ตอนที่ 60 การเข้าร่วมของหานเวินเวิน
ท่าทางของจิ้งจอกน้อยดูราวกับเลขาส่วนตัวของประธานบริษัท แถมช่วงนี้ก็ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งที่เธอทำแบบนั้น
เพียงแต่ว่า ทุกครั้งที่เธอยื่นกระดาษทิชชู่ให้ด้วยความกระตือรือร้น ก็มักจะทำให้พวกผู้ชายบางคนรู้สึกหึงหวง ส่วนผู้หญิงบางคนก็อดนินทาไม่ได้
แต่หานเวินเวินไม่สนใจเรื่องพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย
หลินเจิ้งหรานรับกระดาษทิชชู่มาแล้วกล่าวขอบคุณเบา ๆ ใช้เสร็จก็ทิ้งลงถังขยะ จากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องเรียนพร้อมกับหานเวินเวิน
【ผ้าเช็ดหน้าทองคำแห่งพรรคมาร – ใช้งานครบหนึ่งร้อยแผ่น พลังกาย +1】
หานเวินเวินเอ่ยถามอย่างสงสัย “เมื่อกี้เจียงเสวี่ยลี่มาคุยอะไรกับนายเหรอ?”
“ไม่ได้คุยอะไรหรอก”
หานเวินเวินเบนสายตามองไปทางอื่น สีหน้าดูเหมือนคนแอบหึง ทั้งที่พูดพึมพำเบา ๆ แต่จงใจให้หลินเจิ้งหรานได้ยินว่า “ไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า ใครอยากรู้กันเล่า...”
หลินเจิ้งหรานได้แต่พูดไม่ออก
เธอแอบมองเขาอยู่พักหนึ่ง แล้วจู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา “หลินเจิ้งหราน นายรู้สึกมั้ย? เหมือนกำลังจะมีเรื่องใหญ่อะไรสักอย่างเกิดขึ้นเลยนะ~”
หลินเจิ้งหรานมองจิ้งจอกสาวที่ดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างก่อนใคร แต่เขาก็ไม่ได้สนใจจะตอบกลับ
หานเวินเวินหยุดเดิน มองหลินเจิ้งหรานที่กำลังก้าวเข้าไปในห้องเรียน แล้วบ่นกับตัวเองด้วยสีหน้าไม่พอใจ “หลินเจิ้งหรานนี่มันเย็นชาชะมัด~”
สายตาเธอเลื่อนไปทางหน้าห้องของห้องสาม เจียงเสวี่ยลี่กำลังคุยกับใครบางคน สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดีปนกับความกังวล
หานเวินเวินเดาออกว่าเจียงเสวี่ยลี่มาหาหลินเจิ้งหรานเพราะอะไร
ดวงตาเจ้าเล่ห์ของจิ้งจอกสาวกระพริบขึ้นหนึ่งที อย่างมีนัยยะ “ดูท่าฉันจะอยู่เฉยไม่ได้แล้วสิ”
คืนนั้น เสี่ยวเหอฉิงยังคงนั่งอยู่ใต้ผ้าห่ม ทำงานถักไหมพรมกับเข็มไม้อย่างบ้าคลั่งจนถึงตีหนึ่งกว่า ในที่สุดก็ถักผ้าพันคอชิ้นสุดท้ายเสร็จ
เธอยิ้มด้วยความดีใจ มองผ้าพันคอแสนอบอุ่นในมือที่ทั้งยาวและละเอียดประณีต “เสร็จแล้ว!”
