ตอนที่ 53: การตัดสินใจของเสี่ยวเหอฉิง
เช้าวันถัดมา หานเวินเวินใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อเปิดไหล่ นอนคว่ำอยู่บนเตียง กำลังดูคลิปวิดีโออย่างตั้งใจ
“หลินเจิ้งหราน นายอธิบายเรื่องระบบแนะนำคลิปในแอปนี้ให้ฉันหน่อยได้ไหม? ก่อนหน้านี้ฉันอัปคลิปไปตั้งหลายอัน ไม่มีใครดูเลย แต่คลิปเมื่อวานแค่อัปลงไป ก็มีคนดูเป็นแสนแล้ว! จะทะลุล้านวิวอยู่แล้ว!”
หลินเจิ้งหรานถอดรองเท้าแล้วนั่งลงบนขอบเตียงของเธอ เอ่ยปากอธิบาย
“ถ้าคลิปคุณภาพดี บางทีระบบก็จะสุ่มผลักดันให้นิดหน่อยน่ะ มันอยู่ที่ว่าเธอจะคว้าโอกาสไว้ได้มั้ย ถ้ารักษาคุณภาพได้ต่อเนื่อง แฟนคลับก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าดังแค่ชั่ววูบ ก็แค่หาเงินชั่วคราวนั่นแหละ”
พูดจบ เขาก็หันไปมองเธอ เห็นหานเวินเวินเอามือประคองแก้มแล้วจ้องหน้าเขาอย่างมีแววตาเลื่อมใส
สมัยก่อนที่ในห้องเรียน เจ้า “จิ้งจอกน้อย” คนนี้ก็มักจะประคองแก้มแล้วใช้สายตาแบบนี้จ้องเขาอยู่เหมือนกัน ราวกับกำลังอยากแกล้งเขา
ถ้าเป็นผู้ชายทั่วไป คงโดนจ้องจนพูดไม่ออกแล้วแน่ ๆ
แต่หลินเจิ้งหรานกลับจ้องเธอกลับด้วยสายตาประหลาด “ว่าแต่เธอเล่นอินเตอร์เน็ตมาตั้งนานแล้ว ไม่รู้ระบบแนะนำคลิปนี่เหรอ? หรือว่า...ฉันคิดไปเอง? ทำไมช่วงนี้รู้สึกว่าเสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่บ้านมันสั้นลงเรื่อย ๆ เลยล่ะ?”
หานเวินเวินหันไปมองกางเกงยีนส์ขาสั้นของตัวเอง แล้วตอบคำถามแรกก่อน
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันไม่ค่อยเข้าใจระบบคลิปมาก่อน แต่เมื่อวานลองไปค้นในเน็ตมาบ้างแล้ว ตอนนี้ก็พอรู้เรื่องแล้วแหละ”
“อ้าว งั้นถามฉันทำไม...” เขาทำหน้าเอือม
หานเวินเวินหรี่ตาลง ส่งยิ้มให้
“ก็อยากคุยกับหลินเจิ้งหรานคนเก่งให้นาน ๆ ไง จริง ๆ ตอนที่เจียงเสวี่ยลี่แสดงโชว์นั่นแหละ ฉันก็รู้แล้วล่ะว่านายเก่งมาก ไหนจะสอนเหอฉิงเทควันโด ไหนจะสอนเจียงเสวี่ยลี่ร้องเพลง แล้วตอนนี้มาเล่นเกมก็ยังเก่งอีก”
เธอพูดต่ออย่างรู้ตัว
“ฉันก็รู้ตัวนะว่าฉันมันห่วย ไม่งั้นก่อนหน้านี้ก็คงมาทำพวกนี้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่แค่เดือนเดียว ฉันพัฒนาขึ้นได้ขนาดนี้ มันก็สุดยอดแล้วไม่ใช่เหรอ? ถ้าไปได้เรื่อย ๆ แบบนี้ ฉันคงจะได้กลายเป็นคุณหนูรวย ๆ แล้วสิ?”
หลินเจิ้งหรานมองเธอเงียบ ๆ
หานเวินเวินถึงตอบคำถามเรื่องชุดต่อ
“อ๋อ เสื้อผ้าก็เพราะมันร้อนน่ะสิ ผู้หญิงอยู่บ้านก็แต่งตัวแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ ใครจะอยากใส่ชุดเทอะทะเดินในบ้านล่ะ”
“แต่ฉันยังอยู่ในห้องอยู่นะ...”
เธอทำหน้าตาใสซื่อ “อยู่แล้วไง? หรือว่านายเห็นฉันใส่ชุดบางแล้วจะคิดอะไรไม่ดีเหรอ? จำได้นะว่านายเคยพูดไว้ว่าไม่ชอบเด็กผู้หญิงวัยนี้ หรือว่านาย...หลอกกันตั้งแต่แรก?”
