ตอนที่ 39 คันนั้นมัน "เฟตัน" ย่ะ ไอ้บ้านนอก!
ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยกันว่า เซียวหยางทำอะไรถึงได้รับการปฏิบัติแบบนั้นจากหลินฉีเยว่ จู่ ๆ ข่าวระเบิดลูกใหญ่ก็ดังขึ้นกลางวง!
งานแต่งน่ะ การให้ซองถือเป็นเรื่องปกติสุด ๆ
แต่ครั้งนี้ดันมีคนให้ของขวัญเป็น...รถยนต์!
แน่นอนว่าไม่ใช่เซียวหยางเดินประกาศเองหรอก แค่มีเพื่อนที่เห็นเหตุการณ์แล้วเผลอปากพูดออกไป ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่ม ทว่าข่าวก็แพร่กระจายรอบงานทันที
แถมรถที่ว่านั่นไม่ใช่รถธรรมดาด้วย!
เป็นรถหรูมูลค่าถึง 1.48 ล้านหยวน!
ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป ทุกคนในงานต่างก็อึ้งจนแทบลืมหายใจ
หนึ่งจุดสี่แปดล้าน! คนทั่วไปทั้งชีวิตยังหาไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ แต่คนคนนี้กลับให้เป็นของขวัญแต่งงานง่าย ๆ อย่างกับแจกผักกาดหน้าบ้าน!
แบบนี้เขาต้องสนิทกันขนาดไหน หรือไม่ก็...รวยระดับมังกรกลืนเมฆแล้วแน่ ๆ!
แล้วใครกันล่ะ...ที่เป็นคนให้?
แขกในงานเริ่มหันซ้ายหันขวา ซุบซิบกระซิบกันวุ่น บางคนมัวแต่เมาท์จนลืมกินข้าวไปเลยด้วยซ้ำ!
ด้านในงาน แม่เซียวก็ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ
ถ้าจำไม่ผิด...ลูกชายตัวเองเคยพูดไว้ว่าให้รถเซียวอวี่เป็นของขวัญ...
อย่าบอกนะว่า...ไอ้รถหรูคันนั้น...เป็นของเขา!?
โอ้ย! ไอ้ลูกบ้า! นี่มันถลุงเงินกันชัด ๆ!
สีหน้าเซียวแม่เปลี่ยนจากงุนงงเป็นขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในเสี้ยววินาที
ส่วนแขกคนอื่นก็ไม่คิดจะตรวจสอบความจริงเลยด้วยซ้ำ ไหนจะตอนที่เห็นรถจอดอยู่หน้าโรงแรม เดิมนึกว่าเช่ามา แต่ที่แท้เป็นของขวัญ!?
ด้านโต๊ะเซียวหยางก็เริ่มคุยกันเรื่องนี้บ้างแล้ว
“เฮ้ย ใครกันนะรวยเวอร์ขนาดนี้ ให้รถหรูเป็นของขวัญแต่งงาน เผื่อจะมีเพื่อนแบบนี้ให้ฉันซักสิบคนทีเถอะ!”
“ทำไมเพื่อนรอบตัวฉันถึงมีแต่พวกให้กระเป๋าผ้า…”
เซียวหยางได้ยินก็แค่ยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร
‘ก็คนให้รถน่ะ...นั่งอยู่ตรงพวกนายเนี่ยแหละ’
ลู่ซิงเองก็หันมามองเซียวหยางแบบสงสัย ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร
เหมือนเริ่มเดาได้แล้วว่าใครกันแน่
ฝั่งเฉินเป๋ยก็เริ่มพล่ามอีกแล้ว “โคตรสุดยอดเลยเว้ย ถ้าฉันเจอคนแบบนั้นนะ จะเรียกพี่เรียกน้องเลย สุดยอด!”
พูดไป มือก็รีบเก็บกุญแจรถของตัวเองซ่อนทันที
ตอนนั้น เซียวหยางยังคุยเล่นกับหลินฉีเยว่แบบชิล ๆ
สาวเจ้านี่พูดเก่งมาก แถมเพิ่ง “ถอนทุน” มาจากเธอด้วย เซียวหยางก็เลยอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
แน่นอนว่าคนอื่น ๆ เห็นก็อดจะหมั่นไส้ไม่ได้
แม้จะคุยเรื่องคนที่ให้รถ แต่ตอนนี้หัวใจของเฉินเป๋ยกลับพุ่งมาอีกแล้ว
หมอนี่ถอนหายใจแรง “ลองคิดดูสิ มีคนให้รถหรูเป็นของขวัญแต่งงาน แต่พี่น้องแท้ ๆ ยังไม่ให้แม้แต่ซอง!”