วันเสาร์ในที่สุดก็มาถึง
วันนี้ฟ้าสดใส เหมือนจะเป็นวันดีสำหรับทำเรื่องใหญ่
เช้าวันนี้ เจียงเสวี่ยลี่นั่งรถกลับบ้านพร้อมหลินเจิ้งหราน เมื่อถึงสี่แยกก็แยกทางกัน “ไอ้บ๊อง รีบเอาของไปเก็บแล้วรีบมานะ”
หลินเจิ้งหรานยกมือเป็นเชิงตอบรับ
เจียงเสวี่ยลี่อมยิ้ม รีบกลับบ้าน เอากระเป๋าโยนลงบนโซฟา แล้วรีบเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ แปรงฟัน สระผม ตัดเล็บ ทำทุกอย่างรวดเดียว
เมื่อก่อนตอนหลินเจิ้งหรานมาที่บ้าน เธอก็ชอบทำแบบนี้
แม้แต่พ่อแม่ที่ไม่อยู่บ้านก็ดูจะคุ้นชินกับเรื่องแบบนี้ดี ถึงขั้นเขียนโน้ตไว้ให้ลูกสาวอย่างใส่ใจ:
“ลี่ลี่ วันนี้พ่อแม่ไม่อยู่บ้านนะ นี่เงินไว้ซื้อของกิน ถ้าหลินเจิ้งหรานมาด้วย ก็ซื้อเพิ่มแบ่งกันนะจ๊ะ~”
เจียงเสวี่ยลี่ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ห่อด้วยผ้าเช็ดตัวไหล่ขาวนวลยังเปียกน้ำอยู่บ้าง เห็นกระดาษโน้ตของพ่อแม่กับเงินที่วางไว้ข้างอ่างล้างหน้าก็ยิ้มบาง ๆ แล้วเก็บไว้
เป่าผมให้แห้ง แล้วเริ่มเลือกเสื้อผ้าในตู้
สุดท้ายเลือกเสื้อกันหนาวสีชมพูอ่อน กระโปรงจีบ กับไอเท็มคู่ใจของสาว ๆ อย่างเลกกิ้งเนียนใส
ยืนหน้ากระจกหมุนซ้ายหมุนขวา ดูแล้วพอใจมาก ผมหางม้าคู่ก็สะบัดไปมา
ดูเวลาแล้ว ไอ้บ๊องนั่นก็น่าจะใกล้มาแล้วล่ะ
เธอจึงนอนบนเตียง แล้วเริ่มค้นดูภาพโปรโมตสวนสัตว์แห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดในตัวเมือง
“เสือหัวโต~ สิงโต~ หมีตัวน้อย~”
ยิ่งดูยิ่งอยากไป ยิ่งดูยิ่งตื่นเต้น และก็เริ่มประหม่าเรื่องที่จะชวนหลินเจิ้งหรานไปดูสวนสัตว์ด้วยกัน
แต่ระหว่างดู ๆ ไป ก็พลันนึกถึงเรื่องของเสี่ยวเหอฉิง แล้วก็พึมพำเบา ๆ:
“ว่าแต่ ถ้าเสี่ยวเหอฉิงคิดจะสารภาพรักจริง ๆ ฉันแค่ชวนเขาไปเที่ยวสวนสัตว์ มันจะพอเหรอ?”
เธอวางมือถือ กอดผ้าห่มใหม่ที่แม่เพิ่งเปลี่ยนให้ ซุกหน้าลงไปอย่างเขินอาย “ไม่ได้น่า~ ก็แหม...”
เธอนึกถึงคำพูดของหลินเจิ้งหรานในอดีต ใบหน้าร้อนผ่าว “เมื่อก่อนเขาเคยบอกให้ฉันอยู่กับเขาตลอดไปด้วยนะ แบบนั้นไม่ใช่จะขอฉันแต่งงานตอนโตหรอกเหรอ? ไอ้บ๊องนั่นพูดอะไรแบบนี้ได้ยังไง หน้าไม่อายสุด ๆ!”
เธอทุบหมอนด้วยความเขิน “อายชะมัด! ไม่รู้ว่าเขากล้าพูดแบบนั้นกับผู้หญิงได้ยังไง! บ้าบอจริง ๆ มีฉันคนเดียวแหละที่ยอมเขาได้... ผู้หญิงคนอื่นที่ไหนจะอยากโตไปแต่งงานแล้วมีลูกกับเขาล่ะ”
เสียงกดกริ่งประตูดังขึ้น เจียงเสวี่ยลี่เด้งตัวจากเตียงทันที พอแน่ใจว่าเป็นเสียงกริ่งจริง ๆ ก็กระโดดลงจากเตียง จัดเสื้อผ้ากับทรงผมอีกเล็กน้อย ตรวจสอบว่ากระโปรงจีบที่ใส่อยู่ไม่มีรอยยับ
เมื่อแน่ใจว่าเรียบร้อย เธอจึงรีบวิ่งไปที่ประตู
“มาแล้ว ๆ! ไอ้บ๊อง นายมาถึงเร็วชะมัด! ฉันเพิ่งแต่งตัวเสร็จเองนะ~”
พอเปิดประตู หลินเจิ้งหรานก็เดินเข้ามาอย่างคุ้นเคย หน้าประตูมีรองเท้าแตะผู้ชายคู่หนึ่งวางไว้ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับเขาโดยเฉพาะ
เหมือนกับเขากลับมาบ้านตัวเองยังไงยังงั้น
หลินเจิ้งหรานเคาะหัวเธอเบา ๆ “เป็นเอามากนะเนี่ย สองบุคลิกหรือเปล่า? ก็เธอเองไม่ใช่เหรอที่บอกให้รีบมา แล้วพ่อแม่เธออยู่มั้ย?”
(จบบท)