ตอนที่ 50: ลองดูไหม?
บนรถ เซียวหยางก็เริ่มเปิดดูทรัพย์สินของตัวเองในตอนนี้
ไม่ได้ดูไม่เป็นไร แต่พอเห็นแล้วถึงกับตกใจ
ยอดเงินในบัญชีบนมือถือดันเหลืออยู่ตั้งสิบสี่ล้านหยวนกว่าๆ…
“หาเงินได้เร็วขนาดนี้ ต้องขอบคุณเธอจริงๆ เลย!” เซียวหยางหันไปมองหลินฉีเยว่ที่นอนพิงไหล่เขาอยู่
ต้องบอกเลยว่า ยัยนี่หน้าตาดีจริงๆ แถมนอนยังน่ารักอีกต่างหาก
ไม่เหมือนบางคนที่นอนแล้วน้ำลายยืด!
ถือเป็น “ต้นหอม” ต้นใหญ่สุดของเขาเลยก็ว่าได้ แค่ปฏิเสธคำสารภาพรักแต่ละรอบก็ได้ตั้งห้าล้านหยวนแล้ว!
เซียวหยางได้แต่ทอดถอนใจ
ตอนนี้รถขับมาถึงหน้าโรงเรียนพอดี เซียวหยางมองไปข้างหน้าก็เห็นว่าบังเอิญเจอพวกหลี่จี๋เพื่อนร่วมห้อง
เขาจึงส่งสัญญาณให้ลู่ซิงจอดรถ แล้วเปิดประตูลงไปทักทายพวกนั้น
“เฮ้ย หลี่ ไปไหนมา?”
“โหย เซียวกลับมาแล้วเหรอ อาการพ่อเป็นไงบ้าง?”
“ดีขึ้นเยอะเลย” เซียวหยางยิ้มตอบ
แต่หลี่จี๋ตาไว เหลือบไปเห็นหลินฉีเยว่ที่ยังนอนพิงไหล่เซียวหยางอยู่พอดี
“เฮ้ยเฮ้ย นั่นหลินฉีเยว่เหรอ?”
“จริงดิ!”
ทุกคนเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าสาวสวยอันดับหนึ่งของโรงเรียนกำลังนั่งอยู่ข้างเซียวหยาง!
“เวรละ นี่เราตัดสินใจไม่สารภาพรักเป็นครั้งที่ร้อยเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียดายตัวเองแท้ๆ! เชื่อแกแล้วมันผิดชัดๆ!” หลี่จี๋พูดพร้อมหน้าตาหมั่นไส้สุดขีด
“โธ่ ฉันยังนึกว่าแกกลับบ้านจริงๆ ที่แท้ก็พาสาวไปฮันนีมูนมาใช่มะ!” คนอื่นพากันแซวทันที
“แซวอะไรของพวกแก ฉันแค่ขับรถพาเธอกลับเฉยๆ!” เซียวหยางกลอกตาใส่
“เหอะ!”
“ถ้าเชื่อแกอีกที จะสระหัวด้วยการยืนกลับหัวลงพื้นเลย!”
พูดคุยกันได้ไม่นาน หลินฉีเยว่ก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย มองไปรอบๆ
ท่าทางงัวเงียของคุณหนูคนสวยนี่เล่นทำเอาหนุ่มๆ หัวใจแทบวาย ทั้งอิจฉาทั้งหมั่นไส้ปนกันไปหมด
“เซียวหยาง…” หลินฉีเยว่พึมพำเสียงเบา ดูคล้ายแมวน้อยที่กำลังอ้อน
“ถึงโรงเรียนแล้ว เธอกลับเองก่อนนะ ฉันมีธุระต่อ ไม่ไปส่งแล้ว”
“อืม…” หลินฉีเยว่หาวหวอด ก่อนจะหันไปเห็นว่ามีคนยืนมองอยู่เต็มไปหมด
หน้าเธอแดงแปร๊ด รีบก้มหน้าก้มตาหยิบของแล้วลงจากรถทันที
พอหลินฉีเยว่ไปแล้ว เซียวหยางก็แนะนำเพื่อนอีกคน
“นี่ลู่ซิง เพื่อนสมัยเด็กฉันเอง!”