“คนเราเนี่ยนะ จะทำอะไรก็ได้ แต่ต้องมีคุณธรรมด้วย เข้าใจไหมล่ะ!”
“แบบนี้ ฉันเฉินเป๋ยล่ะรับไม่ได้จริง ๆ!”
…
พอพูดจบ เซียวหยางถึงกับเอานิ้วบีบสันจมูกตัวเองเบา ๆ
ลู่ซิงทำท่าจะลุกขึ้น แต่เซียวหยางดึงไว้แล้วส่ายหัว
‘อย่าไปลดตัวลงไปทะเลาะกับตัวตลก เดี๋ยวมันจะลากเราลงโคลน แล้วใช้ประสบการณ์ในการคลุกโคลนมาชนะเอาได้…’
ไม่มีประโยชน์หรอก
บรรยากาศโต๊ะเงียบลงอีกครั้ง
หลินฉีเยว่เองก็แอบงง “เขาพูดถึงใครเหรอ?”
เฉินเป๋ยเหลือบมองเซียวหยางแบบเยาะเย้ย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครคือเป้าหมาย
เซียวหยางอาจไม่คิดจะเถียงกับใคร แต่นี่มันหลินฉีเยว่นะ เขาจึงหันมาพูดกับเธอเบา ๆ “ฉันให้ซองแล้วล่ะ แค่พวกเขาไม่เห็นเท่านั้นเอง”
“หา! แบบนี้ก็โดนเข้าใจผิดน่ะสิ!” หลินฉีเยว่ตกใจ “ทำไมไม่อธิบายล่ะ?”
“จะอธิบายให้ตัวตลกฟังน่ะเหรอ มันจะไม่ดูเสียศักดิ์ศรีไปหน่อยเหรอ?” เซียวหยางหันไปมองเฉินเป๋ยด้วยหางตา แบบที่มากกว่าหนึ่งวินาทีก็ถือว่าให้เกียรติแล้ว
แม้เขาพูดไม่ดัง แต่คนที่โต๊ะก็ได้ยินหมด
เฉินเป๋ยหน้าแดงก่ำ “เซียวหยาง! แกพูดอะไรของแกวะ!”
แต่เซียวหยางแค่โบกมือ ไม่ใส่ใจ
หลินฉีเยว่เห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่ดี เลยกระซิบชวน “ไปเดินเล่นข้างนอกกันไหม?”
“ได้สิ” เซียวหยางพยักหน้า
อยู่ตรงนี้ก็อึดอัดเปล่า ๆ ไปเดินเล่นน่าจะดีกว่า
หลินฉีเยว่ยิ้มกว้างทันที
ถ้าเป็นไปได้ เธอขอถือว่านี่คือ “เดทแรก” ของเธอเลยแล้วกัน!
“ลู่ซิง เดี๋ยวช่วยบอกเซียวอวี่ให้ด้วยนะ”
“โอเค งั้นฉันจะไม่กวนล่ะ” ลู่ซิงพยักหน้า แต่สายตากลับเหลือบไปมองที่เอวเซียวหยาง
ความหมายชัดมาก...พี่ชาย ระวังสุขภาพด้วยล่ะ
เซียวหยางถึงกับถลึงตาใส่ ‘ไปตายซะเถอะ!’
หลังจากทั้งคู่เดินออกไป เฉินเป๋ยก็ระเบิดอารมณ์ “บ้าเอ๊ย!”
ลู่ซิงไม่สนใจ เพราะเซียวหยางไม่ได้ว่าอะไร เขาก็ไม่คิดจะตอบโต้
แต่พอจะลุกจากโต๊ะ จู่ ๆ ก็มีแขกอีกสองคนเดินมานั่งแทน
เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เมื่อวานมาช่วยงาน และวันนี้ก็รับบทเป็นทั้งฝ่ายต้อนรับและเพื่อนเจ้าสาวเพื่อนเจ้าบ่าว
เพิ่งจะว่างก็เห็นว่าโต๊ะนี้มีที่ว่าง เลยมานั่งทันที
“เฮ้ย เซียวหยางไปไหนแล้ว?”
