ตอนที่ 65 เหอฉิงผู้ฉลาด บรรลุการรู้แจ้ง
เหอฉิงรู้สึกเกินคาด และพอได้ยินหลินเจิ้งหรานพูดว่า “เข้ามาสิ” อีกครั้ง เธอก็รีบเดินเข้าไปหาเขาทันที
ตอนแรกเธอยืนหันหลังให้ เพื่อให้เขาช่วยเป่าผมด้านหลัง
มือเล็ก ๆ กำอยู่ตรงหน้าอก รู้สึกเกร็งนิด ๆ ลมร้อนจากไดร์เป่าผมทำให้เธอรู้สึกอุ่นไปทั้งตัว
เธอแอบมองเขาผ่านกระจกบานเล็กเป็นระยะ แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อเห็นว่าเขาจริงจังกับการช่วยเป่าผมให้เธอมาก
“ตอนนี้สูงเท่าไหร่แล้ว? เหมือนจะสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วอีกนะ” หลินเจิ้งหรานถามขึ้นมาลอย ๆ
เหอฉิงตอบเสียงนุ่มนิ่ม “ร้อยห้าสิบเจ็ดเซน! เพิ่งวัดเมื่อไม่กี่วันก่อนเอง แต่ปีนี้รู้สึกว่าเริ่มหยุดโตแล้ว...ถ้าได้ถึงร้อยหกสิบห้าก็คงดี เวินเวินสูงตั้งร้อยหกสิบสามแน่ะ”
หลินเจิ้งหรานเพราะสูงกว่าทั้งคู่เลยไม่เคยสังเกต “เหรอ? ฉันว่าพวกเธอสองคนก็พอ ๆ กันนะ”
เหอฉิงลูบผมตัวเองเบา ๆ “แต่เธอสูงกว่าฉันเยอะเลย นายชอบผู้หญิงตัวเตี้ยหรือสูงมากกว่าล่ะ?”
“ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษนะ เตี้ยหรือสูงก็เหมือนกันหมด”
“งั้น...ชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ?”
“ก็ไม่ได้เจาะจงอะไร ฉันแค่ชอบคนที่ฉันชอบเท่านั้นแหละ”
เหอฉิงเม้มปากพลางคิด นายก็พูดกำปั้นทุบดินดีเหลือเกิน...
แต่จริง ๆ แล้วหลินเจิ้งหรานก็ตอบอย่างจริงใจแล้วล่ะ
เขาเตือนว่า “ข้างหลังแห้งแล้วนะ หมุนตัวมาฉันจะเป่าข้างหน้าให้”
“อื้อ!” เหอฉิงหมุนตัวกลับมา แต่พอเห็นอกแกร่งของเขาเข้าก็หัวใจเต้นแรงรัว
เธอก้มหน้าด้วยความเขิน แอบโน้มตัวเข้าไปใกล้อกของเขา
หลินเจิ้งหรานไม่ได้คิดอะไรเลย เอื้อมมือมาช่วยจัดผมเธออย่างสบาย ๆ
แต่ยิ่งเขาธรรมดา เธอก็ยิ่งรู้สึกประหม่า ไม่รู้จะเอามือวางไว้ตรงไหน
หน้าผากเธอแตะกับอกเขาเบา ๆ หลายครั้ง มือเล็ก ๆ ก็ขยับไปมาอย่างไม่เป็นจังหวะ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเป่าผมให้ฉันเลยนะ...ดีใจจัง~
มือเล็ก ๆ ของเธอซนจนแอบจิ้มชายเสื้อของเขาเบา ๆ ระหว่างที่ลมร้อนยังเป่าผมอยู่
ปกติแล้วผู้ชายไม่ควรทำแบบนี้ให้ผู้หญิงนี่นา...แต่เขาทำให้ฉัน มันก็รู้สึกปกตินะ แล้วนี่มันหมายความว่ายังไงกันนะ?
อยู่ดี ๆ เธอก็หยุดนิ่งไป ดวงตาเบิกกว้างเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก
บทสนทนาที่ผ่านมาและเหตุการณ์ล่าสุดไหลเข้ามาในหัว เธอที่มีสมองแสนฉลาดเหมือนจะ “เข้าใจทุกอย่าง” ขึ้นมาในพริบตา
แน่นอนว่าคนอื่นคงไม่เข้าใจตรรกะในหัวของเธอเท่าไหร่
เหอฉิงยกมือขึ้นปิดหน้าที่กำลังแดงก่ำ
อย่างนี้นี่เอง...อย่างนี้นี่เอง!
