ตอนที่ 52 คืนอันยาวนาน
"เสวียนถง ที่เขาพูดกันในเว็บบอร์ดนี่...เป็นเรื่องจริงเหรอ?"
"แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่? อย่าบอกนะว่าเธอจูบเขาเข้าจริง ๆ?"
"เฮ้ย อย่าบอกนะว่าเทพธิดาผู้นิ่งเฉยของเรากำลังตกหลุมรักผู้ชายเข้าแล้ว! ผู้ชายคนไหนโชคดีขนาดนั้นกันเนี่ย!"
เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจของเพื่อนร่วมห้องดังขึ้นข้าง ๆ จนฉิงเสวียนถงต้องหันไปมองตาขวาง
จากนั้นเธอก็ถอนหายใจเบา ๆ “โชคดีอะไรกันล่ะ ฉันตามตื้อเขาอยู่ยังไม่ได้เลยต่างหาก!”
นึกถึงหลินฉีเยว่ นึกถึงเจียงเหยียน ฉิงเสวียนถงก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด
ทำไมล่ะ? คนอื่นเขาได้สารภาพรักกันหมดแล้ว แต่ตัวเองกลับยังไม่ได้พูดอะไรเลย
ทั้งที่เป็นเธอไม่ใช่เหรอ...ที่รู้จักเซียวหยางก่อนใคร!
สาว ๆ ข้าง ๆ พอได้ยินที่เธอพูดก็ตกใจจนตาค้าง
ผู้ชายที่กล้าปฏิเสธฉิงเสวียนถงถึงขั้นเธอต้องตามตื้อ ยังไม่ยอมรับอีกงั้นเหรอ?
เฮ้ย นี่มันหายากยิ่งกว่าหมีแพนด้าอีก!
ฉิงเสวียนถงอดไม่ได้ที่จะฮึดฮัดพลางกลับขึ้นเตียงของตัวเอง คว้าหูฟังมาสวมหู
เสียงเพลงดังขึ้น เป็นเสียงของเซียวหยางที่ร้อง Qing Tian (ท้องฟ้าสดใส)
น้ำเสียงเขายังอ่อนโยนเหมือนเดิม
ไฟในห้องดับลงแล้ว ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง มีแต่เสียงเพลงของเซียวหยางที่เหมือนกับกำลังร้องขับกล่อมเธออยู่ข้างหู เพียงเพื่อเธอคนเดียวเท่านั้น
เธอนอนไม่หลับเลย
ฉิงเสวียนถงรู้สึกว่าแค่หลับตาลง ก็เหมือนจะมองเห็นเงาของเซียวหยางลอยวนอยู่รอบตัว
"ก็ชั้นรู้จักเซียวหยางก่อนนี่นา!" เธอกัดริมฝีปากแน่น ในใจรู้สึกขมขื่นยิ่งนัก
ภาพในความทรงจำค่อย ๆ ผุดขึ้นมาในสมอง
ย้อนกลับไปตอน ม.5 คืนนั้น...
เธอเคยถูกกลุ่มวัยรุ่นเมาขวางทางไว้
และในตอนนั้นเอง ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น
วีรบุรุษช่วยสาวงาม—แม้มันจะเป็นพล็อตน้ำเน่าก็ตาม แต่สำหรับเธอ มันเป็นความทรงจำที่ลืมไม่ลง
ตอนนั้นเซียวหยางยังไม่ได้หล่อขนาดนี้ แต่เขาก็เป็นคนที่อบอุ่น กล้าหาญ และเด็ดเดี่ยวเสมอ
คนเมาหลายคนกับแค่เด็ก ม.5 คนเดียว ไม่รู้ว่าเซียวหยางเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้พุ่งเข้าไปช่วย
แสงไฟตอนนั้นก็มืด เขาต้องต่อสู้กับหลายคนเพียงลำพัง
สุดท้าย เขาก็กันพวกนั้นไว้ได้ แล้วตะโกนบอกให้เธอรีบหนีไปก่อน
วันรุ่งขึ้น เซียวหยางไม่ได้มาโรงเรียน
สองสัปดาห์ต่อมา เขามาโรงเรียนด้วยสภาพขาเป๋ หัวพันด้วยผ้าก๊อซหนาเตอะ
ดูเหมือนเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่เขาช่วยคือดอกไม้ประจำชั้นของตัวเอง เป็นเทพธิดาของโรงเรียน และเขาก็ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย ทำให้คนอื่นคิดว่าเขาเป็นแค่เด็กชอบมีเรื่องเท่านั้น
แต่สำหรับเธอแล้ว ร่างของเซียวหยางได้สลักลึกลงไปในใจตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
ต่อมา โรงเรียนมีการจัดงานประกวดร้องเพลง
ลู่ซิงวิ่งมาบอกเธอว่า เซียวหยางชอบเธอ และจะขึ้นเวทีร้องเพลงสารภาพรักในงานนั้น...
