ตอนที่ 13: ได้เป็นคนดูบ้างเสียที!

  “ยานี่ใช้ได้จริงเหรอ?” พ่อเซียวหยางขมวดคิ้วมองยาเม็ดสีม่วงอ่อนในมือ

  “เซียวหยาง เอ็งโตจนป่านนี้แล้ว อย่าบอกนะว่าไปเชื่อหมอเถื่อน!”

  “พ่อ เชื่อผมสักครั้งเถอะครับ ยานี่ผมจ่ายหนักมากนะ ลองกินดูหน่อยเถอะ!”

  สิ่งที่เซียวหยางพูดออกมานั้นฟังดูเหมือนเรื่องลวงโลก ถึงจะอายุมากแล้ว แต่พ่อแม่เขาก็ไม่ได้เชื่ออะไรง่าย ๆ ขนาดนั้น

  โลกนี้จะมียาวิเศษที่รักษาได้ทุกโรคจริงเหรอ?

  แต่พอเห็นลูกชายพูดด้วยความเชื่อมั่นขนาดนี้ พ่อของเซียวหยางก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนยาลงคอไปในที่สุด

  ยังไงมันก็เป็นน้ำใจจากลูกชาย จะว่าไปตอนนี้อาการก็หนักขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่พึ่งของแบบนี้ ก็ไม่รู้จะมีทางไหนอีกแล้ว

  แม่ของเซียวหยางยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเป็นห่วง

  “ไม่ต้องห่วงนะครับแม่ รับรองไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน!” เซียวหยางกอดแม่แล้วปลอบเบา ๆ

  แม่ของเขาเม้มปากแน่น ดวงตาแดงก่ำไปหมด

  เพียงไม่กี่นาทีผ่านไป เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ก็เริ่มผุดขึ้นบนหน้าผากพ่อ สีหน้าก็ดูไม่ค่อยดี

  แม้เซียวหยางจะมั่นใจว่ายาจากระบบไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ก็ยังถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

  “พ่อ เป็นยังไงบ้างครับ?”

  “เหมือนจะโล่งขึ้นแฮะ ไม่อึดอัดตรงหน้าอกแล้ว ปวดหัวก็ไม่มีด้วย!”

  ได้ยินแบบนั้น แม่ของเขารีบวิ่งเข้าไปเช็ดเหงื่อให้สามีด้วยแววตาเต็มไปด้วยความดีใจ

  เซียวหยางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในใจรู้เลยว่ายานั้นเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

  ถ้ายาช่วยพ่อเขาได้จริง เขาคงต้องเป็นหนี้บุญคุณหลินฉีเยว่ไปตลอดชีวิตเลยล่ะ!

  ทันใดนั้น เสียงชายคนหนึ่งก็ดังมาจากนอกบ้าน

  “ลุงเซียว ป้าเซียว!”

  เซียวหยางฟังแค่เสียงก็รู้ทันทีว่าเป็นเพื่อนเก่าชื่อ "ลู่ซิง"

  ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่มัธยมปลาย แต่หลังจบแล้วต่างก็แยกย้ายไปคนละเส้นทาง

  ลู่ซิงเลือกออกทำงานทันที อยู่ในเมืองนี่เอง เวลาว่างก็มักจะมาช่วยเหลือครอบครัวของเซียวหยางอยู่เสมอ ถือว่าเป็นเพื่อนแท้ที่แท้จริง

  “ลู่ซิงมาแล้วล่ะ!”

  “ลูกไปต้อนรับหน่อยสิ ช่วงสองปีมานี้ ลู่ซิงช่วยเราตั้งเยอะ!”

  “ครับ!” เซียวหยางพยักหน้า แล้วเดินออกไปหน้าบ้าน

  ทันทีที่เขาออกไป ก็เห็นลู่ซิงเดินวนอยู่รอบรถหรูของเขา

  “รถใครเนี่ย? มาจอดขวางทางซะงั้น…”

  “หูย… สาวคนนั้นก็สวยไม่เบา…”

  “เฮ้!” เซียวหยางตบหัวไหล่เพื่อนเข้าให้

  “โอ๊ย! ไอ้หยาง! กลับมาแล้วเรอะ!”