เธอเพิ่งจะตระหนักถึงเรื่องหนึ่งที่ “สำคัญมาก ๆ”
หลินเจิ้งหรานเห็นว่าเธอจู่ ๆ ก็ทำท่าประหลาดก็เลยถาม “เธอเอามือปิดหน้าอะไรของเธอ? เงยหน้าขึ้นสิ”
เหอฉิงรีบทำตาม เงยหน้าขึ้นกัดริมฝีปากมองเขา
มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อแน่น แล้วบ่นพึมพำในใจว่า
แบบนี้นี่เอง ฉันเพิ่งจะเข้าใจ...แบบนี้ทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว! ที่แท้...ฉันกับเขา เราเป็นแฟนกันอยู่แล้วนี่นา~!
หลินเจิ้งหรานที่ยังเป่าผมอยู่ไม่รู้เลยว่าในหัวเธอคิดอะไรอยู่
พอเป่าผมเสร็จ เขาก็วางไดร์ลง “เสร็จแล้ว เธอมัดผมหางม้าเองได้เลยนะ”
“โอเค!” เหอฉิงตอบเสียงใส หน้าตาเบิกบาน เธอใช้ฟันคาบยางมัดผมไว้ แล้วรวบผมอย่างคล่องแคล่ว
หลินเจิ้งหรานลุกไปนั่งบนเตียง กินแอปเปิ้ลต่อ
เหอฉิงจัดผมเสร็จก็สะบัดหางม้าเบา ๆ แล้วมองไปที่กล่องของขวัญเปื้อนโคลนที่วางอยู่บนพื้น
เธอเปิดกล่อง หยิบผ้าพันคอสีเทาที่ถักด้วยไหมเส้นเล็ก ๆ ออกมา พับทบเบา ๆ แล้วซ่อนไว้ข้างหลัง
จากนั้นเดินเข้าห้องนอน
หลินเจิ้งหรานเห็นท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ก็รู้ทันทีว่าเธอจะเอาของขวัญมาให้ จึงนั่งเคี้ยวแอปเปิ้ลมองเธออยู่เฉย ๆ
เหอฉิงหยิบผ้าพันคอสีเทาออกมา “นี่คือของขวัญที่ฉันเตรียมให้นาย ถักเองกับมือเลยนะ ฉันเลือกใช้ไหมเส้นเล็กแล้วถักสองชั้น จะได้อุ่นมากขึ้น”
เธออธิบายเสียงอ้อมแอ้ม
“เดิมทีฉันตั้งใจจะให้ในโอกาสพิเศษ...แต่พอมาคิดดูอีกทีก็เหมือนฉันเข้าใจผิด เลยคิดว่า เอาเป็นของขวัญสำหรับฤดูหนาวแทนแล้วกัน หวังว่านายจะชอบนะ”
หลินเจิ้งหรานมองผ้าพันคอที่เธอส่งให้ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
จริง ๆ ตอนในชาติก่อนก็มีผู้หญิงให้ผ้าพันคอเขาเหมือนกัน แต่ของเหอฉิงแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
ไหมเส้นเล็กที่เธอเลือกใช้ต้องใช้ความพยายามมากกว่า แถมขอบผ้าและลวดลายก็ละเอียดอ่อนชัดเจน เห็นได้ชัดว่าเธอทุ่มเท
เขานั่งตัวตรงขึ้น หยิบผ้าพันคอมาพลิกดู “ใช้เวลาทำนานไหม?”
เหอฉิงกำลังจะนั่งลง แต่พอได้ยินคำถามก็รีบยืนขึ้นตอบ “ครึ่งเดือน!”
“เคยเรียนมาก่อนเหรอ? ดูถักได้ดีเลย”
คำชมธรรมดานี่เองก็ทำให้เหอฉิงยิ้มจนตาเป็นประกาย “ไม่เคยเรียนเลยนะ ฉันหัดถักครั้งแรกเลย ตอนแรก ๆ ก็ทำไม่เป็น ต้องรื้อแล้วเริ่มใหม่อยู่หลายรอบ แต่เพราะจะให้เป็นของขวัญสำหรับนาย ฉันเลยไม่อยากทำส่ง ๆ ไง”
หลินเจิ้งหรานเงยหน้ามองเธอที่เหมือนจะเขียนคำว่า “ชมฉันหน่อยสิ~” ไว้บนหน้า
เขายกมือเคาะหัวเธอทีนึง
เหอฉิงร้อง “โอ๊ย!” พร้อมกับเอามือกุมหัว “อะไรเนี่ย? นายไม่ชอบเหรอ?”
