ตอนที่ 37 คำสารภาพครั้งที่สองในงานแต่ง
ตอนนี้เซียวหยางยังไม่รู้เลยว่าหลินฉีเยว่เริ่มจับจ้องมาที่เขาแล้ว เขากำลังง่วนอยู่กับการเล่นเกมกับลู่ซิงอย่างเมามัน
แต่คนอื่นไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะเฉินเป๋ย พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นสาวสวยที่ตัวเองเคยไปทักกำลังเดินมาทางนี้ ก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
หรือว่า...เธอเปลี่ยนใจแล้ว?
ก็ใช่น่ะสิ...ยังไงก็ต้องบีเอ็มดับเบิลยูสิ!
เคยได้ยินไหมว่า “ยอมร้องไห้อยู่บนเบนซ์ ดีกว่าหัวเราะอยู่บนจักรยาน!”
โลกนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ
ถ้าได้ผู้หญิงแบบนี้ขึ้นรถไปด้วย...แค่คิดก็สุดยอดแล้ว!
เขาพยายามเก็บอาการตื่นเต้น ยื่นกุญแจบีเอ็มดับเบิลยูในกระเป๋าออกมาวางบนโต๊ะให้เด่นชัดที่สุด
แถมยังเผลอสะบัดผมตัวเองเบา ๆ แบบเท่ ๆ
“เธอมองมาทางฉันจริง ๆ ด้วย!” เฉินเป๋ยคิดในใจแบบมั่นใจสุด ๆ
เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ก็สังเกตเห็นเหมือนกัน ตบไหล่เฉินเป๋ยเบา ๆ “โห้ย พี่เป๋ย รถของนายเด็ดมาก!”
เฉินเป๋ยยิ้มอย่างภาคภูมิ
ผู้หญิงระดับเทพธิดาน่ะเหรอ? เดี๋ยวก็ต้องคุกเข่าให้กุญแจบีเอ็มแน่นอน
ใกล้มาแล้ว!
พออีกฝ่ายยิ่งเดินเข้ามาใกล้ หัวใจเฉินเป๋ยก็เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้าได้ผู้หญิงแบบนี้จริง ต่อให้ต้องอายุสั้นลงสักสองสามปีก็ยอม!
เขาแทบจะพุ่งเข้าไปหาแล้ว แต่ก็ยังเก็บไว้ก่อน
ไม่ต้องรีบหรอก เดี๋ยวก็มีเวลาเล่นด้วยอีกเยอะ
แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาอย่างใสแจ๋ว
“เซียวหยาง!”
เสียงนุ่มละมุนเหมือนเสียงนางฟ้า
หลินฉีเยว่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม โหนกคิ้วโค้งน้อย ๆ เหมือนนางฟ้าบนสวรรค์
เพียงแค่เดินผ่าน ก็เรียกสายตาจากแขกหลายโต๊ะได้ทันที
เซียวหยางได้ยินเสียงก็ตกใจเล็กน้อย
“เอ๊ะ? เสียงเหมือนหลินฉีเยว่เลยแฮะ!”
คงหูแว่วแหละ...ต้องใช่แน่ ๆ
แต่ตอนนั้นเอง ลู่ซิงก็เริ่มเร่งขึ้นมา
“เซียวหยาง นายเป็นอะไรเนี่ย! ลุยสิ! อย่าทิ้งเพื่อนนะ!”
เซียวหยางก้มหน้ากลับไปมองมือถืออีกครั้ง
“มาแล้ว! มิยาโมโตะ มุซาชิของฉัน ไปที่ไหน...หญ้าตายหมด!” เขาพูดแบบเท่ ๆ สไตล์โอตาคุ แล้วก็จดจ่อกับเกมอีกครั้ง ไม่ทันสังเกตเลยว่ามีสาวสวยมายืนอยู่ข้างหลัง
หลินฉีเยว่เห็นภาพนี้ รอยยิ้มก็หายไปในพริบตา
ให้ตายเถอะ
คราวก่อนพลาดไม่ได้สารภาพ เพราะหมกตัวอยู่ในหอเล่นเกมกับรูมเมต
คราวนี้...ก็ยังเล่นเกมอีก! นายมันเด็กติดเกมชัด ๆ!
ไม่ง้อผู้หญิง ดาบถึงได้เร็วนักสินะ*!?
เธอกัดฟันแน่น ก่อนจะเอามือตบไหล่เขาแรง ๆ
“เซียว!”
“หยาง!”
เซียวหยางสะดุ้งสุดตัว หันกลับไปมองแล้วก็ถึงกับชะงัก
หลินฉีเยว่!