  “เออสิ!” เซียวหยางหัวเราะแล้วต่อยคืนเบา ๆ

  ลู่ซิงมองรถแล้วร้องว้าว “นี่รถแกเหรอ?”

  “อืม” เซียวหยางพยักหน้า

  “ไม่เบานะ รถใหม่แน่นอน พึ่งได้มาสด ๆ ร้อน ๆ ล่ะสิ?”

  “ใช่ พึ่งได้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงเอง!”

  “อะไรของแก ไปถูกหวยมาหรือไง อยู่ดี ๆ รวยได้ยังไงวะ?” ลู่ซิงเพ่งสายตาจับผิด

  ไม่มีใครรู้ฐานะของเซียวหยางดีเท่าลู่ซิงอีกแล้ว บ้านนี้จะมีเงินซื้อรถได้ยังไงกัน!

  “ก็พอมีโชคอยู่นิดหน่อย แล้วนี่มาเยี่ยมพ่อฉันเหรอ?”

  “ใช่ ผ่านมาแถวนี้พอดีเลยแวะดูว่าลุงเซียวต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม!”

  “ขอบใจแกมากนะ!” เซียวหยางพูดอย่างจริงใจ

  “เฮ้ย พูดอย่างกับเราไม่ใช่เพื่อนกัน!”

  ขณะนั้นเอง เจียงเหยียนในรถก็ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย พอเห็นเซียวหยางอยู่ข้างนอก เธอก็เปิดประตูลงจากรถ

  “ตื่นแล้วเหรอ?”

  “อื้ม~” เธอพยักหน้า

  “ดีเลย งั้นไปส่งเธอกลับบ้านดีกว่า” เซียวหยางโบกมือ

  “ยังไม่รีบเท่าไหร่หรอก” เจียงเหยียนยิ้มน้อย ๆ สดใสยิ่งกว่าสายลมต้นฤดูใบไม้ผลิ

  “บ้านเธอนี่นะ ไม่ชวนฉันเข้าไปนั่งพักบ้างเหรอ?”

  “ไม่มีอะไรให้นั่งหรอก พ่อแม่ฉันอยู่ในบ้านหมดน่ะ”

  “ก็ดีสิ! ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว ก็ต้องทักทายคุณพ่อคุณแม่หน่อยสิ~” เจียงเหยียนพูดพลางจะเดินเข้าไป

  เซียวหยางรีบยกมือขวางเอาไว้

  ให้เธอเข้าไปตอนนี้ เขาคงต้องเสียเวลาอธิบายอีกยาว—ไม่เอาอ่ะ ขี้เกียจยุ่ง

  “ว่าแต่ ลุงเซียวตอนนี้อาการเป็นไงบ้าง?” ลู่ซิงถามขึ้นมาบ้าง

  “ก็ดีอยู่นะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกไม่กี่วันก็น่าจะหายดีแล้วล่ะ!” เซียวหยางตอบพลางยิ้ม

  “หา? จะเป็นไปได้ยังไง? ก็ลุงเซียวเขา…” ลู่ซิงทำหน้าประหลาดใจ

  “ไม่ต้องห่วงน่า!” เซียวหยางรีบพูดแทรก เขารู้ว่าเพื่อนสงสัย แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม

  “ว่าแต่ ตอนนี้ก็เที่ยงพอดี เดี๋ยวฉันคุยกับพ่อแม่ก่อน แล้วพาแกไปเลี้ยงข้าว เอาให้เต็มที่เลย!”

  เซียวหยางเดินเข้าบ้าน

  ทันทีที่เข้าไป แม่ของเขาก็รีบคว้ามือแน่นด้วยสีหน้าตื้นตัน

  “พ่อแก… พ่อแกเขา…” เธอพูดไม่ออก น้ำเสียงสั่นเครือ

  เซียวหยางก้มลงมอง เห็นพ่อนอนอยู่บนเตียง สีหน้าดูดีขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ได้ซีดเซียวเหมือนก่อนหน้า

  “พ่อแก… หิวข้าวแล้ว…” แม่เขาพูดทั้งน้ำตา

  “แม่จะไปทำกับข้าว! แม่จะไปทำเดี๋ยวนี้เลย!”