ลู่ซิงก็ทักทายทุกคนแบบกันเอง
หลี่จี๋ตบไหล่ลู่ซิงเบาๆ พูดด้วยความอิจฉา “ไม่เบาเลยนะพี่ชาย มีรถขับด้วย รถนี่ตั้งสักแสนเจ็ดแสนแปดแน่ะ!”
ลู่ซิงกำลังจะตอบ แต่เซียวหยางรีบแทรกก่อน “ใช่ รถคันนี้ของลู่ซิงแหละ เราแค่ให้เขาขับมาส่งเท่านั้น”
ลู่ซิงยิ้มรับ ไม่พูดอะไรเพิ่ม
“ในเมื่อรวมตัวกันครบละ ไปกินหมาล่าเสียบไม้กันไหม?” เซียวหยางชวน
ไหนๆ ลู่ซิงก็ขับรถมาทั้งวัน แถมเพิ่งมาถึงเจียงตูครั้งแรก เซียวหยางก็อยากเลี้ยงต้อนรับเพื่อนเสียหน่อย
“กลางวันแบบนี้จะกินหมาล่าเหรอ!” หลี่จี๋ส่ายหัว
“ฉันเลี้ยงเอง!” เซียวหยางโบกมือทันที
คำพูดนั้นยังไม่ทันจบ ทุกคนก็พร้อมใจกันตอบตกลง
“แน่นอน ต้องแกเลี้ยงอยู่แล้วล่ะ ไม่งั้นจะจีบหลินฉีเยว่ติดได้ไง!” มีคนแซวขึ้นมา
ก็จริงอยู่นั่นแหละ ของขวัญแต่ละวันไม่ซ้ำกัน เซียวหยางคิดคนเดียวไม่ออกแน่นอน ต้องอาศัยเพื่อนๆ ช่วยกันวางแผนทั้งนั้น แบบนี้ไม่เลี้ยงได้ไง!
ส่วนไอ้หลี่จี๋ที่ปากบอกว่าไม่หิว ตอนนี้กลับลูบมือพลางพูด “วันนี้แหละ พวกเราต้องกินให้เซียวหยางหมดตัวให้ได้!”
เซียวหยางหัวเราะเบาๆ หมดตัวฉันเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
ฉันมีตั้งสิบกว่าล้าน แกคิดจะกินจนหมดได้รึไง!
พอไปถึงร้าน พวกเซียวหยางก็นั่งลงสั่งอาหารทันที
แต่พอเห็นราคาในเมนู เซียวหยางก็อดสงสัยไม่ได้
“เฮ้ย ทำไมขึ้นราคาขนาดนี้?” เขาไม่ใช่ไม่จ่ายไหว แต่ราคานี่ขึ้นแรงเกินไป เกือบจะหนึ่งในสามเลย
“ช่วงนี้ราคาทั่วไปก็ขึ้นหมดนั่นแหละ…”
“…”
“เว้นแต่เงินเดือนน่ะสิที่ไม่ขึ้น…” พนักงานเสิร์ฟพูดพร้อมส่ายหัว
พอพนักงานเดินไปแล้ว หลี่จี๋ก็พูดบ้าง “จริงว่ะ เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ขึ้นราคา โดยเฉพาะสองวันนี้ อากาศเริ่มเย็น ของกินของใช้ก็แพงขึ้นหมด ยกเว้นอุณหภูมินั่นแหละที่ยังไม่ยอมขึ้น!”
