ตอนที่ 55: วิชาไม้ตายของนิกายมาร – งูทองพันกระดูก
ผ่านมาหนึ่งเทอมเต็มหลังเหตุการณ์ไข้ขึ้นครั้งก่อน
ตอนนี้หานเวินเวินมีเงินเก็บติดตัวบ้างแล้วจากการทำคลิปเกมมาตลอดหลายเดือน แม้หักค่าอาหารค่าใช้จ่ายแล้วก็ยังเหลืออยู่กว่าสองพันหยวน
เธอมองยอดเงินในบัญชีทีไรก็อดถอนหายใจไม่ได้
ถอนหายใจว่า—ถ้ารู้ว่าเพื่อนร่วมชั้นอย่างหลินเจิ้งหรานเก่งขนาดนี้ ฉันควรให้เขาสอนนานแล้ว
วันนี้ทั้งสองมาที่ร้านขายอุปกรณ์คอมในถนนย่านอิเล็กทรอนิกส์เล็ก ๆ ของเมือง เพื่อจะซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่
ระหว่างเลือกของ เสียงของระบบก็ดังขึ้นตามเคย
【หลังเจ้าทำสัญญากับหญิงสาวจากนิกายมาร แล้วสอนเคล็ดวิชาฝึกปราณให้จนเธอพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว—เธอก็ตอบแทนเจ้าด้วยยาของนิกายมารและวิชาลับต่าง ๆ ช่วยให้เจ้าฝึกได้เร็วขึ้นอีก】
【วันนี้เธอขาดแค่ศาสตราประจำตัว เจ้าจึงพาเธอมาหาอาวุธ พอเลือกได้แล้ว เธออาจใช้วิธีบางอย่างตอบแทนเจ้าอีกครั้ง แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้ารู้สึกสงสัย… เพราะเจ้าสังเกตว่าช่วงนี้หญิงสาวนิกายมารเหมือนมีอะไรจะพูด แต่ยังเก็บไว้ในใจ และดูเหมือนจะเกี่ยวกับเจ้าด้วย】
หลินเจิ้งหรานเหลือบตามองหานเวินเวินข้าง ๆ ไม่พูดอะไร พลางเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดูอีกรอบ
【ระดับลมปราณของคุณตอนนี้: 42】
【ค่าพลังปัจจุบัน】
【พละกำลัง: 47】 (แตะ 50 จะได้สกิล "มีกล้ามแม้ไม่ออกกำลังกาย")
【ความอดทน: 42】 (แตะ 60 จะได้สกิล "คืนละเจ็ดรอบแบบไม่เหนื่อย")
【พลังกาย: 51】 (แตะ 70 จะได้สกิล "พลังแฝงสองเท่า ความอึดสามเท่า")
【เสน่ห์: 45】 (ปลดล็อกความสามารถ “เพิ่มค่าความชอบสองเท่า” แล้ว)
ช่วงครึ่งปีหลังนี้ ระดับไม่ค่อยเพิ่ม เพราะทั้งเหอฉิงกับเจียงเสวี่ยลี่ต่างไม่มีเหตุการณ์ใหญ่ แต่ตอนนี้เขากำหนดตารางไว้แล้ว
อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สองคนนั้นจะต้องมีการแข่งขันและออกทีวี ซึ่งจะช่วยให้พลังของเขาพุ่งทะลุไปถึงระดับห้าสิบก็เป็นได้
“ยินดีต้อนรับครับ จะรับอะไรดีครับ?”
ทั้งสองเดินเข้าร้าน หลินเจิ้งหรานบอกว่าจะซื้อคอมพิวเตอร์ พร้อมแจ้งรายการสเปกให้เจ้าของร้าน
เจ้าของร้านหยิบอุปกรณ์มาให้ หลินเจิ้งหรานเลือกบางชิ้นวางแยกไว้
ทั้งสองสบตากันแล้วก็ยิ้ม
“พี่ครับ อันนี้เปลี่ยนได้ไหมครับ?” หลินเจิ้งหรานชี้ชิ้นที่ไม่ต้องการ
“โอ๊ย ของใหม่นะเนี่ย” เจ้าของร้านบ่นอุบแต่ก็เปลี่ยนให้ “เอ้า ๆ ได้ ๆ เดี๋ยวเปลี่ยนให้ก็ได้”
พอหยิบของใหม่จริง ๆ มาให้ เขาก็ยังอดบ่นไม่ได้
จริง ๆ คนที่รู้เรื่องสเปกพวกนี้ไม่ค่อยมีหรอก ถึงมีก็ไม่มาก พอมีลูกค้าอย่างหลินเจิ้งหรานเข้ามาก็ต้องทำใจว่ากำไรจะน้อยหน่อย
หานเวินเวินสังเกตเห็นทุกอย่าง แม้จะไม่พูด แต่ด้วยความเป็นจิ้งจอกน้อยเจ้าเล่ห์ เธอเข้าใจได้ทันที เธอกระซิบเบา ๆ ข้างหูหลินเจิ้งหรานว่า “หลินเจิ้งหรานก็ยังรู้เรื่องคอมอีกเหรอ?”