เธอ...เธอจริง ๆ ด้วย!
“เธอ...เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง?” เขาถามอึ้ง ๆ
ทุกคนที่นั่งอยู่แถวนั้นต่างหันมามอง ทั้งโต๊ะเงียบกริบ
เฉินเป๋ยที่นั่งตรงข้ามถึงกับมุมปากกระตุก พูดไม่ออก
“ฉัน...” หลินฉีเยว่พูดขึ้น
“เธอ...” เซียวหยางก็พูดพร้อมกัน
หลินฉีเยว่ที่เมื่อครู่ยังโมโหอยู่ กลับสงบลงทันทีเมื่อเห็นหน้าเขา
เธอรู้สึกว่า...เซียวหยางตอนนี้ดูหล่อขึ้นเยอะเลย
แต่ก่อนก็แค่หน้าตาดีแบบใส ๆ ดูนานแล้วไม่เบื่อ แต่ตอนนี้...มีแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
แถมไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน เธอถึงกับลืมไปเลยว่าตั้งใจจะมาว่าเขา
เธอหันไปยิ้มให้สาวข้าง ๆ “ขอโทษนะ ขอเก้าอี้เพิ่มอีกที่ได้ไหม?”
สาวคนนั้นถึงกับงง แต่ก็รีบตอบ “ได้เลย ๆ แน่นอนค่ะ!” พูดจบก็รีบไปหยิบเก้าอี้มาเพิ่มให้
หลินฉีเยว่ยิ้มหวาน ขอบคุณเบา ๆ
เธอคุ้นเคยกับเหตุการณ์แบบนี้อยู่แล้ว
อย่าคิดว่าผู้ชายเท่านั้นที่เลือกคนจากหน้าตา
ถ้าหน้าสวยระดับเทพธิดาแบบเธอล่ะก็ ไม่ว่าชายหรือหญิงก็ต้องหลงหมดแหละ!
ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่อิจฉาคนอย่างหลินฉีเยว่ เพราะมันห่างกันเกินไป
อิจฉาน่ะ มันต้องระดับพอ ๆ กัน แต่ถ้าห่างกันขนาดนี้ ก็แค่ชื่นชมสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนฟ้าเท่านั้นเอง
อย่างหลินฉีเยว่นี่แหละ...ตัวจริงเสียงจริงของคำว่า “เทพธิดา!”
เธอนั่งลงอย่างสง่างาม มองเซียวหยางที่ยังงงอยู่ก็อดขำไม่ได้
เธอยื่นมือไปหยิกแก้มเขาเบา ๆ
“โอ๊ย...” เซียวหยางเบิกตาโต รีบปัดมือเธอออก “เธอมาทำอะไรที่นี่?”
“แน่นอนสิ! เจ้าสาวน่ะเป็นพี่สาวฉัน!”
“บังเอิญจัง เจ้าบ่าวก็เป็นพี่ชายฉัน!” เซียวหยางตอบกลับทันควัน
“ที่แท้กลับมาร่วมงานแต่งนี่เอง แล้วทำไมไม่บอกฉันล่ะ?” หลินฉีเยว่พูดพร้อมทำหน้าบึ้ง
“ทำไมฉันต้องบอกด้วย?” เซียวหยางยกมือกุมหน้าผากอย่างปวดหัว
หลินฉีเยว่ถึงกับพูดไม่ออก
เธอเบ้ปากอย่างน้อยใจ “ฉันรอนายอยู่ใต้หอพักทุกวันเลยนะ…”
เซียวหยางอึ้งไปชั่วครู่ คิดไม่ถึงว่าเธอจะตั้งใจขนาดนี้
“เธอลำบากมากเลยเนอะ” เขายิ้มบาง ๆ
แค่นั้นก็ทำให้หลินฉีเยว่รู้สึกว่าทุกความเหนื่อยที่ผ่านมา...คุ้มสุด ๆ
“แล้วนายจะกลับมหาลัยเมื่อไหร่ พาฉันกลับด้วยนะ!” เธอพูดขึ้นทันที
“ได้สิ!” เซียวหยางตอบทันควันแบบไม่คิดมาก
ทั้งคู่คุยกันเรื่อยเปื่อยแบบนั้นเอง แต่ไม่รู้ทำไม จู่ ๆ ทุกคนที่เคยกำลังคุยกันคนละเรื่อง ต่างก็หันมาฟังบทสนทนาของสองคนนี้กันหมด
บรรยากาศคล้ายกับตอนที่เฉินเป๋ยนั่งไม่ติดตอนต้นเลย
คำว่า “นั่งบนเข็ม” ดูจะเหมาะกับสถานการณ์ของเขาตอนนี้มาก
ทั้งสองคนคุยกันอีกสักพัก หลินฉีเยว่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดกับเซียวหยางว่า “รอฉันแป๊บนะ”
พอเธอเดินออกไป ทุกคนที่อยู่รอบโต๊ะก็หันมามองเซียวหยางทันที
ลู่ซิงยังคงนิ่ง ไม่พูดอะไร แต่คนอื่น ๆ เริ่มถามด้วยความอยากรู้
“เซียวหยาง เธอคนนั้นคือใครเหรอ?”