พูดจบก็เม้มริมฝีปาก ทำตาอ้อนเล็กน้อย
หลินเจิ้งหรานถอนหายใจ ยื่นมือถือคืนให้
ถึงแม้เขาจะไม่มีท่าทีอะไร แต่หานเวินเวินกลับลุกขึ้นนั่งอย่างขวยเขินแล้วพูดเสียงเบา
“อ้อ ใช่แล้ว ฉันไม่กล้าแต่งแบบนี้เวลาอยู่นอกบ้านหรอก แค่ใส่ให้หลินเจิ้งหรานดูเท่านั้นเอง~”
น้ำเสียงเธอฟังดูจริงใจผิดปกติ ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้
หลินเจิ้งหรานไม่ตอบอะไร แค่หยิบกระเป๋ามาแล้วพูดเรียบ ๆ
“ยื่นมือมา ฉันมีอะไรจะให้”
“หือ? มีของจะให้เหรอ?” หานเวินเวินยื่นมือออกไปอย่างว่าง่าย แถมยังตื่นเต้น “ของขวางของขวัญอะไรเหรอ? วันนี้ไม่ใช่วันพิเศษอะไรนี่นา”
สิ่งที่เขายื่นให้คือหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยกับคณิต
หานเวินเวินมองงง ๆ “หนังสือเรียน? แล้วจะให้ทำอะไรเหรอ?”
หลินเจิ้งหรานทำหน้ายิ้ม ๆ แบบใสซื่อ “เรียนไงหานเวินเวิน ตอนนี้เงินก็หาได้แล้ว แต่เรื่องเรียนที่สัญญาไว้น่ะ ยังไม่ได้เริ่มเลยนะ”
ทันทีที่พูดถึง “เรียน” สมองของหานเวินเวินถึงกับหยุดประมวลผล
เธอยิ้มแห้ง ๆ เอียงคอ “แต่ยังมีเวลาอีกตั้งหลายวันกว่าจะเปิดเทอมนี่นา เราน่าจะถ่ายคลิปหารายได้เพิ่มกันก่อนมั้ย?”
“ก็ได้ ถ้าเธอไม่อยากไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยกับเหอฉิงก็แล้วไป” เขาตอบนิ่ง ๆ
เธอถึงกับหมดแรง ยกเข่ามากอดไว้บนเตียง ท่าทางเหมือนลูกหมาโดนทิ้ง
“ไม่สนุกเลย~ ฉันมันเรียนห่วย ไม่เก่งเหมือนตอนเล่นเกมนี่นา…”
หลินเจิ้งหรานกลับดูมั่นใจ หยิบชุดข้อสอบมาให้อีกชุด
“ไม่ต้องกลัว มีฉันอยู่ เรื่องแค่นี้เด็ก ๆ”
เธอมองเขาแล้วก็คิดในใจว่า...อืม ก็จริงแฮะ ถ้าได้เรียนกับหลินเจิ้งหราน แค่ได้นั่งด้วยกันก็รู้สึกสนุกแล้ว
“โอเค เรียนก็เรียน!”
ช่วงเวลาสุดท้ายของปิดเทอมฤดูร้อน หานเวินเวินกับหลินเจิ้งหรานก็พักเรื่องการถ่ายคลิปเกมไว้ก่อน เพราะคลิปที่ถ่ายไว้มีอยู่หลายอัน แค่อัปแบบเว้นช่วงเป็นระยะก็พอ
ส่วนเวลาที่เหลือก็เอามาทบทวนบทเรียน
พูดก็พูดเถอะ หานเวินเวินพบว่าพอมีหลินเจิ้งหรานอยู่ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด
วิธีแก้โจทย์ดูเข้าใจง่ายสุด ๆ! ท่องสูตรก็ไวขึ้นเป็นเท่าตัว!
ทั้งที่ตอนที่ให้เสี่ยวเหอฉิงช่วยติว คะแนนก็ไม่ได้พัฒนาอะไรมากนัก ทั้งที่เหอฉิงเรียนเก่งติดท็อปไฟว์ของห้องมาตลอด
แต่พอหลินเจิ้งหรานเป็นคนอธิบาย แม้เนื้อหาจะคล้ายกันมากกับที่เหอฉิงเคยสอน แต่สมองของหานเวินเวินราวกับเปิดทางเดินสู่การเรียนรู้แบบฉับพลัน
รู้สึก “อ๋อ” อยู่ตลอดเวลา แทบจะร้องออกมาได้เลย
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง! ที่แท้โจทย์ข้อนี้ต้องทำแบบนี้สินะ! เข้าใจแล้ว! หลินเจิ้งหรานนายสุดยอดจริง ๆ! ดีกว่าที่ครูอธิบายตั้งเยอะ!”
