ตอนที่ 67 ความเชื่อใจแบบไม่มีเงื่อนไข

  ตอนที่หลินเจิ้งหรานเห็นเธอน้ำตาคลอเบ้า นึกว่าอีกสักพักน้ำตาคงจะไหลพรากเป็นสายธาร แต่พอเขาคว้าข้อมือเจียงเสวี่ยลี่ไว้ เด็กสาวแม้จะยังน้ำตาคลอ แต่กลับฝืนยิ้มแปลก ๆ ดึงมุมปากอย่างแรง จ้องเขาเขม็งด้วยตาแดง ๆ

  “รีบอธิบายมาเลยนะ! รีบอธิบายมาเดี๋ยวนี้เลย!”

  หลินเจิ้งหรานถึงกับเหงื่อตก แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ นี่เขาไปคบหาเพื่อนแบบไหนกันแน่
  “ฉันจะอธิบายอะไรล่ะ? ฉันเองยังอยากให้เธออธิบายเลยเมื่อกี้พูดพร่ำเพ้ออะไรบ้างน่ะ?”

  เจียงเสวี่ยลี่จ้องเขาด้วยดวงตาแดงช้ำ น้ำเสียงน้อยใจสุด ๆ
  “จะให้อธิบายอะไรล่ะไอ้บ้า! ฉันต่างหากที่อยากให้นายอธิบาย! ไอ้โง่! ไอ้บ้าจริง ๆ เลย!”

  “จะด่าฉันอีกเหรอ?”

  “ไม่ด่า!” แต่เธอไม่กล้าแล้ว

  เห็นเขาจ้องมา เจียงเสวี่ยลี่ก็รีบพูดต่อ
  “ยังไงฉันก็เห็นเต็มสองตานะว่าเธอคุกเข่าขอแต่งงานกัน! พวกเธอสองคน...” เธอเอานิ้วจิ้มแขนเขาแรง ๆ “ก่อนอื่นปล่อยมือฉันก่อน เดี๋ยวฉันจะเล่าความจริงให้ฟัง แล้วจะดูว่านายจะอธิบายยังไง!”

  หลินเจิ้งหรานปล่อยมือเธอ

  แล้วเจียงเสวี่ยลี่ก็เริ่มใช้มือประกอบท่าทาง เลียนแบบภาพเหตุการณ์เมื่อกี้ ทั้งตอนที่เหอฉิงจัดผ้าพันคอ ตอนนั่งคุกเข่า เลียนแบบหมด
  “ตอนที่ฉันมาถึง ฉันเห็นพวกเธอทำแบบนี้ แล้วก็แบบนี้ แล้วก็แบบนั้น... สุดท้ายเธอก็คุกเข่า แล้วพวกเธอก็บอกกันว่าอาทิตย์นี้จะไปจดทะเบียนสมรส! นายจะกล้าปฏิเสธไหม?!”

  หลินเจิ้งหรานหลุดอุทาน “หะ?” ออกมาอย่างมึนงง

  แม้ภาพที่เจียงเสวี่ยลี่เล่าจะฟังดูจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เขากลับสามารถตีความออกว่าเธอกำลังหมายถึงฉากขอแต่งงาน

  เขาอดไม่ได้ที่จะถามกลับ
  “เอาแบบนี้ก่อนเถอะ... สิ่งที่เธอพูดมาเมื่อกี้ ฉันฟังไม่รู้เรื่องเลยนะ แล้วอะไรคือเราจะไปจดทะเบียนสมรส? เด็กม.ต้นอายุสิบกว่าขวบแบบเรา จะจดทะเบียนแต่งงานได้ด้วยเหรอ?”

  เจียงเสวี่ยลี่กำลังจะตอบ แต่สมองก็สะดุดกลางทาง

  เธอเบิกตาโพลง น้ำตายังคลอเบ้า มองหน้าเขางง ๆ แล้วกระพริบตาปริบ ๆ
  “จริงด้วย... ฉันจำได้ว่าอายุยี่สิบกว่าถึงจะแต่งงานได้ งั้นพวกนายจะพูดเรื่องจดทะเบียนกันทำไมล่ะ?”

