ เลยสักนิด!”

  หลินเจิ้งหรานได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ “ว่าแต่ก่อนหน้านี้เธอเคยบอกว่าฉิงฉิงเป็นเพื่อนคนเดียวของเธอ จะยอมปล่อยมือไปง่าย ๆ แบบนี้จริง ๆ เหรอ?”

  หานเวินเวินกำมือแน่น เสียงเริ่มแผ่วลง

  “จะไม่เสียใจได้ยังไงล่ะ… ฉิงฉิงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันนะ ถ้าเลือกได้ ฉันก็อยากเรียนต่อด้วยกันนั่นแหละ”

  เธอเงยหน้ามองเขา สีหน้าว่างเปล่า “แต่ฉันทำอะไรได้ล่ะ?”

  พูดไม่ทันจบดี หลินเจิ้งหรานก็ยื่นมือออกไป หานเวินเวินถึงกับชะงัก ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร

  “ทุกครั้งที่ฉันจะสอนเจียงเสวี่ยลี่หรือฉิงฉิง ฉันจะมีเงื่อนไขว่าฝ่ายตรงข้ามต้องเต็มใจ และตั้งใจจะติดตามฉันไปตลอด ถ้าเธอก็เต็มใจ ฉันก็เคยบอกแล้วว่า ฉันพร้อมจะสอนวิธีหาเงินกับช่วยให้เธอเรียนเก่งขึ้นด้วย”

  หานเวินเวินหัวเราะในลำคอ เอามือปิดปากอย่างน่ารัก รอยยิ้มมีเลศนัยแบบจิ้งจอก

  “พูดอะไรตลกดีนะ ‘เต็มใจติดตามไปตลอดชีวิต’ นี่มันฟังดูเหมือนสารภาพรักเลยนะ นายแน่ใจเหรอว่าสอนแล้วฉันจะรวยขึ้น เรียนเก่งขึ้น…”

  คำว่า “ขึ้น” ยังไม่ทันจบ เธอก็เห็นสายตาจริงจังของหลินเจิ้งหราน

  เขาไม่ได้ล้อเล่น

  รอยยิ้มจิ้งจอกหยุดชะงัก ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย “จริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ?”

  “จะล้อเล่นทำไม ฉันไม่มีเวลาว่างนักหรอก นี่คือโอกาสเดียว ถ้าไม่ตกลง ฉันก็ไม่บังคับ”

  ทันใดนั้นเอง หานเวินเวินวางมือลงบนฝ่ามือของเขา

  ไม่มีลังเลแม้แต่น้อย “ถ้าอย่างนั้น… ไม่ว่านายหมายถึงให้ฉันตามเพื่อหาเงิน หรือหมายถึงให้ฉันยกตัวเองทั้งคนให้นายก็แล้วแต่ ฉันยินดีหมดนั่นแหละ”

  เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ มือเรียวเล็กสอดเข้าประสานมือเขา ราวกับจับมือแฟนยังไงยังงั้น แม้สีหน้าจะดูเหมือนล้อเล่น แต่เธอเองก็รู้ดีว่าความรู้สึกในใจนั้นจริงจังแค่ไหน

  หลินเจิ้งหรานก็รู้ว่าเธอไม่ได้โกหก

  เพราะเสียงของระบบดังขึ้นมาทันที

  【มารสาวแห่งนิกายมารได้รับพิษเพลิงโดยไม่ตั้งใจ เจ้าจึงอาศัยสายสัมพันธ์ในยุทธภพหายามาถอนพิษให้ นางซาบซึ้งใจที่เจ้าช่วยชีวิต จึงยอมผูกพันธะกับเจ้า แม้ภายนอกจะพูดเหมือนล้อเล่น แสร้งทำเป็นแค่ขำ ๆ แต่แท้จริงแล้ว นางสมัครใจผูกพันธะกับเจ้าด้วยความจริงใจ】

  【เจ้าผูกพันธะกับมารสาวแห่งนิกายมารสำเร็จ เมื่อนางฝึกตน เจ้าจะได้รับอัตราฝึกตนสองเท่า】

  【เหตุการณ์พิเศษ: เจ้าผูกพันธะสำเร็จครบสามนางจากสามนิกายต่างกัน ก่อตั้งรากฐานพรรคตนเองได้ในเบื้องต้น พลังโชคฝ่ายหยินสามเท่าหลอมรวมในตัวเจ้า ส่งผลให้พลังยุทธ์พุ่งทะยานขึ้น】

  【เจ้าได้รับ: พลังวิญญาณ +1 พลังโจมตี +3 ความอึด +3 พละกำลัง +3 เสน่ห์ +3】

  【ยินดีด้วย เจ้าทะลวงถึงระดับพลังวิญญาณขั้นที่ 40 บัดนี้เริ่มมีชื่อเสียงในยุทธภพแล้ว เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปไม่อาจเป็นภัยต่อเจ้าได้อีกต่อไป】