“เห็นว่าไปเดินเล่นข้างนอกนะ”
ทั้งสองพยักหน้า แล้วนึกถึงตอนหลินฉีเยว่มาสารภาพรักได้ชัดเจนสุด ๆ
ถึงจะโดนปฏิเสธ แต่ตอนนี้คู่นั้นดูเหมือนกำลัง “เดท” กันอยู่นี่นา
พอเห็นมีคนใหม่มานั่ง เฉินเป๋ยก็รีบถาม “พวกนายมาช่วยงานตั้งแต่เมื่อวาน น่าจะรู้เรื่องของขวัญใช่ไหม? แล้วรถหรูคันนั้นน่ะ ใครเป็นคนให้เหรอ?”
คนอื่น ๆ ที่โต๊ะรีบเงี่ยหูฟัง
ก็แหม ใครไม่อยากเอาไปเมาท์ลงโซเชียลบ้างล่ะ!
“หา? พวกนายยังไม่รู้เหรอ?” ทั้งคู่ถามงง ๆ
“ไม่รู้สิ ใครบอกล่ะ?”
“ก็เซียวหยางไง!”
ทั้งโต๊ะเงียบกริบ
ผ่านไปสองสามวินาที เฉินเป๋ยก็หน้าเหวอ “ไม่ล้อเล่นใช่ไหม!?”
“ล้อบ้าอะไรล่ะ พวกเราก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ตอนนั้นไปรับรถที่โชว์รูมมาซาราติเลยล่ะ 1.48 ล้าน จ่ายสดด้วย!”
“ฟู่—!”
เสียงสูดลมหายใจเข้าแรง ๆ ดังพร้อมกันทั้งโต๊ะ
ยกเว้นลู่ซิงนะ เพราะถึงเขารู้อยู่แล้ว...แต่ก็ยังอึ้งนิดหน่อยอยู่ดี
เฉินเป๋ยถึงกับหน้าเปลี่ยนสี “ไม่จริง! เซียวหยางให้รถหรู แล้วตัวเองดันขับแค่รถโง่ ๆ มาเนี่ยนะ?”
“รถที่เขาขับมา นั่นมันแค่โฟล์กสวาเกนธรรมดาไม่ใช่เหรอ? รุ่นไม่เกินแสน!”
คำพูดของเขาทำเอาหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย
แหงล่ะ คนที่ขับรถราคาต่ำกว่าห้าแสน จะไปให้ของขวัญคนอื่นเป็นรถราคาเป็นล้านได้ยังไง!
แต่ว่าจู่ ๆ ลู่ซิงก็ลุกขึ้นยืน แล้วพูดเย็น ๆ ว่า…
“นั่นมันเฟตัน โว้ย ไอ้บ้านนอก!”
ว่าเสร็จก็สะบัดหน้าเดินหนีทันที
ทุกคนที่โต๊ะถึงกับอึ้งแดก
เฟตัน?
มันคืออะไร?
แกร๊ง!
ตะเกียบของเฉินเป๋ยหล่นลงพื้นเสียงดัง
เฟตัน...ชื่อมันคุ้น ๆ แฮะ
เหมือนเจ้านายที่บริษัทเขาก็ขับรุ่นนี้อยู่…
ถ้าจำไม่ผิด...คันนั้นราคาสองล้านกว่าเลยนะ!?
ใบหน้าของเขากระตุกแรงอย่างไม่อาจควบคุม
มีคนเปิดมือถือขึ้นมาหาข้อมูลทันที “เจอแล้ว ๆ!”
“จริงด้วย! โฟล์กสวาเกน เฟตัน!”
“เหมือนกับคันที่เซียวหยางขับเป๊ะ!”
“ดูท้ายรถสิ โลโก้มันต่างนิดหน่อยนะ…”
“นี่ไง! เจอแล้ว รุ่นท็อปสุด เฟตัน 6.0L W12…”
“ราคาสองล้านสี่แสนแปดหมื่น!”
ทุกคนในโต๊ะถึงกับตาเหลือกพร้อมกัน
หันไปมองเฉินเป๋ยแบบกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่
“เฮ้ย ไอ้เฉิน ฉันได้ยินว่านายยังผ่อนไอ้บีเอ็มคันนั้นไม่ถึงสามงวดเลยนะ ฮ่า ๆ ๆ!”
…
ตอนนี้เอง
เฉินเป๋ยเข้าใจแล้วล่ะ…
นี่สินะ...ที่เขาเรียกกันว่า “เหมือนนั่งบนเข็ม”…
“เจ็บ...แต่ก็สมน้ำหน้า!”