  หลินเจิ้งหรานอดไม่ได้ที่จะดีดหน้าผากเธอไปที

  เจียงเสวี่ยลี่ร้องเสียงหลง รีบเอามือกุมหัว ไม่ร้องไห้ต่อแล้ว
  “ไอ้บ้า! มาดีดหัวฉันทำไม!”

  หลินเจิ้งหรานมองเธออย่างหมดคำ
  “เมื่อกี้ที่เธอพูดเรื่องเหลือเชื่อพวกนั้น เธอได้ยินมากับหูตัวเองหรือเปล่า? อย่าบอกนะว่าเธอคิดเอาเอง?”

  เจียงเสวี่ยลี่ทำเสียงในลำคอ “เอิ่มมม...” แล้วพูดออกมาว่า “คิดเอาเอง”

  หลินเจิ้งหรานดีดหน้าผากเธออีกที

  ถึงจะไม่แรง แต่ก็มากพอจะรีเซ็ตสติเด็กสาวให้กลับมาเป็นปกติ เจียงเสวี่ยลี่ชี้ไปที่ผ้าพันคอของเขา
  “ดีดอีกแล้ว! แล้ว...แล้วผ้าพันคอของนายล่ะ จะอธิบายว่ายังไง? นั่นเหอฉิงให้ใช่ไหม?”

  หลินเจิ้งหรานแกล้งทำเสียงเข้าใจ
  “อ้อ...อันนั้นน่ะเหรอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจงใจ “โอเค เธอเดาถูกหมดเลย ทุกอย่างที่เธอคิดมาเมื่อกี้เป็นเรื่องจริงหมดนั่นแหละ~”

  เจียงเสวี่ยลี่เบิกตากว้าง จากนั้นก็รัวหมัดใส่เขาเหมือนสายฟ้า
  “โกหก! โกหก! โกหกทั้งนั้น! เมื่อกี้ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย ฉันแค่จินตนาการทั้งนั้น! พวกนายสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันสักหน่อย! แถมอายุก็ยังน้อย จะแต่งงานได้ยังไงล่ะ!”

  “รีบบอกมานะว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่! ฉันไม่เชื่อนายจะผิดคำพูดหรอก! นายไม่ใช่คนแบบนั้น!”

  หลินเจิ้งหรานยกแขนรับหมัดจินตนาการของเธอ พูดเสียงเรียบ
  “ฟังดี ๆ ฉันจะเล่าแค่รอบเดียว เมื่อกี้เหอฉิงเสื้อผ้าเปื้อนก็เลยขึ้นไปซักบนห้อง ฉันแค่เดินมาส่งเธอลงมาแค่นั้น จบ”

  เจียงเสวี่ยลี่หยุดชกทันที ใบหน้าเปลี่ยนเป็นร่าเริงแทบจะไม่ต้องมีจังหวะเปลี่ยนอารมณ์เลย

  เธอเอามือไพล่หลัง ยิ้มตาหยี
  “อ๋อ~ เป็นอย่างนี้เองเหรอ~! ก็น่าจะพูดแบบนี้ตั้งแต่แรกสิ ไอ้บ้าเอ๊ย!” หน้าเธอบานเป็นจานดาวเทียม
  “ฉันก็รู้ว่านายถึงจะไม่ได้ดีทุกอย่าง แต่เรื่องรักษาสัญญาน่ะ นายไม่เคยพลาด! ฉันเชื่อในตัวนายสุด ๆ อยู่แล้ว!”

