ตอนที่ 53 หลินจื้อเยว่บุกเข้าหอพักชายแล้ว!
เช้าวันนี้ก็ยังเหมือนเช่นเคย เซียวหยางถูกปลุกให้ตื่นอีกแล้ว
เวลาเช้ามาก
หลินจื้อเยว่มาแล้ว
ถึงจะคาดไว้แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เซียวหยางตกใจก็คือ หลินจื้อเยว่ถึงกับมาหาเขาถึงหอพักชาย!
ใช่แล้ว หอพักชายจริง ๆ!
ไม่รู้ว่าเธอหลอกล่อป้าแม่บ้านยังไง ถึงได้เข้ามาได้ง่ายขนาดนี้
แค่ก้าวเข้ามาในอาคารหอพัก เสียงฮือฮาก็ดังลั่นเหมือนนกตกใจทั้งตึก
แม้จะรู้ดีว่าเทพธิดาหลินอาจไม่แม้แต่จะชายตามองพวกเขา และคงไม่เข้าห้องพวกเขาแน่ แต่ทุกคนก็ยังรีบกระจายข่าวกันทั่วหอ แล้วก็ล้างหน้า ล้างตา สวมเสื้อผ้าที่มั่นใจที่สุด รองเท้าก็ยัดพื้นเสริมสูงเข้าไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เทพธิดาหลินบุกหอชายแล้ว!”
ข่าวลือแพร่กระจายเร็วสุด ๆ จนทั้งอาคารขยับตัวกันวุ่นวายไปหมด
ถ้าวันนี้มีการประกวดหอพักสะอาดดีเด่นล่ะก็ รับรองว่าทุกห้องต้องติดโผแน่
ส่วนเซียวหยาง ตอนนั้นยังอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น
กลุ่มของหลี่จี๋ตื่นกันนานแล้ว
“เซียวหยาง! นายจะหลับอีกเหรอวะ หลินจื้อเยว่มาแล้ว!”
“มาก็มาเถอะน่า…” เซียวหยางตอบงัวเงีย
แต่แค่สามวินาทีถัดมา เขาก็กระโดดผึงจากเตียง
“ว่าไงนะ พวกนายพูดว่าใครมา?”
“ก็หลินจื้อเย่ว่น่ะสิ! แม่ง! ข้างนอกเสียงดังขนาดนี้ยังไม่รู้สึกอีกเหรอ?”
เซียวหยางสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ถึงจะไม่รู้ว่าหลินจื้อเยว่ใช้เล่ห์กลอะไรหลอกป้าแม่บ้านถึงได้เข้ามา แต่แบบนี้มันเกินไปแล้วมั้ง!?
เธอจะมาทำอะไรเนี่ย…สารภาพรักเหรอ?
กลุ่มหลี่จี๋ก็รีบจัดห้องให้สะอาดหมดจด ถุงเท้าเหม็นไม่มีเหลือ ถูกโยนลงถุงขยะแล้วขนไปซ่อนในห้องน้ำเรียบร้อย
ผ้าห่มบนเตียงก็พับแบบเป๊ะตามมาตรฐานตอนฝึกทหารเลยทีเดียว
ถึงจะรู้ว่าเทพธิดาหลินเป็นของเซียวหยางแน่ ๆ แต่ก็ไม่มีใครอยากเสียหน้าในสายตาผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงระดับเทพธิดาแบบนี้
เซียวหยางกลับไม่รีบร้อนอะไรแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่จะพับผ้าห่ม แค่ลุกมาล้างหน้าเท่านั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“มาแล้ว!” เหล่าเพื่อนร่วมหอพูดพร้อมหน้าด้วยความตื่นเต้น
“นี่มันครั้งแรกเลยนะ ที่เทพธิดามาเยือนห้องพวกเรา!”
“ไหนล่ะน้ำหอม! ฉีดเพิ่มอีกหน่อย!”
