ตอนที่ 36 ว่าที่สะใภ้...เลือกคนไหนดีนะ?
“น้องสาวครับ หาคนอยู่เหรอ?”
ระหว่างที่หลินฉีเยว่กำลังมองซ้ายมองขวาอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งโผล่มาตรงหน้าเธอ
หลินฉีเยว่ขมวดคิ้วทันที เอ่ยเสียงเย็น “ฉันไม่รู้จักคุณ”
“ไม่รู้จักก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ การพบกันก็ถือว่าเป็นโชคชะตาอย่างหนึ่ง ผมเห็นคุณดูอารมณ์ไม่ค่อยดี งั้น...ไปขับรถเล่นกับผมไหมครับ?” เฉินเป๋ยพูดพลางสะบัดกุญแจรถในมือ
โลโก้บีเอ็มดับเบิลยู โชว์หราอย่างชัดเจน
สำหรับเฉินเป๋ยแล้ว เจ้า BMW คันนี้เรียกได้ว่าเป็นอาวุธประจำตัวที่ได้ผลมาแล้วนับไม่ถ้วน
ถึงจะเป็นแค่ซีรีส์ 3 รุ่นเริ่มต้นก็เถอะ
แต่สาว ๆ ที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ ก็มักจะดูแค่โลโก้บนกระจังหน้า ขึ้นรถแล้ว...ต่อไปก็ง่ายแล้วสิ!
เฉินเป๋ยมองหลินฉีเยว่ กลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว
บอกตามตรง ผู้หญิงระดับนี้เขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก สวยยิ่งกว่าดาราในทีวีที่ผ่านฟิลเตอร์มาอีก
หลินฉีเยว่ขมวดคิ้ว สถานการณ์แบบนี้เธอเจอมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ปฏิเสธก็ไม่รู้ตั้งกี่หน
เธอไม่แม้แต่จะเหลือบมองกุญแจรถนั่น เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ว่า “ถ้าไม่มีธุระอะไร ก็อย่ามารบกวนฉัน”
เห็นว่าเฉินเป๋ยยังทำท่าจะพูดอะไรอีก หลินฉีเยว่สวนกลับไปตรง ๆ ว่า “ไม่มีใครบอกเหรอว่าคุณน่ะ...หน้าตาน่าเกลียด?”
มุมปากเฉินเป๋ยกระตุก
เอาจริง ๆ เขาก็ไม่ได้ถึงกับน่าเกลียดหรอก อย่างมากก็แค่เป็นประเภทที่โยนเข้าไปในฝูงชนแล้วหายไปเลยแบบนั้น
ถึงจะเคยมีคนลับหลังเมาท์ว่าเขาหน้าไม่หล่อ แต่ไม่เคยมีใครกล้าพูดใส่หน้าแบบนี้มาก่อน!
สีหน้าเขามืดลงชัดเจน แต่ก็พูดอะไรต่อไม่ได้ ได้แต่ฮึดฮัดแล้วถอยกลับไป
“ที่ไหนก็มีแมลงวันวุ่นวายจริง ๆ เฮ้อ...” หลินฉีเยว่ถอนหายใจหนึ่งเฮือก แล้วก็ตัดสินใจไม่อยู่ที่โถงต้อนรับอีกต่อไป หันหลังเดินกลับเข้าไปด้านใน
ด้านในเต็มไปด้วยญาติของฝ่ายเจ้าบ่าวเจ้าสาว บรรยากาศเป็นกันเอง เธอไปนั่งข้างผู้ใหญ่ ไม่มีใครมารบกวนอีก
ใกล้เที่ยงแล้ว เสียงจ้อกแจ้กค่อย ๆ เบาลง
แขกแต่ละคนเริ่มนั่งประจำโต๊ะ ส่วนโต๊ะของเซียวหยาง ส่วนมากก็เป็นเพื่อนสมัยมัธยมปลายเหมือนกัน แต่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเซียวอวี่ ทว่าก็รู้จักเซียวหยางอยู่บ้าง จึงถือว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน
ตอนนี้ทุกคนกำลังคุยเรื่องความฝันในอนาคต บ้างก็เล่าเรื่องงานของตัวเอง
“ว่าแต่ เซียวหยาง นายให้ซองไปหรือยัง ฉันเห็นนายเดินไปเดินมา ไม่เห็นให้นี่นา แบบนี้มันไม่ดีมั้ง?” อยู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
ทันใดนั้น สายตาทั้งโต๊ะก็พากันหันไปมองเซียวหยาง
“ฉัน...ลืมเอาเงินสดมาน่ะ!” เซียวหยางหัวเราะเจื่อน ๆ
“บางคนก็หน้าด้านนะ คนอื่นเค้าให้กันหมดแล้ว แต่เขากลับมือเปล่าเข้ามานั่ง แถมยังพูดได้หน้าตาเฉยอีก ฉันนี่นับถือเลย!” เฉินเป๋ยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น
เซียวหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบอะไร
เขาเป็นคนไม่ชอบอธิบายอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ที่เขาเพิ่งมอบรถหรูให้เซียวอวี่ ถ้าพูดไปใครจะเชื่อกันล่ะ?