แต่ตอนนั้นฉิงเสวียนถงปฏิเสธ เพราะคิดว่าวัยเรียนควรตั้งใจเรียนก่อน
จากนั้น...ก็ไม่มีโอกาสอีกเลย
...
ความจริงแล้ว เธอไม่เคยลืมเซียวหยางได้เลย แค่พยายามแสร้งทำเป็นลืม เพราะทิฐิแบบเด็กผู้หญิง
เธอเคยคิดว่าตัวเองลืมเขาไปแล้วจริง ๆ จนกระทั่งวันนั้นที่เจอกันอีกครั้งที่ร้านอาหารของที่บ้าน
ความรู้สึกที่เคยเลือนรางกลับชัดเจนขึ้นมาอีกครั้ง
"มันยังมีโอกาสอยู่ใช่ไหม?" เธอเปิดแชตเซียวหยางขึ้นมา ลังเลพิมพ์อะไรบางอย่าง แล้วก็ลบทิ้ง
"เขาน่าจะนอนแล้วแหละ..."
เธอพึมพำพลางพลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย นอนไม่หลับตลอดคืน
...
ในเวลาเดียวกันอีกฟากหนึ่งของเมือง
ในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยโทนสีชมพูหวาน เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มกำลังจ้องมองภาพถ่ายในมือถือด้วยแววตาหลงใหล
พื้นหลังในภาพดูมืดเล็กน้อย แต่ใบหน้าของคนในภาพก็ยังชัดเจนดี
เด็กสาวมองชายหนุ่มที่ซบอยู่บนไหล่ของตัวเองด้วยสายตาซุกซน ริมฝีปากแดงโน้มเข้าใกล้
ภาพถัดมา...ริมฝีปากทั้งสองแนบกันเบา ๆ
แก้มของเด็กสาวแดงระเรื่อ ภายใต้แสงสลัวนั้น ความรู้สึกบางอย่างช่างงดงามเหลือเกิน
“เซียวหยาง...ฉันคิดถึงเธอจังเลย...” เจียงเหยียนพึมพำเบา ๆ
เธอเปิดรายชื่อในโทรศัพท์ อยากจะโทรหาใครสักคน แต่สัญญาณบนหน้าจอบอกชัดว่า...
ที่นี่ไม่มีสัญญาณเลย ไม่ต้องพูดถึงโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ตยังเล่นไม่ได้ด้วยซ้ำ
ใช่แล้ว เธอโดนกักบริเวณ แถมยังโดนตัดสัญญาณอีกต่างหาก
เธอใช้นิ้วไล้ไปตามแป้นเปียโนที่วางอยู่ตรงหน้า เบื่อหน่ายจนอดถอนหายใจไม่ได้
“เสี่ยวเหยียน!”
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง
“แม่...” เจียงเหยียนรีบเก็บโทรศัพท์
“ลูกแม่...อย่าโกรธพ่อแม่เลยนะ ทุกอย่างที่เราทำก็เพื่อเธอทั้งนั้นแหละ” แม่ของเจียงเหยียนโอบกอดลูกสาวไว้แล้วพูดเสียงนุ่ม
เจียงเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“แม่ก็รู้ว่าการให้ลูกแต่งเข้าบ้านฝางเป็นเรื่องที่ลำบากใจสำหรับลูก...แต่ฝางจิ้งหยางเองก็มีชื่อเสียงไม่น้อยในวงสังคม หน้าตาก็พอดูได้ สามีภรรยาน่ะ อยู่กันไปเดี๋ยวก็ชินเอง แม่กับพ่อก็ผ่านจุดนั้นมาแล้ว”
“หึหึ...” เจียงเหยียนหัวเราะแห้ง ๆ สีหน้ายิ้มอย่างเศร้า
“แม่อย่าคิดว่าฉันไม่รู้อะไรเลย ที่จริงบริษัทมีปัญหาใช่ไหม ถึงได้อยากแต่งงานกับบ้านฝางเพื่อขอความช่วยเหลือ”
“หน้าตาดีอะไร ฝางจิ้งหยางเป็นคนยังไง ฉันไม่รู้เหรอ?” เจียงเหยียนหัวเราะเยาะ แต่เสียงกลับสงบเย็น
แม่ของเธอมีสีหน้าเก้อ ๆ แต่ก็ยังพูดต่อด้วยรอยยิ้ม “ผู้ชายบางคนก็เจ้าชู้นอกบ้านเป็นเรื่องธรรมดา ขอแค่เขายังรักเธออยู่ก็พอ เด็กหนุ่มวัยนี้น่ะนะ รอให้โตขึ้นหน่อยก็จะเปลี่ยนไปเองแหละ”
“แล้วไงต่อ?” เจียงเหยียนสีหน้าทึบทันที
“ฉันอยากถามจริง ๆ ว่าแม่เป็นแม่แท้ ๆ ของฉันหรือเปล่า?” เจียงเหยียนถามอย่างเคร่งเครียด
“ฉัน...” แม่ของเธอขมวดคิ้ว สีหน้าเปลี่ยนทันที “เสี่ยวเหยียน ลูกคิดว่าความรักแบบในละครหรือในนิยายมันมีอยู่จริงเหรอ?”
