ตอนที่ 63 ความในใจของเหอฉิง
“หือ?...” เธอหน้าแดง
“ที่บ้านฉันมีเครื่องอบผ้า เดี๋ยวซักแล้วก็แห้งทันทีเลยแหละ”
เหอฉิงพยักหน้าอย่างช้า ๆ แต่ใจเธอสนใจอยู่แค่ประโยคที่เขาถามเรื่องที่อยากพูดเท่านั้น
หลินเจิ้งหรานหมุนตัวจะเดินออกไป เหอฉิงอยากจะเดินตาม ทว่าเพิ่งก้าวออกไปยังไม่ทันถึงก้าว ก็ร้องอุทานออกมาอย่างเจ็บปวด เกือบจะล้มลง ดีที่ยังพอเอื้อมมือไปคว้าเก้าอี้ยาวข้าง ๆ ไว้ได้ทัน
หลินเจิ้งหรานหันกลับมามอง “เป็นอะไรไป?”
เหอฉิงก้มหน้ามองข้อเท้าตัวเอง “จู่ ๆ มันก็เจ็บขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกัน”
หลินเจิ้งหรานให้เธอนั่งลง แล้วก็นั่งยอง ๆ ดึงถุงเท้าของเธอลงดู เธอรู้สึกเขินสุด ๆ ขณะมองเขาเงียบ ๆ
ปรากฏว่ามันคือแผลเดิมที่เคยเจ็บมาก่อน ตอนนี้กลับบวมแดงขึ้นมาอีกครั้ง
เขาเงยหน้าถาม “เธอไปทำอะไรมาอีก? ข้อเท้าเดิมอีกแล้ว?”
เหอฉิงก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนก่อนหน้านั้นก็ไม่เจ็บอะไรเลยนี่นา
เธอตอบตะกุกตะกัก “มะ...ไม่รู้นะ อาจจะเป็นตอนช่วยลูกหมานั่นล้มแล้วข้อเท้าพลิก? แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรเลยนะ...”
เห็นสีหน้าหลินเจิ้งหรานไม่ค่อยดี เธอก็รีบพูดขอโทษ “ขอโทษนะ...อย่าโกรธเลยนะ ฉันมันซุ่มซ่ามเองแหละ จะให้ด่าฉันซักสองสามทีก็ได้”
เขานึกถึงตอนเธอยังเด็ก เคยด่าตัวเองว่า “ไม่มีสมองเลย”
หลินเจิ้งหรานหันหลังให้เธอแล้วนั่งยอง ๆ ลง “ขึ้นหลังฉัน เดี๋ยวฉันพาไปบ้านไปปฐมพยาบาล”
เหอฉิงเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อ “ไม่ได้หรอก ฉันตัวเปื้อนเต็มไปหมด เสื้อผ้าก็เลอะโคลนหมดแล้ว จะให้ฉันขึ้นหลังนายได้ไง เดี๋ยวเสื้อนายก็เลอะหมดสิ ฉันเดินเองก็ได้ เดินช้า ๆ ไป”
หลินเจิ้งหรานหันมามองหน้าเธอแวบหนึ่ง
เธอตกใจจนหน้าเผือด รีบเสียงเบาลงเหมือนยุง “ฉะ...ฉันเดินได้...”
“ขึ้นมา”
“แต่ว่าฉันเปื้อนมากเลยนะ...” เธอไม่กล้าขัดคำเขาอยู่แล้ว โชคดีที่หลินเจิ้งหรานพูดติดตลก “เดี๋ยวเธอซักเสื้อตัวนี้ให้ฉันก็พอ”
พอเขาพูดแบบนั้น เหอฉิงก็ยอมขึ้นหลังไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ยังขอโทษซ้ำไปซ้ำมา “ขอโทษนะหลินเจิ้งหราน ฉันทำเสื้อนายเปื้อนหมดเลย...”
หลินเจิ้งหรานให้เธอโอบคอไว้ เหอฉิงรีบใช้แขนข้างหนึ่งโอบอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
แล้วหลินเจิ้งหรานก็ยืนขึ้น ใช้สองมือช้อนต้นขาเธอพาเดินกลับบ้าน น้ำหนักของเธอไม่ถึงสี่สิบห้ากิโลกรัม พอเทียบกับร่างกายแข็งแรงของเขาแล้วก็เบาเหมือนปุยนุ่น
แต่เหอฉิงกลัวว่าตัวเองจะหนักเกินไปเลยถามเบา ๆ “ฉันหนักมั้ย? นายเหนื่อยมั้ย?”
“พูดมากไปมั้ยเนี่ย?”
“หงึก...”
ทั้งสองคนเดินผ่านหน้าโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง เป็นที่ที่ทั้งสองเคยเรียนด้วยกัน ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน
หลินเจิ้งหรานพูดว่า “ว่าไง?”
เหอฉิงก้มหน้าด้วยความอาย เธอรู้ว่าเขาถามถึงอะไร
หลินเจิ้งหรานแบกเธอข้ามถนน ระหว่างทางก็มีคนหันมามองอย่างสนใจ เด็กชายเด็กหญิงหน้าประตูโรงเรียนอนุบาลก็วิ่งเล่นไล่กันไปมา เธอรู้สึกหัวใจเต้นแรง
หลินเจิ้งหรานพูดต่อเหมือนจับใจเธอได้ “ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกสาวน้อยถึงได้มีละครในหัวเยอะขนาดนี้? แต่ฉันไม่มีความสนใจในเด็กผู้หญิงมัธยมต้นนะ”
เหอฉิงชะงักตาค้าง สีหน้าซีดเผือดเหมือนน้ำแข็งกระแทกใจ
ไม่มีความสนใจ...หมายความว่าไง? ฉันยังไม่ได้สารภาพเลยนะ แล้วนี่คือโดนปฏิเสธล่วงหน้าเหรอ? ทำไมมันดูเหมือนสารภาพรักไม่สำเร็จแล้วล่ะ?