  【เจ้าได้รับสกิลระดับ 40 ใหม่ — “สร้างจากความว่างเปล่า”】

  【สกิล “สร้างจากความว่างเปล่า” — ไม่ว่ากาลสมัยใด การก่อตั้งพรรคจำเป็นต้องมีทรัพยากรสนับสนุน แม้แต่นิกายใหญ่ยังต้องซื้อขายโอสถ ยา สมุนไพร อาวุธ เครื่องแต่งกาย “วีรบุรุษแม้มีฝีมือ หากไร้ทุนก็ยากจะก้าวหน้า” บัดนี้ เจ้าฝึกฝนจนชำนาญวิชานี้แล้ว ต่อไปเมื่อนางในพันธะออกผจญยุทธภพ หากได้ทองคำ หินวิญญาณ หรือทรัพยากรใด ๆ เจ้าจะได้รับสองเท่าโดยอัตโนมัติ】

  เสียงจากระบบทำให้หลินเจิ้งหรานตื่นตัวขึ้นมาทันที

  เขาเดิมทีเพียงแค่ต้องการผูกโชคกับหานเวินเวินเฉย ๆ ไม่คิดว่าจะได้เลื่อนขั้นพลัง แถมยังได้สกิลใหม่สุดโกงอีก

  ตอนแรกกะว่าจะเริ่มหาเงินหลังจบม.ต้น แต่ตอนนี้ไม่ต้องรอแล้ว

  “งั้นก็ตกลงตามนี้นะ” เขาหันมาพูดกับหานเวินเวิน

  หานเวินเวินชักมือกลับ หน้าแดงเล็กน้อย

  “…อื้ม”

  แม้จะพูดว่าจะช่วยสอนหาเงินกับวิชาเรียนให้หานเวินเวิน แต่หลินเจิ้งหรานก็ไม่รีบร้อน เพราะจิ้งจอกตัวน้อยยังมีไข้ ต้องพักก่อน

  พักสักสองวันค่อยเริ่มก็ยังทัน

  คืนนั้นหลินเจิ้งหรานกลับบ้าน และก็เป็นไปตามคาด เหอฉิงโทรมา

  น้ำเสียงของเธอดูเกรงใจมาก “หลินเจิ้งหราน เมื่อคืนเธอหายไปไหนเหรอ? ฉันโทรไป แม่บอกว่าเธอไม่อยู่บ้าน ไปค้างบ้านเพื่อน ฉันเลยเป็นห่วงน่ะ…”

  หลินเจิ้งหรานเอนหลังรับโทรศัพท์ “แค่นอนบ้านเพื่อนเอง มีอะไรให้ต้องเป็นห่วง?”

  “…ไปนอนบ้านใครน่ะ เล่นอะไรกันเหรอ?”

  “หา?”

  “มะ…ไม่ใช่! ฉันหมายถึง… เธอไปบ้านเพื่อนผู้ชายหรือผู้หญิงน่ะ? ฉันรู้จักไหม?”

  หลินเจิ้งหรานตอบอย่างไร้พิษภัย “ไม่ใช่ผู้หญิงน่ะ เธอคิดอะไรอยู่เนี่ย?”

  เขาก็ไม่ได้โกหกเสียทีเดียว เพราะหมาจิ้งจอกไม่ใช่มนุษย์ผู้หญิงธรรมดา ๆ หรอก

  “เปล่า คิดอะไรล่ะ” เหอฉิงได้ยินแบบนั้นก็ค่อยเบาใจลง สีหน้าโล่งอกทันที ไม่มีท่าทีสงสัยเขาเลย

  “ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงก็ดีแล้วล่ะ เย่~ งั้นตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่เหรอ? ฉันอยากคุยด้วยจัง วันนี้ฉันไปซูเปอร์กับแม่มานะ…”

  กลางดึกวันนั้น เหอฉิงยังโทรมาคุยกับหลินเจิ้งหรานยาวเหยียดอีกตามเคย

  อย่าดูถูกว่าเธอขี้อาย ในเรื่องโทรหาคนก่อน เธอไม่เคยแพ้ใครเลย

  อีกด้านหนึ่ง ที่ห้องเช่าหลังเล็ก หานเวินเวินที่ยังมีไข้ซุกตัวอยู่บนเตียงคนเดียว มองที่ที่หลินเจิ้งหรานนอนเมื่อคืน

  เธอค่อย ๆ ยื่นมือสีขาวนวลลูบเบา ๆ ตรงหมอนที่เขาเคยหนุน

  “เมื่อคืนเขานอนอยู่ตรงนี้ทั้งคืนเลย…”

  แก้มเธอขึ้นสีแดง “รู้สึกว่าเริ่มหวั่นไหวกับหลินเจิ้งหรานเข้าแล้วสิ แค่คิดว่าเขากำลังคุยโทรศัพท์กับฉิงฉิง… ใจก็หึงนิด ๆ ซะแล้ว…”

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 49: ทำพันธสัญญากับหานเวินเวิน

ตอนถัดไป