แต่ลู่ซิงที่นั่งอยู่ด้วยกันกลับเริ่มไม่พอใจ ถึงแม้เขาจะไม่รู้เรื่องรถ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะโต้กลับ “คนเขาเป็นญาติกับเซียวอวี่นะ จะให้หรือไม่ให้ มันเรื่องของเขา นายเสือกอะไรนักหนา?”
ขณะนั้น ก็มีผู้ชายอีกคนเห็นท่าไม่ดี รีบพูดแทรกขึ้น “อย่าทะเลาะกันเลย วันนี้วันดี ไม่ควรมีเรื่องนะ!”
แม้เขาเองจะไม่เห็นด้วยที่เซียวหยางไม่ให้ซอง แต่ยังไงก็เป็นงานมงคล จะมาปั่นให้เสียบรรยากาศไม่ได้
“ใช่พวกเดียวกันไม่ใช่เหรอ ไม่เคยเจอแบบนี้เลยนะ คนเป็นญาติแท้ ๆ!” เฉินเป๋ยยังไม่วายฮึดฮัด
“ตอนเช้านายกินขี้มาเหรอ ถึงได้พูด...” ลู่ซิงยังพูดไม่จบ เซียวหยางก็รีบคว้าแขนไว้
“ช่างเขาเถอะ นี่งานแต่งเซียวอวี่ อย่าไปเล่นตามเกมเขาเลย”
เฉินเป๋ยส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจ
จริง ๆ แล้วเขาไม่ชอบเซียวหยางอยู่ก่อนแล้ว ตอนเรียนมัธยม เขาเคยจีบผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เธอกลับบอกว่าชอบเซียวหยาง
ถึงมันจะเป็นอดีตไปแล้ว เขาก็ไม่ได้คิดมากอะไร แต่เมื่อกี้โดนหลินฉีเยว่ตอกหน้าเสียหมา อารมณ์เสียสุด ๆ
พอกลับมานั่งโต๊ะ เห็นหน้าเซียวหยางอีกก็ยิ่งหงุดหงิด แต่จะยังไงก็ไม่กล้าป่วนงานแต่ง เลยแค่เหน็บแนมไม่กี่คำก็เงียบไป
แต่แขกที่นั่งโต๊ะเดียวกันก็เริ่มมองเซียวหยางด้วยสายตาแปลก ๆ เพราะเซียวหยางไม่ได้แก้ตัวอะไร พวกเขาก็พากันเชื่อไปแล้ว
แม้จะไม่พูดอะไร แต่ในใจก็อดดูถูกพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้
โต๊ะนี้เลยเงียบไปในพริบตา ไม่มีใครอยากคุยกับเซียวหยางหรือลู่ซิงอีก
เซียวหยางเองก็รู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มีตะปู
แต่เขาเป็นคนที่ชินกับอะไรแบบนี้ เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรนัก
ลู่ซิงยังพอคุยหยอกเรื่องขำ ๆ เกี่ยวกับเมืองเจียงตูได้อยู่บ้าง
ไม่นานนัก พิธีแต่งงานก็เริ่มขึ้น
ห้องจัดเลี้ยงกลับมาคึกคักอีกครั้ง เสียงเพลงบรรเลง พิธีกรขึ้นเวทีประกาศเริ่มงานแต่ง
พิธีแต่งงานในวันนี้จัดแบบดั้งเดิมสุด ๆ หลังจากไหว้พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายแล้ว เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็กล่าวคำอวยพร
“อย่างแรกเลย ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ภรรยาครับ ขอบคุณที่ให้กำเนิดลูกสาวที่แสนดีแบบนี้ ผมสัญญาว่าจะดูแลเยี่ยนจื่อให้ดีที่สุด…”
เซียวอวี่พูดทีละคำอย่างตั้งใจ ขณะที่สายตาของหลินเยี่ยนก็เต็มไปด้วยความรัก
“อย่างที่สอง ผมอยากจะขอบคุณใครคนหนึ่งครับ!”