“ก็พอได้อยู่”
เธอยกมือปรบมือเบา ๆ อย่างชื่นชม “สุดยอดเลย~ นายเก่งทุกอย่างเลยนะ ไม่งั้นวันนี้โดนฟันหัวแบะแน่ ๆ”
หลินเจิ้งหรานชินกับการที่เธอชมเก่ง เลยไม่ได้พูดอะไรต่อ
“เครื่องที่ฉันจัดให้นี่ประมาณสี่พันหยวน เล่นเกมทำคลิปได้สบาย เผื่อจะสตรีมก็พอได้อยู่ ถ้ารู้สึกช้าทีหลังก็ค่อยอัปเพิ่มก็ได้”
เจ้าของร้านฟังแล้วก็ถอนหายใจ “น้องสาวครับ เพื่อนคนนี้ของเธอเจ๋งจริง ๆ เลือกแต่ของรุ่นท็อปในราคานี้ ผมนี่แทบไม่ได้กำไรเลยนะเนี่ย”
หลินเจิ้งหรานในใจแสยะยิ้ม “แกไม่มีกำไรได้ไงฟะ ถ้าไม่กลัวว่าซื้อออนไลน์จะได้ของไม่ใหม่ ฉันก็ไม่มาให้แกฟันหัวเล่นหรอก”
หานเวินเวินยิ้มบาง “เขาเก่งจริง ๆ แหละค่ะ”
พอเห็นหลินเจิ้งหรานประกอบเครื่อง หานเวินเวินหน้าแดงนิด ๆ คิดในใจว่าบรรยากาศแบบนี้…เหมือนแฟนกันเลยแฮะ
หลินเจิ้งหรานเห็นเธอจ้องหน้าเลยถาม “มีอะไรจะซื้ออีกเหรอ?”
หานเวินเวินส่ายหน้า “ไม่มีแล้ว”
พอขึ้นแท็กซี่กลับ พอถึงห้องเช่าก็ลงมือประกอบคอมกันทันที
ตอนเปิดเครื่องครั้งแรก หานเวินเวินดีใจสุด ๆ “เปิดได้แล้ว~! ในที่สุดฉันก็มีคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในชีวิต!”
“ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณหลินเจิ้งหรานจริง ๆ เลย~”
หลินเจิ้งหรานบอกให้ลองอัดคลิปดู หานเวินเวินลองเล่นเกมพร้อมอัดเสียงไปด้วย—ลื่นหัวแตก
เธอเลยนั่งเล่นยาวไปหลายตา พร้อมทั้งอัดเสียงลงคลิปใหม่ทันที
หลินเจิ้งหรานถอดแจ็กเกตนอนบนเตียง เปิดมือถือเข้าไปดูบัญชีวิดีโอของเธอ
ผ่านมาไม่กี่เดือน หานเวินเวินมีผู้ติดตามเกิน 40,000 คนแล้ว ความเร็วพุ่งกระฉูด
แม้รายได้ไม่คงที่ แต่รวมแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นหยวน เยอะกว่าทำพาร์ตไทม์ที่เคยทำแบบไม่หลับไม่นอนเยอะเลย
“ถ้าผู้ติดตามเพิ่มแบบนี้ ช่วงปิดเทอมก็เปิดไลฟ์บ้าง น่าจะขึ้นอีกเท่าตัวได้สบาย ๆ”
พอพูดจบ เธอก็คลานมาอยู่ข้าง ๆ เธอนั่งคุกเข่าก้มหน้าท่อนบนพาดอยู่บนขาของเขา
หลินเจิ้งหรานหน้านิ่ง “เธอหนุนตักฉันทำไมเนี่ย?”