  เธอเอามือปิดปาก พยายามกลั้นน้ำตาไว้

  เซียวหยางไม่ใช่คนพูดเก่ง เรื่องความรู้สึกก็ยิ่งถนัดน้อยไปใหญ่

  เขาเลยแค่พยักหน้าให้พ่อหนึ่งที “พ่อพักก่อนนะครับ”

  “อ้อ… แม่ไม่ต้องทำของผมนะ เดี๋ยวผมออกไปกินข้าวกับลู่ซิง”

  “ก็ดี เขาช่วยเรามาเยอะ ลูกก็ต้องตอบแทนเขาหน่อย”

  “จริงครับ” เซียวหยางเองก็อยากกินข้าวกับพ่อแม่ แต่คิดอีกที ปล่อยให้สองคนเขาได้อยู่ด้วยกันดีกว่า

  บางเรื่อง… คนเป็นลูกก็ไม่ควรไปรับรู้

  พอออกมาข้างนอก ก็เห็นลู่ซิงคุยกับเจียงเหยียนอยู่

  นิสัยของเจียงเหยียนไม่เหมือนหลินฉีเยว่ ถึงจะหน้าสวยพอ ๆ กัน แต่เธอกลับกล้าคุยมากกว่าเยอะ

  “คุยอะไรกัน?” เซียวหยางถาม

  “ก็คุยเรื่องแกไงล่ะ แฟนแกอยากรู้ข้อมูลเลยแอบถามฉันอยู่!” ลู่ซิงแซว

  “แฟนอะไรล่ะ! เพิ่งรู้จักกันวันนี้เองนะ!”

  “แล้วไงล่ะ เดี๋ยวนี้เขาฮิตแต่งงานสายฟ้าแลบกันแล้ว!” ลู่ซิงหัวเราะ

  เจียงเหยียนกลับไม่พูดอะไร แต่เปิดประตูขึ้นไปนั่งตรงเบาะข้างคนขับหน้าตาเฉย

  ลู่ซิงก็ตามขึ้นรถทันที แล้วหันไปสอดส่องภายในรถ

  “เวรเอ๊ย ไอ้หยาง!”

  “อะไรอีก?”

  “ซ่อนของดีไว้นี่หว่า นี่มันเวอร์ชันท็อปของ ‘ฮุ่ยเถิง’ เลยนี่หว่า!”

  “ฮุ่ยเถิง?” เจียงเหยียนงง “รถรุ่นนี้ชื่อฮุ่ยเถิงเหรอ?”

  “ใช่สิ! รุ่นท็อปสุดเลยนะ ถ้าไม่มีสองล้านหยวน ไม่มีทางซื้อได้แน่ ๆ ไอ้หยาง แกนี่มันรวยจริงวุ้ย!”

  “สองล้าน!?” เจียงเหยียนตกใจ

  “แต่เมื่อกี้ลู่ซิงยังบอกว่าบ้านเซียวหยางลำบาก รายได้มีแค่แม่เขาคนเดียวไม่ใช่เหรอ…”

  บ้านแบบนี้เรียกลำบากตรงไหน?

  เซียวหยางหัวเราะ ไม่ได้ตอบ แต่ถามกลับ “ว่าแต่ แกตาถึงดีนี่ รู้ได้ไงว่าเป็นฮุ่ยเถิง?”

  “ก็ฉันทำงานที่เต็นท์รถนี่หว่า! จะไม่รู้ได้ไง”

  “แต่เดี๋ยวนี้มีคนเยอะเลยนะ เช่ารถหรูเอาไว้โชว์สาว แกจะไม่ใช่หนึ่งในนั้นใช่มะ?”

  เอาจริง ๆ ลู่ซิงรู้ดีว่าเซียวหยางบ้านจน ถ้าเอารถมาอวดสาวเขาคงได้เทศนาแน่นอน

  “ซื้อจริง!” เซียวหยางตอบหน้าตาย

  ลู่ซิงพยักหน้าช้า ๆ—ใช่แหละ รถใหม่ขนาดนี้ เช่าคงไม่ได้หรอก

  “เจียงเหยียน”

  “หือ?”

