ตอนที่ 64: ใช้วิธีของตัวเองจัดการ

  กลางวันตรงเป๊ะ เซียวหยางกับเจียงซ่างเสวี่ยก็เดินทางมาถึงสถานีตำรวจในเขตพื้นที่

  เจ้าหน้าที่ที่นี่เคยเจอเซียวหยางมาแล้วรอบหนึ่ง คราวนี้เลยจำหน้าได้ทันที แต่พอเซียวหยางเล่าเรื่องให้ฟัง กลับถูกมองด้วยสายตาแปลกประหลาด

  “เข้าใจแล้วล่ะ แต่ตอนนี้เรายังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม นายก็ไม่ต้องรีบร้อนหรอก กลับไปรอข่าวก่อนนะ!”

  คำพูดนั้นทำเอาเซียวหยางรู้สึกอึดอัดขึ้นมา

  “แค่หาตัวคนคนเดียว มันจะยากแค่ไหนกัน อีกอย่างเราก็ยืนยันได้แล้วว่า คนที่มาทำลายร้านฉันแล้วทำร้ายเพื่อนฉันน่ะ ก็คือไอ้หมอนั่นที่ชื่อพี่มีดนั่นแหละ!”

  แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ เจ้าหน้าที่กลับส่ายหน้าแล้วพูดว่า

  “ที่นายพูดน่ะ มันไม่มีหลักฐานอะไรเลย”

  “ในร้านนายไม่มีภาพกล้องวงจรปิด แล้วนอกจากพนักงานในร้านก็ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ พยานทั้งหมดจึงเป็นแค่พยานบุคคล ถึงนายจะพูดปากเปล่ามากแค่ไหน เราก็จับใครไม่ได้ เข้าใจไหม?”

  “เอาล่ะ กลับไปรอฟังข่าวเถอะ!”

  เซียวหยางกับเจียงซ่างเสวี่ยถึงกับตะลึง

  ยังมีตรรกะแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ

  “งั้นแค่เรียกตัวมาสอบปากคำก่อน จะไม่เป็นอะไรใช่ไหมล่ะ?” เซียวหยางขมวดคิ้ว เอ่ยถามอีกครั้ง

  “มันไม่เป็นไปตามขั้นตอน นายไม่ต้องมาสอนเราทำงานหรอก เรื่องของนายเราจะสืบสวนต่อไปเอง ที่นี่เรายังมีคดีอื่นอีกเยอะ ถ้านายอยากนั่งรอที่นี่ก็เชิญนะ ตรงนั้นมีแก้วน้ำพลาสติกกับน้ำดื่ม ฉันไม่ว่างรับรองแล้ว!”

  เจ้าหน้าที่เริ่มหงุดหงิด ทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นก่อนจะเดินจากไป

  ใบหน้าเซียวหยางบึ้งตึงทันที ทันใดนั้นก็เหมือนมีบางอย่างในใจพลิกผัน

  เขาคิดครู่หนึ่ง ก่อนเรียกเจียงซ่างเสวี่ยที่กำลังจะอ้าปากพูดต่อ

  “ไปกันเถอะ!”

  “อืม”

  ทั้งสองเดินออกจากสถานีตำรวจ

  ทันใดนั้นเอง ก็มีวัยรุ่นอายุราวยี่สิบกว่าคนหนึ่งเดินสวนมา ไม่แม้แต่จะเหลียวมองเซียวหยางก่อนจะเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ

  เจียงซ่างเสวี่ยหยุดนิ่ง เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

  “เป็นอะไรเหรอ?” เซียวหยางถาม

  “คนเมื่อกี้……” เจียงซ่างเสวี่ยชี้ไปยังชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้าไป

  “ตอนที่มีคนมาทำลายร้าน ฉันเห็นหมอนี่ด้วยแน่ๆ!” เธอนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยความมั่นใจ “ใช่เลย ฉันจำเขาได้!”

  เซียวหยางถึงกับตาเป็นประกาย รีบดึงเจียงซ่างเสวี่ยไปยืนชิดกำแพงแล้วพูดว่า

  “เธอแน่ใจเหรอ?”

  “แน่ใจ หมอนี่ตอนนั้นจ้องฉันด้วยสายตาหื่นกามอยู่ตั้งนาน ฉันจำหน้าได้แม่น!”

  เซียวหยางถอนหายใจยาว ในใจคิดจะเดินเข้าไปในสถานีตำรวจอีกรอบ แต่คิดไปคิดมาก็ละความคิดนั้น

  “ดูเหมือนบางเรื่อง…ต้องจัดการเองแล้วล่ะ…”

  สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที

  พูดตามตรง สิ่งที่เกิดขึ้นสองสามวันมานี้ได้เขย่าระบบความคิดที่สั่งสมมานานหลายปีของเขาอย่างรุนแรง

  โลกใบนี้มันโหดร้ายกว่าที่คิดไว้มาก

  ถ้าจะฝากเรื่องนี้ไว้กับสถานีตำรวจ สุดท้ายมันก็คงกลายเป็น “ยังไม่มีความคืบหน้า” ไปตลอดกาล

  เซียวหยางลังเลอยู่พักหนึ่ง

  เขาเริ่มสงสัยในโลกทัศน์ของตัวเองที่ผ่านมา หรือบางทีอย่างที่ลู่ซิงเคยพูดไว้ ประสบการณ์ชีวิตของเขาอาจจะน้อยเกินไปก็ได้…

  “อย่าเพิ่งทำอะไรให้แตกตื่น เรามาดูสถานการณ์ก่อน เผื่อจะสาวไปถึงพี่มีดนั่นได้!”