จิ้งจอกน้อยมองเขาตาแป๋ว “ถ้าไม่มีหลินเจิ้งหราน ฉันอาจต้องจ่ายแพงกว่านี้หลายพัน... จะขอบคุณยังไงดีน้า~”
หลินเจิ้งหรานพับขาขึ้นหนึ่งข้าง ทำให้เธอหนุนตักไม่ได้ เธอเลยขึ้นเตียงนั่งข้าง ๆ เขาแทน อยู่ด้วยกันบ่อยจนชินแล้ว เลยไม่รู้สึกเกร็ง
เขาคิดว่าถ้าจะให้ตอบแทนด้วยมื้ออาหารก็ไม่ค่อยเวิร์ก เพราะเธอเคยเลี้ยงเขาหม้อไฟมาหลายรอบแล้ว ระบบยังเตือนว่า "ประสิทธิภาพจากหม้อไฟลดลงจนเกือบเป็นศูนย์"
หานเวินเวินเสนอด้วยน้ำเสียงหวาน “งั้น…ฉันนวดให้มั้ยล่ะ? ฉันเรียนมาจากในเน็ตนะ ยังถามจากเสี่ยวฉิงด้วย~”
【เคล็ดลับระดับสูงของนิกายมาร—งูทองพันกระดูก ใช้เพิ่มคุณสมบัติหลายด้าน แม้ไม่เพิ่มระดับพลัง แต่เป็นสุดยอดวิชาสำหรับผู้ที่อยากซ่อนพลังเพื่อชนะศัตรูที่เหนือกว่า แต่เนื่องจากใช้ได้เฉพาะกับคนอื่น คนที่เรียนได้จึงน้อยมาก】
…แค่จะนวด ต้องตั้งชื่อเว่อร์ขนาดนี้?
ตอนเหอฉิงนวดยังไม่มีแจ้งเตือนอะไรเลย ทำไมตอนหานเวินเวินถึงมี?
“เธอเรียนไปทำไมเนี่ย?” เขาถามแบบสงสัย
“ก็อยากนวดให้หลินเจิ้งหรานสิคะ จะมีเหตุผลอะไรอีกล่ะ~” เธอกะพริบตาตอบอย่างเป็นธรรมชาติ
ตอบแบบนี้ไม่ตอบซะยังดีกว่า…
“อีกอย่าง นวดไม่ต้องเสียเงินด้วย เวลาเลี้ยงข้าวทีไรฉันเสียดายตังค์ทุกที แต่นวด... นายก็สบาย ฉันก็ไม่เสียอะไร~”
เขานอนราบบนเตียง “ก็ได้ กำลังเมื่อยพอดี เธอจัดมาเลย ฉันจะงีบแป๊บ”
“จะหนุนขาฉันไหม จะได้ถนัด?”
“ไม่ต้อง แบบนี้ก็ได้”
เธอหน้ามุ่ยนิดหน่อย แต่ก็ค่อย ๆ จับมือเขาขึ้นมา บีบนวดทีละนิ้ว อย่างประณีต
จากนั้นก็เลื่อนขึ้นไปนวดหน้าผากกับขมับอย่างเบามือ
หลินเจิ้งหรานลืมตาขึ้นมาแบบแปลกใจ—เออ นวดได้สบายจริง
ต่างจากตอนเหอนวด แบบนั้นเบาเหมือนกลัวเจ็บ ส่วนเธอ…น้ำหนักมือกำลังดี รู้จังหวะ
“ไง หนักไปหรือเบาไป?” เธอถาม
“กำลังดี”
“ฉันเห็นในเน็ตว่าถ้านวดขมับจะหลับง่าย ลองดูสิ~”
เขาหลับตาลง แล้วก็หลับจริง ๆ
เวลาผ่านไปพักหนึ่ง เสียงรถวิ่งผ่านไปมาที่ด้านล่าง
หานเวินเวินก้มมองหน้าเขาที่หลับสนิท มือค่อย ๆ หยุดนวด ใบหน้าแดงระเรื่อ พึมพำเบา ๆ
“เหตุผลที่ฉันขออาสานวดให้ ก็แค่นี้แหละ…”
แล้วเธอก็ค่อย ๆ โน้มตัวลง ใช้มือข้างหนึ่งจัดผมข้างหูไม่ให้หล่นลงหน้า
จากนั้น…ก็จูบแผ่วเบาลงที่หน้าผากของเขา
ชั่วขณะหนึ่ง เธอเงยหน้าขึ้น สบตากับใบหน้าที่หลับสนิทของเขา กระซิบด้วยแววตาแน่วแน่
“ถ้าก่อนหน้านี้ยังไม่แน่ใจ ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วล่ะว่า ฉันชอบนายหมดหัวใจจริง ๆ นะ… หลินเจิ้งหราน~”
(จบตอน)