ไม่กี่วันให้หลัง หลินเจิ้งหรานก็ให้เธอลองทำข้อสอบจำลองดูหนึ่งชุด
หานเวินเวินนั่งกัดปลอกปากกาตั้งใจทำจนเสร็จทุกข้อ
พอเขาเอาปากกาแดงตรวจจนเสร็จ ก็ประหลาดใจไม่น้อย “ไม่เลวเลยนะ หกสิบห้าคะแนน จากที่เคยได้แค่สามสิบ นี่ดีขึ้นเยอะเลย”
หานเวินเวินแทบไม่เชื่อตัวเองว่าวันหนึ่งเธอจะกลายเป็นคนที่เรียนรู้เร็วได้แบบนี้ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความดีใจ ดวงตาเบิกกว้าง
“จริงเหรอ?! หลินเจิ้งหรานนายเจ๋งมาก! พอมีนายอยู่ ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมเลย!”
วันเวลาดี ๆ มักผ่านไปเร็วเสมอ ปิดเทอมฤดูร้อนก็จบลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่ทั้งสองใช้ร่วมกัน
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา โรงเรียนเปิดเทอม นักเรียนทุกคนเลื่อนชั้นขึ้นอีกระดับ
เมื่อเสี่ยวเหอฉิงกลับจากบ้านทางใต้แล้วได้เจอกันพร้อมหน้ากันอีกครั้ง นั่นหมายความว่าสงครามความรักบทใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ทั้งสี่คนไปดูตารางเรียนพร้อมกัน แล้วก็พบว่าเสี่ยวเหอฉิงกับเจียงเสวี่ยลี่อยู่ห้องเดียวกัน ส่วนหานเวินเวินกับหลินเจิ้งหรานก็อยู่ห้องเดียวกันเช่นกัน แถมยังได้นั่งข้างกันอีกต่างหาก
จิ้งจอกน้อยถึงกับยิ้มแก้มปริ ส่วนเหอฉิงกับเจียงเสวี่ยลี่ก็มีสีหน้าซับซ้อนตามเคย
แต่แปลกที่ว่า ทั้งเหอฉิงและเจียงเสวี่ยลี่ไม่ได้ลงมือทำอะไรจริงจังเลย
กระทั่งสามเดือนผ่านไป...
วันหนึ่งก่อนปิดเทอมฤดูหนาว
เสี่ยวเหอฉิงใส่เสื้อสเวตเตอร์ขาว นั่งอยู่ในหอพัก หยิบกระดาษผลสอบจำลองของหานเวินเวินขึ้นมาดู แล้วถึงกับตกใจ
“เวินเวิน! ตั้งแต่เปิดเทอมมานะ คะแนนเธอเพิ่มขึ้นเยอะมากเลย! หลายครั้งได้เกินแปดสิบคะแนนแล้วนะ!”
สองคนกำลังนั่งอยู่บนเตียงเดียวกัน หานเวินเวินมองหน้าเพื่อนรักแล้วคิดในใจว่านี่มันคือผลงานของหลินเจิ้งหรานชัด ๆ
เธอเกาะแขนเหอฉิง แล้วยิ้มตอบกลับ
“ก็ฉันเคยพูดแล้วไง ว่าอยากเรียนมัธยมปลายด้วยกันกับเสี่ยวเหอฉิง ฉันไม่เคยคิดจะเปลี่ยนคำพูดเลยนะ”
“ถึงเธอจะไม่บอกว่าทำยังไงได้ แต่ฉันรู้เลยว่าเธอพยายามมากแค่ไหน”
เสี่ยวเหอฉิงสูดลมหายใจลึกหลายครั้ง หน้าอกเล็ก ๆ ขยับขึ้นลงถี่ ดูเหมือนกำลังจะตัดสินใจเรื่องใหญ่อะไรสักอย่าง หานเวินเวินเลยเอียงคอมองด้วยความสงสัย
“ทำไมอยู่ดี ๆ ไม่พูดอะไรเลยล่ะ?”
แล้วจู่ ๆ เสี่ยวเหอฉิงก็ก้าวลงจากเตียงอย่างจริงจัง เม้มริมฝีปาก กำมือแน่น ดวงตากลมใสหลับลงอย่างมุ่งมั่น
“เวินเวิน ฉันคิดมานานแล้วล่ะ! ยิ่งเห็นว่าเธอก็ตั้งใจขนาดนี้ ฉันยิ่งรู้สึกว่าฉันปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ถ้าไม่รีบตัดสินใจล่ะก็ เขาจะมีผู้หญิงเข้ามาหาไม่หยุดแน่!”
เธอลืมตาขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
“ฉันตัดสินใจแล้ว! ปลายเทอมนี้ ฉันจะสารภาพรักกับหลินเจิ้งหราน! ฉันอยากอยู่กับเขา!”
รอยยิ้มของหานเวินเวินแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลง สั่นไหว
“...อะไรนะ?”
(จบตอน)