  “บ้านเธออยู่ไหน จะให้ไปส่งไหม?”

  “ไม่เอา~” เจียงเหยียนปฏิเสธอีกแล้ว

  “จะแอบเกาะเซียวหยางใช่มะ?” ลู่ซิงแซวอีกดอก

  “ใช่จ้ะ! ฉันเป็นสาวสวยขนาดนี้มาเกาะเขา เขาควรจะขอบคุณซะด้วยซ้ำ!” เธอยิ้มแป้น

  ลู่ซิงหันมามองเซียวหยางด้วยสายตาอิจฉาสุดขีด

  “ไป ๆ เดี๋ยวฉันจอดปล่อยทิ้งกลางทางซะนี่!”

  เซียวหยางพูดขำ ๆ แต่เจียงเหยียนกลับทำหน้าจริงจัง

  “ถ้าให้ฉันไปกับเธอ ฉันจะให้จับขาฉันก็ได้ สนใจไหม? ขาฉันสวยใช่มะ?” เธอพูดพลางยกขาที่ใส่บู๊ตขึ้นมาจะวางบนตักเขา

  เซียวหยางถึงกับสะดุ้ง “ขับอยู่นะเธอ! เลิกเล่นสักที! ไม่ง่วงเหรอ? หลับต่อไปเลย เดี๋ยวถึงที่แล้วฉันปลุกเอง!”

  เจียงเหยียนหัวเราะคิกคัก เธอชอบแหย่เซียวหยางที่สุด—คนอื่นเห็นเธอมักจะเข้าหาเธอด้วยความอยาก แต่หมอนี่… วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน แถมตอนนี้เธอก็ยังง่วงอยู่ดี จึงหลับตาลงอีกครั้ง

  ลู่ซิงหันมาถาม

  “ว่าแต่ ไอ้หยาง คืนนี้มีนัดเลี้ยงรุ่น แกจะไปไหม?”

  “เลี้ยงรุ่น?”

  “ใช่ ฉันนึกว่าแกกลับมารอบนี้เพื่อจะไปงานนั่นซะอีก จัดโดยหลี่คังไง แต่เอาจริงมันไม่ใช่แค่งานเลี้ยงหรอกนะ…”

  “โอ้… หลี่คังจะไปจีบฉินซวียนถงใช่ไหม?”

  “ใช่เลย! เจ้านี่ตามจีบเขามาตั้งสี่ห้าปีแล้ว!”

  “แบบนี้ต้องไปดูแล้วล่ะ!” เซียวหยางตาวาว

  เมื่อวานเขาก็แอบเห็นข้อความในกลุ่มแวบ ๆ ว่าเหมือนจะมีงานนัดรวมรุ่นจริง

  “เดาได้เลยว่ายังไงก็แห้วเหมือนเดิมแน่ ๆ!” ลู่ซิงหัวเราะ

  หลี่คัง คือหัวหน้าห้องสมัยมัธยม ส่วนฉินซวียนถงนั้นคือสาวสวยประจำโรงเรียนในยุคนั้น เป็นเทพธิดาในฝันของผู้ชายทั้งโรงเรียน

  หลี่คังตามจีบตั้งแต่สมัยเรียน ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง โดนปฏิเสธมาตลอด

  เรียกว่า ถ้าเทียบกับเซียวหยางที่โดนหลินฉีเยว่ปฏิเสธมา 99 ครั้ง ล่ะก็…

  หลี่คังเองก็สู้ไม่แพ้กัน แถมอดทนได้นานกว่าเยอะ!

  ทั้งคู่เลยตัดสินใจ—ไป!

  อะไรที่เป็น “ดราม่าความรัก + โดนเทกลางวง” นี่แหละ ความบันเทิงขั้นสุด

  โดยเฉพาะเมื่อได้เป็น “คนดู” ไม่ต้องโดนเทเอง!

  เซียวหยางน้ำตาแทบไหล—ในที่สุด ฉันก็จะได้เป็น “ผู้ชม” เสียที!



(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 13: ได้เป็นคนดูบ้างเสียที!

ตอนถัดไป