ตอนที่ 62: ทุบร้าน
ระหว่างทาง เสี่ยวหยางครุ่นคิดไม่หยุด แม้จะพอมีลางสังหรณ์อยู่บ้าง แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าใครกันแน่ที่กล้ามาก่อเรื่องที่ร้าน
ตอนนี้เป็นช่วงเที่ยงตรง ร้านยังไม่เปิดให้บริการ แต่เพราะวันนี้เป็นวันเปิดร้านวันแรก จึงเตรียมงานไว้มากมาย ทั้งกิจกรรมต่าง ๆ และของแจก
เสี่ยวหยางวิ่งมาตลอดทาง ระยะทางแค่สองบล็อก แม้จะไม่ไกลนัก แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงหอบแฮกไปแล้ว
ทว่าครั้งนี้เพราะกินเม็ดยาเสริมคุณภาพเข้าไปก่อนหน้า เสี่ยวหยางจึงมีแค่เหงื่อออกนิดหน่อย แต่ร่างกายยังคงสดชื่นดี
พอถึงหน้าร้าน เขาก็ต้องชะงัก
ภายในร้านตอนนี้เละเทะจนดูไม่ได้
เสี่ยวหยางขมวดคิ้วแน่น เดินเข้าไปในร้านอย่างเงียบขรึม
เพียงเห็นแวบแรกก็พบว่า ลู่ซิงนอนแน่นิ่งอยู่ข้าง ๆ ศีรษะแตก เลือดอาบ
อีกฝั่ง สาว ๆ กลุ่มหนึ่งยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ มีเพียงเจียงซั่งเสวี่ยที่ยังมีสติ พยายามใช้ผ้าก๊อซที่ไม่รู้ไปหามาจากไหน มาช่วยห้ามเลือดให้ลู่ซิง
“เกิดอะไรขึ้น!”
เสี่ยวหยางกวาดตามองไปรอบ ๆ คนที่มาก่อเรื่องหนีไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงซากโต๊ะเก้าอี้ระเนระนาดเต็มพื้น
“ไม่รู้ค่ะ อยู่ ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาแล้วก็เริ่มทุบของเลย…” สาวสองคนพูดเสียงเบาราวกับยุง ดูก็รู้ว่าโดนข่มขวัญจนสติแทบหลุด
เสี่ยวหยางขมวดคิ้วมองไปที่ลู่ซิง
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไร” ลู่ซิงตอบด้วยเสียงอ่อนแรง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ
“โทรเรียกโรงพยาบาลรึยัง?” เสี่ยวหยางหันไปถามเจียงซั่งเสวี่ย
“โทรแล้ว รถพยาบาลน่าจะมาถึงอีกเดี๋ยวนี้แหละ”
เสี่ยวหยางพยักหน้า แต่แววตากลับเดือดดาลเต็มเปี่ยม
เขาเป็นคนใจเย็นก็จริง แต่ใช่ว่าจะไม่รู้จักโกรธ
ร้านเพิ่งจะเปิดวันแรกก็ดันโดนทุบซะเละ เรื่องนี้เขาไม่มีทางปล่อยผ่านแน่นอน
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ คงต้องพับแผนเปิดร้านชั่วคราวจนกว่าจะเคลียร์เรื่องทั้งหมดได้
“เดี๋ยวฉันหาคนมาช่วยเก็บกวาดก่อน พวกเธอแจ้งตำรวจหรือยัง…”
เสี่ยวหยางเหลือบมองสาว ๆ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิดกลุ่มแชทร้าน กลุ่มนี้เขาสร้างไว้ก่อนเปิดร้าน สมาชิกก็มีแต่พนักงานในร้านนี่แหละ
เสี่ยวหยางโอนเงินให้แต่ละคนคนละสามพันหยวน
“พวกเธอเหนื่อยมามากแล้ว ช่วงนี้พักไปก่อน เดี๋ยวร้านเปิดใหม่เมื่อไรจะบอกอีกที”
สองสาวยังคงสั่นอยู่บ้างนิดหน่อย ดูก็รู้ว่าเพิ่งหลุดจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ยังไงซะก็เป็นแค่นักศึกษามหาลัย การเจอเรื่องแบบนี้คงทิ้งรอยแผลไว้ไม่น้อย
แต่เสี่ยวหยางไม่สนใจเรื่องเงินเล็กน้อยพวกนี้ สิ่งที่สำคัญคือ “คน” ต้องปลอดภัยก่อน