  คิดได้แบบนั้น เซียวหยางก็ตัดสินใจทิ้งโลกทัศน์เก่าๆ ของตัวเองทิ้งไป

  เขาพาเจียงซ่างเสวี่ยไปนั่งในร้านชานมตรงข้ามสถานีตำรวจ ซึ่งสามารถมองทะลุกระจกเห็นข้างในสถานีได้อย่างชัดเจน

  เจียงซ่างเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “แบบนี้…จะดีเหรอ…”

  เซียวหยางส่ายหน้า กำหมัดแน่น “อาจจะไม่ดีก็ได้ แต่ฉันไม่อยากให้เรื่องนี้จบลงแบบไร้ข่าวคราว ลู่ซิงไม่ควรต้องโดนซ้อมฟรีๆ!”

  “แต่ ถึงเราหาตัวเจอแล้ว เราจะทำอะไรได้เหรอ?” เจียงซ่างเสวี่ยยังคงมองเรื่องราวอย่างมีเหตุผล

  “แจ้งสถานีตำรวจอีกเหรอ?”

  เซียวหยางไม่พูดอะไร แค่ส่ายหน้าเบาๆ

  ไม่นาน ชายหนุ่มที่เพิ่งเข้าไปก็เดินออกมาจากสถานี

  เซียวหยางกับเจียงซ่างเสวี่ยถึงกับอึ้งไปทันที

  ชายหนุ่มคนนั้นเดินออกมาโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิ่งคุยกับพวกเขาเป็นคนเดินมาส่ง!

  “พวกเขาเป็นพวกเดียวกัน!” เจียงซ่างเสวี่ยตกใจสุดขีด

  เซียวหยางหรี่ตาแล้วลุกขึ้นยืนทันที

  เจียงซ่างเสวี่ยรีบตามไป เห็นชายหนุ่มคนนั้นขึ้นมอเตอร์ไซค์ขี่ออกไปทันที

  เซียวหยางกับเจียงซ่างเสวี่ยรีบเรียกแท็กซี่ แล้วสั่งให้ตามไป…

  บนรถแท็กซี่ เจียงซ่างเสวี่ยมองสีหน้าเคร่งเครียดของเซียวหยางอย่างเป็นห่วง

  “นายคิดจะทำอะไรต่อไปเหรอ?”

  “จัดการด้วยวิธีของตัวเอง!” เซียวหยางกำหมัดแน่น

  เมื่อก่อนเขาอาจจะไร้เดียงสาเกินไป คิดว่า ‘ความยุติธรรมแค่ล่าช้า แต่ไม่เคยหายไป’ แต่ตอนนี้เขาเพิ่งเข้าใจว่า ความยุติธรรมที่มาสาย...มันไม่ได้มีค่าอะไรเลย

  เมื่อความยุติธรรมไม่มาด้วยตัวเอง งั้นเขานี่แหละ…จะเป็นคนลงมือแทนมัน!

  เจียงซ่างเสวี่ยเห็นท่าทางของเซียวหยาง ก็เริ่มอ่านใจไม่ออก

  ผ่านไปไม่นาน รถมอเตอร์ไซค์ของชายหนุ่มคนนั้นก็หยุดลง

  เป็นตรอกแคบแห่งหนึ่ง รอบด้านมีแต่บ้านชั้นเดียว

  เซียวหยางกวาดตามองรอบบริเวณ แม้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ก็ไม่มีคนผ่านไปผ่านมาเลย

  มีเพียงรถยนต์ที่แล่นผ่านด้วยความเร็วเท่านั้น

  เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบอกให้คนขับจอดรถ จากนั้นหันไปพูดกับเจียงซ่างเสวี่ย

  “เธอกลับไปก่อนเถอะ!”

  “แล้วนายล่ะ?”