…
เซียวหยางมองเพื่อน ๆ วุ่นวายกันสุดชีวิต เลยเดินไปเปิดประตูเอง
แล้วก็ใช่จริง ๆ…เป็นหลินจื้อเยว่
วันนี้เธอสวมเดรสสีฟ้าอ่อน ตรงไหปลาร้ามีโบผูกอยู่ดูน่ารักเรียบร้อยสุด ๆ
“เซียวหยาง!” หลินจื้อเยว่เห็นเขาแล้วก็ยิ้มดีใจสุด ๆ
“เธอเข้ามาได้ยังไงเนี่ย!” เซียวหยางตกใจมาก
“ก็ไม่มีอะไรหรอก ฉันเรียกป้าแม่บ้านว่าคุณแม่ทูนหัว แล้วเธอก็ให้เข้ามาน่ะ!” หลินจื้อเยว่ยิ้มตอบ
ต้องบอกเลยว่า หลินจื้อเยว่เป็นคนที่ใครเจอก็ต้องรู้สึกชอบและเอ็นดู รังสีความเป็นมิตรนี่เต็มเปี่ยม
ดูท่าป้าแม่บ้านเองก็ไม่รอดเช่นกัน…
เสียงจากหน้าห้องก็ตามมาเป็นพรวน
“จริงด้วย…มาหาเซียวหยางจริง ๆ!”
“โธ่เว้ย ไอ้สารเลว! ถึงกับให้เทพธิดามาหาถึงห้อง ชั่วช้าสิ้นดี!”
“ไอ้เซียวหยาง ไอ้ลูกเต่า! กูอิจฉาโว้ย!”
“ใครก็ได้เอามีดมาให้ข้า ข้าจะจัดการมันเดี๋ยวนี้เลย! บัดซบชะมัด!”
…
เซียวหยางรีบลากหลินจื้อเยว่เข้าห้อง แล้วปิดประตูทันที
ข้างนอกมันอันตรายเกินไปแล้ว
ถึงประตูหอพักจะไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนักก็เถอะ…
“อรุณสวัสดิ์เซียวหยาง ฉันนึกว่านายยังไม่ตื่นซะอีก!” หลินจื้อเยว่ว่ายิ้ม ๆ
“แน่นอนสิ ถ้าเธอไม่มาฉันก็นอนต่ออยู่ดีแหละ…” เซียวหยางกลอกตาใส่เธอหนึ่งที
งานนี้ทำเอาเพื่อน ๆ ในห้องอึ้งตาค้างกันเป็นแถบ
นาย…พูดกับเทพธิดาแบบนั้นเลยเหรอ!?
อะไรคือ “แน่นอนสิ”…!?
เวลาแบบนี้มันต้องรีบวิ่งไปกอดกันสิ แล้วพูดว่า “ถ้าไม่มีเธอ ฉันนอนไม่หลับเลย…” อะไรเทือกนั้น ไม่ใช่พูดแบบไร้หัวใจแบบนี้นะเฟ้ย!
ไอ้เซียวหยางนี่มันจีบหญิงไม่เป็นจริง ๆ รึเปล่า ถ้าไม่ไหวก็ให้ฉันแทนเถอะ!
เพื่อน ๆ ในห้องกัดฟันกรอดโดยเฉพาะท่าทีไอ้หมอนี่ที่เฉยเมยสุด ๆ
เชอะ~ ชั่วช้า!
แต่ที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ หลินจื้อเยว่ไม่โกรธเลย กลับยิ้มออกมาแล้วจับมือเซียวหยางอย่างเขินอายพูดว่า “ขอโทษนะ รบกวนนายแต่เช้าเลย…งั้นคราวหน้าให้นายตื่นก่อนแล้วค่อยส่งข้อความมาหาฉันก็ได้ แบบนั้นฉันค่อยมานะ!”
เวรละ…
เวรละ…
ทุกคนในห้องอึ้งสนิท
ท่าทางน่ารักแบบนี้…
คุณพระ! เทพธิดาประจำมหาลัยเจียงตู ไหงมาออเซาะถึงหอพักแบบนี้ได้!?
ไอ้เซียวหยางนี่ไม่แค่ไม่ให้ความร่วมมือ ยังแสดงท่าทางเบื่อหน่ายอีก
ที่สำคัญคือ…เทพธิดายังขอโทษอีกต่างหาก!
โธ่…ปวดใจเกินไปแล้ว!
หลี่จี๋ถึงกับทนไม่ไหวอีกต่อไป ลากผ้าม่านเตียงตัวเองปิดสนิท ปิดตัดขาดโลกภายนอกไปเลย
เซียวหยางหัวเราะเบา ๆ “ไม่เป็นไรหรอก ตอนเช้าตื่นเช้าก็สุขภาพดีไง…”
จากนั้นก็ถามต่อ “ว่าแต่เธอมาตั้งแต่เช้าแบบนี้ มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
หลินจื้อเยว่รีบยื่นของในมือให้เซียวหยาง
เป็นขลุ่ยไม้ชิ้นหนึ่ง
เซียวหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง
ฉันเล่นขลุ่ยไม่เป็นนะเว้ย!?