หลินเจิ้งหรานทำหน้าเรียบเฉย “ชอบสิ ฉันจะเก็บไว้อย่างดีเลย”
เธอหน้าแดง แต่เขาพูดต่อ
“แต่แค่จะให้ผ้าพันคอฉันเนี่ย เธอถึงกับฝึกเทควันโดจนบาดเจ็บ กลางวันก็เหม่อลอย สมองเธอมีปัญหารึเปล่า?”
เหอฉิงเม้มปาก วางแขนลงเงียบ ๆ แล้วพูดอย่างกล้าหาญเป็นครั้งคราว “มันไม่ใช่ปัญหาหรอก ก็เพราะนายสำคัญกับฉันมาก...”
เธอบีบมือไปมา เสียงเบาเหมือนเสียงยุง “ไม่มีใครสำคัญไปกว่านายแล้ว”
เขาเคาะหัวเธออีกครั้ง
เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้ยังไม่โตพอจริง ๆ
“ฉันเคยพูดแล้วใช่มั้ย ว่าต้องดูแลตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าเพราะจะให้ของขวัญฉัน แล้วเธออดนอนจนป่วยหรือเจ็บตัวอีก แบบนี้ฉันจะไม่รับแล้ว เข้าใจมั้ย?”
“อื้ม เข้าใจแล้ว”
พูดจบ หลินเจิ้งหรานก็หยิบผ้าพันคอมาพันที่คอ
เหอฉิงยิ้มจนตาหยี “เดี๋ยวฉันพันให้ดีกว่า!”
“ก็ไม่ได้บอกว่าจะใส่ซะหน่อย”
เหอฉิงหยุดมือ จ้องหน้าเขาแล้วพูดเบา ๆ เหมือนเสียงยุง “พันให้นะ”
หลินเจิ้งหรานทำหน้ายอมแพ้
เธอค่อย ๆ เอื้อมมือมาพันผ้าพันคอให้เขาอย่างอ่อนโยน
“เรียบร้อยแล้ว~” เธอพนมมือไว้ตรงหน้าอกแล้วยิ้มกว้าง “นายใส่แล้วหล่อมากเลย! เดี๋ยวฉันไปหยิบกระจกให้ดูนะ!”
ว่าแล้วก็วิ่งไปหยิบกระจกอย่างดีใจสุด ๆ
เพราะเสื้อผ้ากำลังอบแห้งจึงยังต้องใช้เวลาอีกนาน หลินเจิ้งหรานนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่หัวเตียง
เหอฉิงอาศัยความกล้า นั่งลงข้าง ๆ คลุมผ้าห่มผืนเดียวกัน
เท้าเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในผ้าห่ม สะบัดไปมาเบา ๆ
“อ่านอะไรอยู่เหรอ?” เธอถามเสียงใส
“แคลคูลัส”
เพราะในสายตาระบบ การเรียนก็ถือเป็นการฝึกบำเพ็ญ หลินเจิ้งหรานเลยใช้เวลาว่างอ่านหนังสือตลอดเวลา ด้วยแต้มพลังที่เขาเพิ่มไว้จึงมีสมาธิและความจำเป็นเลิศ
ความรู้ที่เขาสะสมไว้ในหัวตอนนี้เยอะกว่าคนทั่วไปมากแล้ว
เหอฉิงมองตัวหนังสือในหนังสือเหมือนกำลังอ่านภาษาต่างดาว
แต่พอมองไปที่ผ้าพันคอที่เขายังไม่ถอดออก เธอก็ยิ้มออกมา
แล้วเอนตัวพิงเขาอย่างพอใจ
หลินเจิ้งหรานถาม “เธออ่านรู้เรื่องเหรอ?”
“ไม่รู้เรื่องเลย นายอ่านอะไรฉันก็ไม่เคยเข้าใจอยู่แล้ว”
“งั้นจะนั่งอยู่ตรงนี้ทำไม? เสื้อผ้ายังไม่แห้ง เธอจะไปดูทีวีก็ได้ หรือจะนอนก่อนก็ได้นะ ไม่ต้องฝืนอยู่ตรงนี้หรอก”
“อืมมม...ฉันนั่งตรงนี้ดีกว่า ฉันชอบตรงนี้นี่นา”
เธอเห็นว่าเขาหันมามองด้วยสายตาแปลก ๆ ก็รีบเบือนหน้า ไม่สบตาแกล้งทำเป็นสนใจหนังสือ
จริง ๆ แล้วเธออ่านไม่ออกเลยสักตัว
แต่แค่อยู่ข้างหลินเจิ้งหรานแบบนี้...เธอก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันช่างดีเหลือเกิน
เท้าเล็ก ๆ ยังคงแกว่งเบา ๆ อยู่ในผ้าห่ม
จบตอน