จริงดังคาด หลังจากได้รับแจ้งเตือนเงินเข้า สองสาวก็เริ่มอารมณ์ดีขึ้น สีหน้าดูผ่อนคลายกว่าเดิม
“ไม่ต้องหาคนมาจัดร้านหรอก พวกเราช่วยกันเก็บเองก็ได้!” พอได้เงินก็ย่อมยิ้มแย้ม รีบลุกขึ้นมาช่วยกันเก็บร้านทันที
ตรงกันข้าม เจียงซั่งเสวี่ยกลับไม่ได้แสดงสีหน้าพอใจแม้แต่น้อย เหมือนจะไม่ใส่ใจเรื่องเงินเลย
“หรือว่าจะเป็นพวกร้านคู่แข่งที่มาทุบร้าน?” เจียงซั่งเสวี่ยขมวดคิ้วถาม
“ไม่น่าใช่นะ…” ลู่ซิงส่ายหน้าแล้วพูดต่อ “พวกมันเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง… บอกให้ฉันอยู่ให้ห่างจากใครบางคน…”
“แต่ว่าฉันเพิ่งมาถึงเจียงตูเองนะ ตอนนี้ก็รู้จักแค่นายคนเดียว!” ลู่ซิงพูดทั้งขำทั้งเศร้า
ต้องบอกว่า พี่คนนี้จิตใจแข็งแกร่งจริง ๆ โดนกระทืบซะขนาดนั้น ยังมีอารมณ์มาพูดเล่นได้อีก
“เดี๋ยวฉันจะตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด นายรีบไปโรงพยาบาลเถอะ” เสี่ยวหยางถอนหายใจยาว
ลู่ซิงพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก
จากนั้นไม่นาน ตำรวจก็มาถึง พอเห็นสภาพร้านเละเป็นโจ๊กก็เริ่มสอบถาม
ลู่ซิงตอบตามจริง พยายามเล่ารายละเอียดหน้าตาคนร้ายให้ได้มากที่สุด
แต่น่าเสียดาย เพราะเพิ่งตกแต่งร้านเสร็จ กล้องวงจรปิดยังไม่ติด เลยทำได้แค่จดบันทึกข้อมูลเบื้องต้นแล้วค่อยสืบต่อ
ในจังหวะเดียวกัน รถพยาบาลจากโรงพยาบาลก็มาถึงพอดี
แต่ว่าเพราะบริเวณนี้เป็นถนนคนเดินแนวถนนอาหาร รถพยาบาลจึงเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุไม่ได้ สุดท้ายพยาบาลสองคนต้องหามเปลเข้ามา แล้วช่วยกันพาลู่ซิงออกไป
เสี่ยวหยางก็ติดตามไปด้วย ตั้งใจว่าจะไปโรงพยาบาลพร้อมกัน
แต่พอออกมานอกร้านเท่านั้นเอง เสี่ยวหยางกับลู่ซิงก็ต้องตกตะลึง—เพราะรถเฟย์ตันที่จอดไว้ข้างนอกนั้น ถูกทุบเละไม่ต่างจากร้าน!
“รถก็โดนทุบด้วย!”
“แม่ง พวกสารเลวนี่!” ลู่ซิงกำหมัดแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
แววตาเสี่ยวหยางตอนนี้ก็ฉายชัดถึงโทสะ
แค่เห็นเพื่อนรักโดนซ้อม เขาก็โกรธมากอยู่แล้ว และยิ่งไปกว่านั้น รถคันนี้ยังมีความหมายกับเขาเป็นพิเศษ
ถ้าต้องเลือกวัตถุสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวแทนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจียงเหยียน รถเฟย์ตันคันนี้ก็คือสิ่งนั้น
ถ้าไม่มีเจียงเหยียน ก็ไม่มีรถคันนี้ และก็ไม่มีความทรงจำร่วมกันหลังจากนั้นอีก
ทุกครั้งที่เขาขับรถคันนี้ เขามักจะนึกถึงภาพของเจียงเหยียนที่ชอบนั่งข้างคนขับ ยื่นเท้าเปล่าแตะเบาะหน้า แล้วเอาศีรษะโผล่ออกไปทางหลังคาซันรูฟ
เธอยังชอบดึงกระโปรงให้สั้นลง แล้วบอกให้เขาลูบขาเธอ…
แม้ว่าเสี่ยวหยางจะไม่เคยกล้าทำจริง ๆ แต่ภาพเหล่านี้ก็ล้วนเป็นความทรงจำที่เจียงเหยียนฝากไว้กับเขาทั้งนั้น
และตอนนี้… รถคันนั้น ถูกทุบจนแทบดูไม่ออกว่าเคยเป็นรถมาก่อน!