“ถ้าไม่มีเขา งานแต่งในวันนี้ก็คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้”
“คนนั้นก็คือ...ลูกพี่ลูกน้องของผมเอง เซียวหยาง!”
…
ทันทีที่คำพูดจบลง คนที่โต๊ะของเซียวหยางก็พากันอึ้งไปครู่ใหญ่
แต่เฉินเป๋ยก็ยังไม่วายพึมพำ “ขนาดเขายังพูดถึงขนาดนี้ แต่หมอนั่นกลับไม่ให้ซองด้วยซ้ำ เฮ้อ เฮ้อ เฮ้อ…”
เซียวหยางหัวเราะเบา ๆ เขาไม่คิดจะใส่ใจกับตัวตลกอย่างเฉินเป๋ยให้เสียเวลาเลย
ตอนนั้นเอง สายตาของเซียวอวี่กับหลินเยี่ยนก็หันมาที่เขา
เซียวหยางลังเลเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืน
มีคนข้าง ๆ ยื่นไมโครโฟนมาให้เขา
“ยินดีด้วยครับ ขอให้พวกคุณรักกันยาวนาน มีความสุขตลอดไป มีลูกเต็มบ้านไว ๆ นะครับ!” เซียวหยางยิ้มแล้วพูด จากนั้นก็คืนไมค์
แต่เขาไม่รู้เลยว่า ที่โต๊ะด้านในสุด มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังตกตะลึง
ความตกใจในแววตาเธอเปลี่ยนเป็นความดีใจในพริบตา!
“เซียวหยาง!”
“เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
เธอกำลังจะลุกขึ้น แต่ข้าง ๆ ก็มีผู้หญิงวัยกลางคนหันมาถามก่อน “หนูรู้จักเซียวหยางเหรอ?”
“รู้จักสิคะป้า พวกเรากำลังคบกันอยู่ค่ะ!” หลินฉีเยว่ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“คบ…คบกันอยู่…”
คนที่พูดคือแม่ของเซียวหยางนั่นเอง
เธอเบิกตากว้าง มองหลินฉีเยว่ด้วยความงุนงง
ในใจเธอเริ่มติ๊กเช็กลิสต์ทันที
สาวคนนี้ สวย น่ารัก เรียบร้อย ไม่เรื่องมาก
เหมาะจะเป็นเมียของเซียวหยางจริง ๆ นั่นแหละ!
ต้องบอกว่าเธอนั่งข้างหลินฉีเยว่มาตลอดตั้งแต่ต้นงานเลย จึงเห็นหมดว่าสาวคนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง
เธอนั่งนิ่ง ๆ ไม่วุ่นวายอะไร
เหมือนกับเซียวหยางเลย ชอบความเรียบง่าย ไม่ชอบความวุ่นวาย เป็นผู้หญิงที่ใช้ชีวิตด้วยกันได้แน่นอน!
สำคัญที่สุดคือ…หน้าตาดีมาก!
อย่างน้อย ลูกหลานบ้านเซียวในอนาคตก็การันตีความหล่อความสวยแน่นอน!
แต่…แต่…
ทั้งเจียงเหยียน แล้วก็สาวคนนี้…ก็ดีทั้งคู่เลยนี่นา
ถ้าจะเลือกคนมาเป็นสะใภ้ จะเลือกใครดีล่ะเนี่ย?
ยังไม่ทันตัดสินใจอะไรได้ หันไปอีกที หลินฉีเยว่ก็ลุกจากที่นั่ง เดินมาทางเซียวหยางแล้ว...