  ในใจของเจียงเสวี่ยลี่ หลินเจิ้งหรานถึงจะเจ้าชู้หน่อย ๆ แต่ไม่เคยโกหกเธอเลยสักครั้ง

  แล้วถ้ามีข้อขัดแย้งระหว่าง ‘ความจริงที่เห็น’ กับ ‘คำพูดของหลินเจิ้งหราน’

  เธอจะเชื่อเขาทันที ไม่สนหลักฐาน เพราะตั้งแต่ตอนประถมกับเหตุการณ์ขโมยครั้งนั้น เธอก็เชื่อมาตลอดว่า มีเพียง “ไอ้บ้า” คนนี้เท่านั้นที่เธอจะเชื่อได้อย่างไม่มีเงื่อนไข

  เรื่องความเชื่อใจนี้ เหอฉิงก็ไม่แพ้กัน ต้องเรียกว่าเป็นสกิลติดตัวของคนที่โตมาด้วยกัน

  ทันใดนั้นเอง รถคันหนึ่งขับเข้ามาจอดที่หน้าประตูหมู่บ้าน กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลง

  เป็นพี่สาวคนสวยอายุประมาณสามสิบปี

  “เสวี่ยลี่? มาทำอะไรตรงนี้เหรอ? พี่กำลังจะไปสตูดิโอพอดี ไปอัดเสียงน่ะ ขึ้นรถไปด้วยกันสิ?”

  เจียงเสวี่ยลี่ได้ยินเสียงก็รีบหันไป ใช้แขนเช็ดน้ำตา
  “พี่จาง! ดีเลย กำลังว่าจะไปพอดี!”

  แล้วเธอก็ไม่ลืมแนะนำตัวอย่างลื่นไหล “พี่จาง นี่ชื่อหลินเจิ้งหราน เป็นเพื่อนสนิทวัยเด็กของหนูเอง~”

  หลินเจิ้งหรานยิ้ม “สวัสดีครับพี่จาง”

  พี่จางพยักหน้า
  “น้องหน้าตาดีแบบนี้ พี่ว่าเคยเห็นที่สตูดิโอนะ ใช่คนที่เคยมากับเสวี่ยลี่บ่อย ๆ หรือเปล่า?”

  หลินเจิ้งหรานพยักหน้า “ใช่ครับ เคยมาหลายครั้งแล้ว”

  พี่จางหัวเราะเบา ๆ “โตมาด้วยกันนี่มันดีจังเลยเนอะ งั้นไปด้วยกันทั้งคู่เลยแล้วกันนะ”

  เจียงเสวี่ยลี่ยิ้มแหะ ๆ อย่างเขิน
  “ขอบคุณพี่จาง~” แล้วหันไปมองหลินเจิ้งหราน “เจ้าบ้า ไปด้วยกันนะ?”

  “ไปสิ” เขาตอบกลับสั้น ๆ แล้วทั้งสองก็ขึ้นรถไปด้วยกัน มุ่งหน้าสู่สตูดิโอเด็กดาวรุ่ง

  พอไปถึง เพราะยังไงก็ต้องอัดเพลงอยู่ดี เจียงเสวี่ยลี่จึงขึ้นห้องอัดทันที

  หลินเจิ้งหรานนั่งอยู่ที่โซนพักข้างล่าง กอดอกฟังเสียงร้องของเธอ

  พอขึ้นเวทีปุ๊บ เจียงเสวี่ยลี่ก็เข้าสู่โหมดร้องเพลงได้ทันที แค่วันนี้ดูเหมือนเสียงจะมีปัญหานิดหน่อยจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

  ช่างเสียงถาม “ตอนแรกก็โอเคนะ ทำไมร้องไปซักพักเสียงเริ่มเปลี่ยนล่ะ? ฟังดูแหบ ๆ หน่อย? จะพักก่อนดีไหม ให้คนอื่นขึ้นมาก่อน?”

  เจียงเสวี่ยลี่ถือไมค์แล้วก็รู้เลยว่าน่าจะเป็นเพราะร้องไห้มาเมื่อกี้

  “โอเคค่ะ งั้นขอพักก่อนเดี๋ยวค่อยขึ้นใหม่”

  เธอวางไมค์แล้วมองลงไปด้านล่าง ก็เห็นว่าข้าง ๆ หลินเจิ้งหรานมีเด็กสาวอีกสองคนที่มาร้องเพลงเหมือนกัน กำลังรุมขอเบอร์เขาอยู่

  “พี่ชาย~ เรียนโรงเรียนไหนเหรอคะ? หล่อมากเลย เบอร์อะไรเหรอ?”