แต่หลินจื้อเยว่ก็รีบอธิบาย “ตอนที่นายสารภาพรักครั้งที่สี่ นายเคยให้ขลุ่ยฉันหนึ่งอันใช่ไหมล่ะ”
เซียวหยางเพิ่งนึกขึ้นได้ เมื่อตอนเลือกของขวัญ เขาไปหาข้อมูลมาว่าหลินจื้อเยว่ชอบเป่าขลุ่ย เลยซื้อขลุ่ยมาให้
“แต่ฉันเล่นไม่เป็นนะ!” เซียวหยางยิ้มเจื่อน ๆ
หลินจื้อเยว่ชะงัก แล้วก็เพิ่งนึกได้เหมือนกัน
จริงสิ! เธอมัวแต่คิดจะให้ของขวัญตอบกลับเป็นขลุ่ย แต่ดันลืมไปว่าอีกฝ่ายเป่าไม่เป็น…
“งั้นจะทำยังไงดี…” ดวงตาใสซื่อของหลินจื้อเยว่กระพริบปริบ ๆ น่าเอ็นดูสุด ๆ
“ก็ให้เธอเป่าขลุ่ยให้นายฟังซะเลยไง โอ๊ย! พวกนายจะหวานกันไปถึงไหนเนี่ย ฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย อิ่มแล้วเว้ย!”
เสียงหลี่จี๋ดังมาจากในผ้าห่ม
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอัดอั้น
“เออ งั้นฉันจะเป่าขลุ่ยให้นายฟัง แล้วก็สารภาพรักอีกครั้งด้วย!”
“ไอเดียดีสุด ๆ!” หลินจื้อเยว่กดไลก์ให้หลี่จี๋ แล้วก็หยิบขลุ่ยออกมา
“งั้นเป่าเพลง วันฟ้าใส ละกัน!” หลินจื้อเยว่คิดอยู่แป๊บเดียวก็พูดออกมา
“เธอเป่า วันฟ้าใส เป็นด้วยเหรอ?” เซียวหยางถามอย่างประหลาดใจ
“แน่นอน นายอย่าดูถูกฉันเชียวนะ! ฉันฟังที่นายร้องตั้งหลายรอบ แค่เรียบเรียงโน้ตเองก็ไม่ยากอะไรหรอก เป่าออกมาก็ยิ่งง่าย!” หลินจื้อเยว่เชิดหน้าขึ้นพูดอย่างมั่นใจ
“สุดยอดจริง ๆ!” เซียวหยางไม่หวงคำชม
แล้วก็เป็นจริงตามคาด หลินจื้อเยว่ได้ยินคำชมจากเซียวหยาง ก็ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
เธอวางนิ้วลงบนขลุ่ยอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากสีชมพูก็แนบเข้ากับช่องเป่า
เสียงขลุ่ยใสกังวานดังขึ้น
ในชั่วพริบตา เสียงขลุ่ยอ่อนหวานก็ลอยไปทั่วห้อง
ตอนนั้นเอง หลินจื้อเยว่ราวกับนางฟ้าที่ก้าวออกมาจากละครย้อนยุค เพียงแค่เปลี่ยนชุดเดรสเป็นชุดโบราณ คงไม่มีใครไม่เชื่อว่าเธอเป็นเซียนหญิงจากซีรีส์แน่นอน
เพื่อน ๆ ในห้องตกตะลึงจนต้องรีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปกันยกใหญ่
เซียวหยางยืนอยู่ข้าง ๆ ประสานมืออย่างนอบน้อม มีรอยยิ้มอ่อน ๆ บนใบหน้า
ต้องยอมรับเลยว่า หลินจื้อเยว่นั้นสวยมาก
โดยเฉพาะในตอนที่เธอทำหน้าจริงจังแบบนี้ ช่างดูดีอย่างหาที่ติไม่ได้ แถมยังมีความเป็นเทพธิดาสูงศักดิ์เต็มเปี่ยม
ไม่นาน เสียงขลุ่ยแสนไพเราะก็ลอยออกจากห้อง ส่งผ่านไปทั่วทั้งอาคารหอพัก…
(จบตอน)