เสี่ยวหยางขยี้ศีรษะแรง ๆ สีหน้าที่แสดงออกตอนนี้แม้แต่ลู่ซิงที่โตมาด้วยกันก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
เขาช่วยลู่ซิงขึ้นเปลมาส่งขึ้นรถพยาบาล จากนั้นก็หันไปมองตำรวจที่อยู่ข้าง ๆ
“รถคันนี้เป็นของผม นอกจากร้านแล้ว พวกนั้นก็คงเป็นคนทุบรถด้วยเหมือนกัน!”
ตำรวจพยักหน้า แล้วถ่ายรูปซากรถเอาไว้เป็นหลักฐาน
“ใช่แล้ว รถคันนี้ราคา 2.5 ล้าน เป็นรถใหม่เลย ถือว่าครั้งนี้เราเสียหายหนักมาก ยังไงก็รบกวนช่วยสืบให้ชัดว่าใครเป็นคนทำ!” เสี่ยวหยางพูดเสริม
ทันใดนั้น ตำรวจสองคนก็แสดงสีหน้าอึ้งตะลึง
โอ้โห รถราคา 2.5 ล้าน ถูกพวกนั้นทุบจนไม่เหลือซาก
นี่มันเกินไปแล้ว!
“ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าเราสืบเจอจะรีบแจ้งคุณทันที อีกอย่างคุณต้องระวังตัวเองด้วย คนพวกนี้ดูไม่ใช่นักศึกษา แต่เหมือนเป็นพวกจงใจมาแก้แค้น ถ้าพบใครน่าสงสัย รีบโทรแจ้งเราทันทีนะครับ”
เสี่ยวหยางพยักหน้า เดิมทีตั้งใจจะไปโรงพยาบาลกับลู่ซิง แต่พอได้ยินแบบนี้ เขาก็เริ่มระวังตัวขึ้นมาทันที
สาว ๆ ในร้านยังอยู่ที่นั่น จะปล่อยไว้แบบนี้ก็ไม่ปลอดภัย ต้องเคลียร์เรื่องฝั่งนี้ก่อนถึงจะไปได้
พอกลับมาที่ร้าน เสี่ยวหยางก็เรียกสาวคนหนึ่งมาคุย
“เธอช่วยไปดูแลลู่ซิงที่โรงพยาบาลหน่อยนะ ค่ารักษาหรือค่าใช้จ่าย ถ้าต้องการอะไรโทรหาฉันได้เลย เดี๋ยวฉันโอนให้”
“ค่ะ!”
จัดการให้มีคนดูแลลู่ซิงแล้ว เสี่ยวหยางก็เริ่มคิดไตร่ตรองว่าเรื่องวันนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง
กลางวันแสก ๆ ยังกล้าบุกเข้าร้าน ทุบของ ทำร้ายคน แล้วยังไปทุบรถอีก
ใครกันแน่ที่กล้าทำขนาดนี้?
เสี่ยวหยางคิดอยู่พักใหญ่ แต่ก็ยังคิดไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว
“ไม่ว่ามันเป็นใคร ต้องชดใช้แน่นอน!” เสี่ยวหยางพูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล พลางฟาดมือลงบนโต๊ะ
ผลคือ… โต๊ะรับแรงไม่ไหว พังครืนลงมาทันที…
???
เจียงซั่งเสวี่ยมองเขาด้วยสายตางุนงง
เสี่ยวหยางเองก็อึ้งเหมือนกัน ไม่คิดว่าแค่ฟาดเบา ๆ…
นี่มัน… พลังหมัดหย่งชุนหรือไง?
(จบตอน)