หลินเจิ้งหรานกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ
“เธอร้องไห้เหรอ?”
“ม่ะ...ไม่ร้อง...ฮึก ฮึก” เธอเม้มปากกลั้นน้ำตา น้ำตาเอ่ออยู่ในดวงตา “ไม่ร้องจริง ๆ นะ ฮึก...”
“ร้องไปก็ไม่ได้อะไร เอาหัวมานี่”
“ห๊ะ? อื้ม...” เธอยื่นหัวไปด้านหน้าตามคำสั่ง “แล้วไงต่อ?”
“ใช้มือนั่นแหละ มือที่โอบคอฉันอยู่ เอาไปตีกระโหลกตัวเองแรง ๆ หนึ่งที”
“อ๋อ ได้ค่ะ” เหอฉิงร้องไห้ไป มือก็ฟาดตัวเองไปหนึ่งที เสียงดัง “แปะ!” จนเธอร้องเจ็บอีกรอบ “โอ๊ย! เจ็บอ่ะ ฉันตบหัวตัวเองแรงไปเลย”
หลินเจิ้งหรานทำหน้าไม่อยากเชื่อ “โห เธอตีตัวเองจริง ๆ แถมไม่เบาซะด้วย” แล้วเขาก็พูดว่า “เจ็บก็ดี จะได้จำไว้ ต่อไปจะได้ไม่งี่เง่าอีก ยังจำได้มั้ยตอนเด็ก ๆ เธอพูดว่าอะไร? ตอนที่อยากเรียนเทควันโดน่ะ?”
เหอฉิงน้ำตาคลอ ตอบด้วยน้ำเสียงน้อยใจ “จำได้ ฉันอยากแข็งแกร่งขึ้น อยากจะปกป้องนายเวลานายโดนรังแก อยากเป็นผู้ใหญ่ที่เก่ง ๆ”
“แล้วตอนนี้ล่ะ? ทำได้มั้ย? โตพอรึยัง?”
“มะ...ไม่เลย” เธอตอบอย่างจริงใจ “ช่วงนี้ฉันฝึกเทควันโดก็ไม่ค่อยดี ทำแต่นายโมโหตลอด...”
เธอกอดกล่องของขวัญในมือแน่นขึ้นอีก
“รู้ว่าตัวเองยังไม่โต ยังจะคิดอะไรเพ้อเจ้ออีก?”
หลินเจิ้งหรานยังแบกเธอเดินไปเงียบ ๆ พอผ่านไปพักหนึ่งก็บอกว่า “ถ้าเธอได้แชมป์ในการแข่งเทควันโดของเมืองปีหน้า ฉันจะให้รางวัลเธอหนึ่งอย่าง”
เหอฉิงกะพริบตา...ของขว้างเหรอ?
หลินเจิ้งหรานพูดต่อ “อีกอย่าง...ตอนเข้ามัธยมปลาย เราก็จะอายุสิบหกกันแล้วสินะ?”
เธอรีบตอบ “อื้ม เข้าระดับมัธยมปลายก็สิบหก แล้วพอจบก็สิบแปด...แม่บอกว่าพอเข้ามัธยมปลาย ฉันก็เป็นสาวเต็มตัวแล้ว”
ตอนพูดก็ยังตอบแบบไม่มีอะไรในหัว แต่จู่ ๆ ก็คิดได้ ตาโตขึ้นทันที หน้าแดงเหมือนแอปเปิ้ลสุก “เดี๋ยวสิ! เป็นสาวเต็มตัว?! ถ้าเข้ามัธยมปลาย ฉันก็ไม่ใช่เด็กแล้วสินะ?!”
เธอคิดถึงคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ แล้วตัดสินใจถามเสียงเบาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“หลินเจิ้งหราน นาย...ไม่ได้ไม่ชอบผู้หญิงใช่มั้ย?”
หลินเจิ้งหรานทำหน้าตกใจสุดขีด “หา?! เธอว่าไงนะ?! ฉันก็ไม่ใช่พระ ฉันจะไม่ชอบผู้หญิงได้ยังไง?! เธอคิดอะไรเนี่ย?!”
เหอฉิงดีใจมาก ยิ้มออกมาจนหน้าบาน “จริงเหรอ! งั้น...งั้นถ้าฉันชนะการแข่งปีหน้า แข็งแกร่งขึ้น แล้วก็ไม่ใช่เด็กอีกต่อไป...นายจะไม่ทิ้งฉันใช่มั้ย? ตอนเด็ก ๆ นายเคยพูดว่าจะให้ฉันติดตามนายไปตลอดชีวิตนะ”
“อืม ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยพูดแบบนั้นจริง ๆ ตอนนี้ก็ยังตามนั้นนะ”
เหอฉิงยิ้มทั้งน้ำตา หัวเราะคิกออกมา “จริงเหรอ!” แล้วเธอก็ชะงัก ตาโตขึ้นทันที
เดี๋ยวสิ...
แบบนี้เรียกว่าฉัน “สารภาพรักสำเร็จ” รึเปล่านะ?
แต่ว่า...ฉันยังไม่ได้สารภาพอะไรเลยนี่นา?
อะไรกันเนี่ย งงไปหมดแล้ว...
จบตอน