“ความรัก...ก็แค่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาด้วยอารมณ์เท่านั้นแหละ”
“ตั้งแต่โบราณมา ก็มีแต่พูดถึงความเหมาะสมของฐานะ เจ้ากับเซียวหยางนั่นน่ะ เขาจะให้เธออะไรได้บ้าง?”
เจียงเหยียนตกใจเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “แม่ไปสืบเรื่องเซียวหยางเหรอ?”
แม่เธอไม่ตอบ แต่พูดต่อด้วยเสียงจริงจัง “ลูกชายบ้านคนงาน ไม่มีเงินก็ไม่เป็นไรหรอก แต่พ่อของเขากำลังป่วยหนัก ต้องนอนติดเตียง”
“ต่อให้พวกเธอรักกันมากแค่ไหน แล้วต่อจากนั้นล่ะ?”
“เสี่ยวเหยียน เคยคิดบ้างไหมว่า ตอนนี้เธอมีชีวิตแบบไหน”
“แค่ยกมือก็มีคนป้อนข้าว มีเสื้อผ้าหรูหราใส่ ใช้ชีวิตสุขสบาย”
“แต่ถ้าเธอไปอยู่กับผู้ชายจน ๆ อย่างนั้น เธอจะต้องดูแลพ่อที่ป่วยหนักของเขา”
“ตื่นเช้ามาก็ต้องคิดว่าจะกินอะไรดี ต้องกังวลกับเงินไม่กี่ร้อย หรือกระทั่งไม่กี่สิบหยวน…”
“เธอคิดเหรอว่าเธอจะยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อความรักจอมปลอมแบบนั้น?”
“แต่เธอรู้ไหม...เมื่อวันหนึ่งริ้วรอยเริ่มขึ้นใบหน้า เครื่องสำอางบนโต๊ะเธอมีแต่อะไรไร้คุณภาพ...ตอนนั้นแหละที่เธอจะนึกถึงชีวิตทุกวันนี้”
“แต่พอวันนั้นมาถึง มันก็สายเกินไปแล้ว เธอกลายเป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครเหลียวแล”
“เสี่ยวเหยียน ชีวิตที่เธอมีอยู่ตอนนี้ไม่ได้ได้มาง่าย ๆ หรอกนะ แม่กับพ่อเริ่มต้นจากศูนย์ แม่ไม่อยากกลับไปอยู่ในห้องแคบ ๆ สิบกว่าตารางเมตรแบบนั้นอีกแล้ว...”
“เธออาจไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่เคยผ่านมันมาก่อน แต่แม่ไม่อยากให้เธอต้องเจอแบบนั้น แต่งงานเข้าบ้านฝาง แล้วใช้ชีวิตแบบเจ้าหญิงต่อไปเถอะ ทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนแปลง เข้าใจไหมลูก?”
แม่ของเจียงเหยียนพร่ำพูดด้วยน้ำตาคลอ
เจียงเหยียนเงียบไป
เธอรู้ว่าทุกอย่างที่พ่อแม่เธอมีในตอนนี้ ล้วนได้มาด้วยความยากลำบาก
ใช่แล้ว...พวกเขาไม่อยากกลับไปอยู่ในกล่องเหล็กเล็ก ๆ ที่เคยอยู่ด้วยกันอีก
“ถือว่าแม่ขอละกัน...เพื่อครอบครัวเรา และเพื่อตัวเธอเอง...แต่งเข้าบ้านฝางอย่างดีเถอะนะ” แม่ของเธอถอนหายใจแล้วเดินออกจากห้องไป
เจียงเหยียนก้มหน้าลง รู้สึกเหนื่อยล้า
“เซียวอวี้กับหลินเยี่ยนยังมีนายเป็นผู้ช่วยที่เหมือนผู้พิทักษ์...แล้วพวกเราล่ะ...”
“เซียวหยาง...ผู้ช่วยของเราหายไปไหนนะ...” เจียงเหยียนมองรูปเซียวหยางอย่างเหม่อลอย
คืนอันยาวนาน...ดวงจันทร์ขาวลอยเด่น
และอีกหนึ่งคืนที่ไม่มีใครหลับลง
จบตอน