“เมื่อกี้ได้ยินอยู่นะว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้าสาว!”
“อ๋อ! ลูกพี่ลูกน้องของหลินเยี่ยนนี่เอง!” ใครบางคนอุทานออกมา “ถึงว่าทำไมหน้าตาดีขนาดนั้น สองพี่น้องนี่หน้าตาดีเหมือนกันเป๊ะเลย!”
“สวยจริง ๆ ด้วย!” เซียวหยางพยักหน้าเห็นด้วย
“ว่าแต่นายกับเธอเป็นอะไรกันน่ะ?” พอได้ยินคำถามนี้ ทุกคนในโต๊ะถึงกับตั้งใจฟังทันที
แม้แต่แขกโต๊ะข้าง ๆ ก็เงียบลงอย่างไม่รู้ตัว หูผึ่งกันเป็นแถว
เซียวหยางตอบแบบสบาย ๆ “เพื่อนร่วมชั้นน่ะ เธอเป็นดาวมหาลัยเรา รู้จักกันก็ไม่แปลกนี่นา”
พอพูดจบ เฉินเป๋ยถึงกับตาเป็นประกาย
แค่เพื่อนร่วมชั้นเท่านั้นเหรอ!? คิดแบบนี้แล้วก็โล่งใจขึ้นมาในทันที
ถ้าตัวเองไม่มีเพื่อนในงาน แล้วเห็นเพื่อนร่วมชั้นมา ก็เดินเข้ามาคุยกันหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แบบนี้ก็โอเคเลย!
ในขณะเดียวกัน พวกผู้ชายคนอื่นก็เริ่มมองเห็นโอกาส
ในเมื่อยังไม่ใช่แฟน งั้นก็ยังมีลุ้นสิ! ถึงจะจีบไม่ติด แต่ขอแค่เบอร์ก็ยังดี!
พวกเขารีบสะบัดผม จัดเสื้อผ้า บางคนถึงขั้นหยิบสเปรย์น้ำหอมมาใช้
เซียวหยางเห็นแล้วถึงกับหลุดหัวเราะเบา ๆ
ไม่นาน หลินฉีเยว่ก็กลับมาแล้ว
เธอก้าวเข้ามาหาเซียวหยางด้วยรอยยิ้มละมุน
บรรดาผู้ชายรอบ ๆ เริ่มขยับตัวอย่างร้อนรน บางคนถึงขั้นเคลียร์คอ เตรียมตัวจะเข้าไปทัก
แต่ทันใดนั้น หลินฉีเยว่กลับยื่นช่อดอกไม้ที่ถืออยู่ในมือให้เซียวหยาง
เธอมองเขาอย่างลึกซึ้ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เซียวหยาง ฉันชอบนาย นายอยากเป็นแฟนฉันไหม?”
แม้เสียงจะไม่ดัง แต่ทุกโต๊ะแถวนั้นก็ได้ยินกันหมด
เสียงช้อนหล่นกระทบพื้นดังแกร๊งหนึ่ง แต่ไม่มีใครหันไปมองเลย
เพราะทั้งหมดกำลังจ้องมาที่ทั้งคู่ตาไม่กระพริบ
เฉินเป๋ยถึงกับหน้าชา มองด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
ส่วนเซียวหยางก็ยืนอึ้งไปเหมือนกัน
อะไรเนี่ย!?
【ติง!】
【ภารกิจ: คำสารภาพครั้งที่สองของหลินฉีเยว่】
【ตัวเลือกที่หนึ่ง: รับคำสารภาพ รางวัล 2 ล้านหยวน】
【ตัวเลือกที่สอง: ปฏิเสธ รับ “การ์ดคืนเงินสิบเท่า” x1】
จบตอนที่ 37
*ไม่ง้อผู้หญิง ดาบถึงได้เร็วนักสินะ เป็นคำพูดประชดแนวเล่นคำในหมู่วัยรุ่นจีน หมายถึง คนที่ไม่สนใจผู้หญิงเพราะหมกมุ่นอยู่กับเกมหรืออย่างอื่นแทน