  “ใช่ค่ะ เบอร์อะไรเหรอ? มาวันนี้มาด้วยกันกับใครคะ?”

  หลินเจิ้งหรานไม่สนใจเด็กสาว ม.ต้น เหล่านี้แม้แต่น้อย
  “ไม่มีเบอร์ครับ มากับคนบนเวทีนั่นแหละ”

  พอเจียงเสวี่ยลี่เห็นภาพนี้ก็รีบวิ่งเข้ามา หมัดลอยไปมาเหมือนจะไล่แมลง

  เด็กสาวสองคนนั้นพอเห็นเธอ ก็พากันถอนหายใจเบา ๆ
  “อ๋อ ที่แท้มากับลี่ลี่เองเหรอ งั้นไม่รบกวนละกัน ว่าแต่ลี่ลี่มีแฟนแล้วเหรอ?” แล้วทั้งคู่ก็เดินคุยกันออกไป

  เจียงเสวี่ยลี่ได้ยินเต็มสองหู หน้าแดงแปร๊ด แต่ก็ไม่เถียงอะไรเลย

  แฟนงั้นเหรอ~~

  เธอเดินมาถึงหน้าเขา
  “ไอ้บ้า! นายเมื่อกี้ทำอะไรอยู่?!”

  “ก็นั่งฟังเธอร้องเพลงไง พูดถึงนะ ที่นี่เดี๋ยวก็มีคนใหม่มา เดี๋ยวคนเก่าก็หายไป”

  “นั่นก็ใช่ บางคนพอรู้ว่าไม่ดังซะที ก็ยอมแพ้ไปเลย เพราะสตูดิโอเราก็ไม่มีเส้นสายอะไร ศิลปินที่นี่ก็แทบไม่ได้อะไรเลย”

  แต่แล้วเธอก็หน้าตึง
  “เดี๋ยวก่อนนะ! ไม่ใช่เรื่องนั้น! ฉันหมายถึงว่าทำไมนายชอบมีคนมาทักอยู่เรื่อยเลยฮะ! นายดึงดูดเด็กผู้หญิงขนาดนั้นเลยเหรอ! ฉันยอมรับว่านายทั้งหล่อ ทั้งเก่ง! แต่...”

  “แต่ยังไง? จะให้ฉันทำไงได้ล่ะ พวกเธอมาขอเบอร์ฉันเอง ฉันก็ไม่ได้จะให้”

  ได้ยินแบบนั้น เธอก็ยอมนั่งลงข้างเขา
  “อย่างน้อยก็ยังพอมีสำนึกอยู่บ้างแหละนะ”

  สายตาเธอไปสะดุดเข้ากับผ้าพันคอบนคอของเขา งานเย็บด้วยมือแบบประณีตสุด ๆ
  “ผ้าพันคอนั่นอะไรน่ะ? เหอฉิงให้ใช่ไหม?”

  หลินเจิ้งหรานก้มลงดู
  “อืม เธอบอกว่าเป็นของขวัญให้หน้าหนาว ฉันใส่มาทั้งบ่ายแล้ว รู้สึกร้อน เดี๋ยวกลับไปหากล่องมาเก็บไว้ดีกว่า”

  เจียงเสวี่ยลี่ได้ยินว่ามันแค่ของขวัญหน้าหนาวเท่านั้น ใจที่เคยหึงพองฟูก็คลายลงทันที เพราะไม่ใช่การสารภาพรักนี่นา

  แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ชวนเขาไปสวนสัตว์เลย

  หลินเจิ้งหรานถามขึ้นพอดี
  “เมื่อวานเธอก็เหมือนจะมีเรื่องจะบอกฉันเหมือนกันใช่ไหม? ฉันเห็นเธอถือใบปลิวอะไรซักอย่างอยู่ด้วย?”


จบตอน

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 67 ความเชื่อใจแบบไม่มีเงื่อนไข

ตอนถัดไป