“เมื่อก่อนเรากินข้าวแค่สิบหยวน เดี๋ยวนี้จะสั่งอะไรก็มีค่าจัดส่ง ค่ากล่อง ห้าหยวนเจ็ดหยวนรวมๆ แล้วก็ปาเข้าไปหลายหยวน ไหนจะราคาอาหารที่ขึ้นจากสิบเป็นยี่สิบ แล้วแถมคูปองลดแค่ห้าหยวนอีก ทำเหมือนเราคุ้ม แต่จริงๆ ก็ยังแพงขึ้นอีกอยู่ดี…”
เซียวหยางไม่ค่อยทันสังเกตเรื่องพวกนี้ เพราะส่วนใหญ่เขาออกมากินข้างนอก หรือไม่ก็ไปกินที่โรงอาหารแทน ไม่ค่อยสั่งเดลิเวอรี่เท่าไหร่ เลยไม่ทันได้รู้ว่าราคามันแรงขนาดนี้แล้ว
พอได้ยินเพื่อนๆ บ่นกันก็เข้าใจทันทีว่าตอนนี้แค่สั่งอาหารทีนึงก็โดนไปหลายสิบ เพราะดันมีขั้นต่ำในการสั่งด้วย…
“ฟังพวกแกพูดแบบนี้แล้ว ทำอาหารน่าจะทำเงินดีแฮะ!”
“แต่ที่รวยจริงๆ ก็พวกแพลตฟอร์มนั่นแหละ…”
“เอางี้นะ หมูหนึ่งกิโลก็ไม่กี่บาท แต่เอามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เสียบไม้ขายได้ไม้ละสองหยวน กำไรโคตรเว่อร์!”
“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นบ้านฉิงเสวียนถงทำไมถึง…” ลู่ซิงพูดแค่นั้นก็หยุดไป
เซียวหยางนึกตาม แล้วก็คิดว่าอาจเป็นเพราะทำเลของร้านครอบครัวฉิงเสวียนถงมันไม่ดีนัก
โรงเรียนก็ย้ายแล้ว แถมร้านยังอยู่ในตรอกแคบๆ อีก ต่อให้ของจะอร่อยแค่ไหน ถ้าไม่มีคนเดินผ่านก็ขายไม่ออกอยู่ดี!
พอหมาล่ากับอาหารเริ่มมาเสิร์ฟ ทุกคนก็เปลี่ยนไปตั้งวงกินดื่มกันแทน
โชคดีที่ตอนนั้นเป็นช่วงกลางวัน ก็เลยไม่มีใครดื่มมากนัก
ระหว่างกิน ลู่ซิงพูดยิ้มๆ กับเซียวหยางว่า “หมาล่าร้านนี้ยังห่างไกลจากของบ้านฉิงเสวียนถงเยอะเลยนะ”
เซียวหยางก็หัวเราะเบาๆ “ใช่ แต่ดูเหมือนร้านนี้ก็ยังขายดีอยู่นะ”
พูดถึงตรงนี้ จู่ๆ ไฟในหัวเซียวหยางก็สว่างวาบขึ้นมา
คนอื่นทำได้ ทำไมเขาจะทำไม่ได้?
รสชาติร้านนี้อาจสู้ร้านบ้านฉิงเสวียนถงไม่ได้ แต่เพราะอยู่ใกล้ย่านมหาลัย แถมใกล้ถึงสามสถาบันใหญ่ นักศึกษาที่มาส่วนใหญ่ก็เน้นเจอกันสังสรรค์ รสชาติจึงกลายเป็นเรื่องรอง ที่สำคัญคือ “บรรยากาศต้องได้”
แต่ถ้ามีตัวเลือกที่รสชาติดีกว่า ทำไมพวกเขาจะไม่เปลี่ยนล่ะ?
พูดตามตรง ย่านนี้มีร้านอาหารกับแผงลอยเพียบ แต่ถ้าวัดกันที่รสชาติ ก็ยังสู้บ้านฉิงเสวียนถงไม่ได้จริงๆ
ไอเดียในหัวเซียวหยางเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้เขาคิดหัวแทบแตกบนรถว่าจะทำยังไงถึงจะทำภารกิจของระบบให้สำเร็จได้
งั้นก็…ลองดูสักตั้งไหมล่ะ!?
(จบตอน)