  “ฉันจะจัดการเอง” เซียวหยางยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้สดใสเหมือนเคย

  “อย่านะ พวกเราควรหาคนช่วยมากกว่านี้ ที่นี่มันดูอันตรายเกินไป!” เจียงซ่างเสวี่ยขมวดคิ้ว

  เซียวหยางไม่ตอบ กลับปิดประตูรถลงแล้วเดินออกไป

  ตามรอยล้อของมอเตอร์ไซค์ เขาเดินลึกเข้าไปในตรอกซอย ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นและกลิ่นเน่าเหม็น

  เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

  นี่มันคือด้านมืดของเมืองใหญ่ที่ดูสวยงามจากภายนอกชัด ๆ เขาไม่คุ้นกับสถานที่แบบนี้เลย แต่ก็ยังไม่หยุดเดิน

  ไม่นาน ชายหนุ่มคนนั้นก็เดินออกมาจากตรอก

  พร้อมกับกลุ่มคนที่ตามออกมาจากในบ้าน หัวหน้าของกลุ่มนั้นคือชายหัวโล้นหน้ามีแผลเป็น อายุราวสามสิบปี ซึ่งตรงกับที่ลู่ซิงเคยอธิบายไว้เป๊ะ

  “ใช่พวกมันแน่…” เซียวหยางรู้สึกประหม่า เผลอจะหยิบมือถือขึ้นมาโทรแจ้งตำรวจ

  แต่เขาก็หยุดตัวเองไว้ทัน มองไปรอบ ๆ แล้วพยายามควบคุมลมหายใจให้เย็นลง

  ในตอนนั้น กลุ่มคนเหล่านั้นเดินตรงมาทางเซียวหยางพอดี

  พวกมันคุยกันเสียงดังเฮฮา เห็นเซียวหยางแล้วก็แค่เหลือบมองก่อนจะเมินไป พูดกันเองต่ออย่างไม่ใส่ใจ

  “โธ่เว้ย แถวนี้สาวไม่เด็ดเลย ไว้คราวหน้าเปลี่ยนที่ละกัน!”

  เซียวหยางมองไป เห็นบ้านหลายหลังแถวนั้นแขวนโคมไฟแดงอยู่หน้าประตู ก็เข้าใจทันทีว่ามันหมายถึงอะไร

  “ยังไงก็ไม่เหมือนวันก่อนที่ร้านพวกนักศึกษานั่น ขาวใสวิ๊งเลยนะเว้ย เห็นแล้วอยากจับแน่น ๆ เลย!” ใครบางคนพูดอย่างหื่นกระหาย

  “ฉันบอกแล้วไง พวกนักศึกษาอย่าแตะ เดี๋ยวจะซวยเอาได้!” หัวหน้าแผลเป็นพูดเสียงเข้ม

  “ครับ ๆ…” พวกนั้นพากันพยักหน้ารัว ๆ

  “ว่าแต่ทางสถานีตำรวจว่าไงมั่ง?” หัวหน้าหันไปถามลูกน้องที่เพิ่งกลับมา

  “ไม่มีอะไร พวกมันบอกว่าร้านนั่นมีคนมาร้องเรียนบ่อย แล้วก็มีการร่างภาพพี่มีดไว้ด้วย ทางนั้นเลยบอกให้พี่หลบ ๆ ไปก่อนสักพัก”

  หัวหน้าแผลเป็นพยักหน้าเห็นด้วย

  “เออ แล้วได้ยินมาว่าไอ้รถที่ฟางเส้าให้พวกเราทุบ เป็นรถหุยเถิงใช่ไหม ราคาตั้งสองล้านกว่าหยวนแน่ะ!” ลูกน้องคนหนึ่งโพล่งขึ้น

  “สองล้านกว่า!” ทุกคนอุทานเสียงหลง

  “เขาว่าเจ้าของร้านน่าจะมีเส้นพอตัว เลยบอกให้เราระวังตัวกันให้มาก”

  “ไอ้ห่า ฟางเส้านี่โคตรมือเติบเลย! พวกเราช่วยมันทุบรถสองล้านกว่า แต่จ่ายให้แค่สองแสน!” มีคนบ่นอย่างโมโห

  “เห้ย ประโยคแบบนี้ห้ามพูดอีก ฟางเส้าคือพระเจ้าของพวกเรา!” หัวหน้าแผลเป็นรีบห้าม แล้วพูดต่ออย่างอารมณ์ดี “ว่าไปแล้ว พวกเราก็ฟาดมาหนักเหมือนกัน ทุบรถหรูแบบนั้น โคตรสะใจเลยว่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพระเอกนิยายออนไลน์แม่งถึงชอบทุบรถกัน!”

  “ฮ่า ๆ จริงว่ะ วันนั้นกูทุบจนมือช้ำเลย รถหรูมันฟินจริง ๆ!”

  กลุ่มนั้นหัวเราะกันเสียงดังลั่นระหว่างเดิน

  ไม่มีใครรู้เลยว่า ที่ด้านหลังพวกมัน เซียวหยางกำหมัดแน่น ใบหน้าเย็นชาอย่างถึงขีดสุด

  “เฮ้!”

  เซียวหยางเปล่งเสียงออกมา

  อีกฝ่ายหันกลับมาในเสี้ยววินาที

  ปัง!

  ก้อนอิฐแดงฟาดลงมาทันที แตกกระจายเป็นผุยผง เลือดสดพุ่งทะลักจากหัวของชายคนนั้น…

จบตอน



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 64: ใช้วิธีของตัวเองจัดการ

ตอนถัดไป