ตอนที่ 65: การต่อสู้ในตรอก
ก้อนอิฐแดงในมือเซียวหยางตกลงกระแทกพื้นดัง ปัง
เขาแตะเลือดที่กระเด็นเปื้อนมือ หายใจเริ่มหอบถี่ขึ้นเล็กน้อย
เคยได้ยินใครบางคนพูดว่า เลือดสามารถกระตุ้นอะดรีนาลีนของคนได้ ทำให้เกิดความตื่นเต้นเร้าใจ
และตอนนี้ เซียวหยางก็กำลังรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ราวกับอะไรบางอย่างในตัวเขากำลังพุ่งพล่าน
ตั้งแต่เด็กจนโต เขาเคยมีเรื่องชกต่อยแค่ครั้งเดียว คือตอนมัธยมที่ไปช่วยผู้หญิงคนหนึ่งในตรอกแคบ ๆ
แน่นอน ครั้งนั้นคงเรียกว่าช่วยไม่ได้ เพราะสุดท้ายเขาเองก็โดนรุมยำซะมากกว่า
อันที่จริง เซียวหยางเคยคิดอยากจัดการไอ้พวกเหลือขอพวกนี้บ้าง แต่ไม่ได้คิดจะมาถึงขั้นนี้
ตอนเขาเห็นกลุ่มคนนี้ครั้งแรก ก็ยังแอบกลัวอยู่ในใจ ไม่คิดว่าตัวเองจะไหวถ้าต้องสู้กับหลายคนขนาดนี้
ตอนที่ตามมา ก็แค่คิดว่าจะจับไอ้หนุ่มนั่นไว้ สอบถามเรื่องพี่มีด แต่พอเห็นว่ามีเป็นสิบคน ความคิดแรกในหัวเขาคือ…ถอนตัว
แต่พอได้ยินไอ้พวกนี้พูดถึงเรื่องทุบรถ เขาก็อดไม่ได้แล้ว
เพราะรถคันนั้นสำคัญกับเขามาก สำคัญจนเวลานั่งอยู่ในรถเมื่อไหร่ เขาก็จะนึกถึงผู้หญิงขายาวคนนั้นที่เคยนั่งเบาะข้าง คนที่ยื่นเท้าเปล่าเหยียบแผงคอนโซลหน้าอย่างสบายใจ
อิฐที่เขาฟาดลงไปไม่ได้แตกแบบในหนังที่ตีทีเดียวเลือดพุ่งอิฐแตกกระจาย
เขายืนเหม่อเล็กน้อย อิฐตกลงพื้นเสียงดังลั่น
เสียงร้องโหยหวนดังทั่วทั้งตรอก
กลุ่มพี่มีดทั้งหมดหันมามองเซียวหยาง ส่วนไอ้ที่โดนฟาดยังทำหน้ามึนงง มือกุมหัวแล้วร้องลั่น
พี่มีดเองก็เหวอไปเลย ใครจะไปคิดว่ามีไอ้หนุ่มคนหนึ่งโผล่มาแล้วคว้าอิฐฟาดหัวลูกน้องเขาเฉยเลย!
เซียวหยางหายใจแรงอยู่สักพัก ก่อนจะเริ่มตั้งสติ
ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เซียวหยางก้มลงหยิบอิฐขึ้นมาอีกครั้ง…
“ไอ้เวร แกเป็นใครวะ!” ลูกน้องที่กุมหัวเลือดโชกพูดออกมาทั้งเสียงสั่นทั้งจะร้องไห้
พี่มีดหน้าตึง เดินขึ้นมาข้างหน้า ยังไม่ทันได้พูดอะไร อิฐของเซียวหยางก็ฟาดลงมาอีกครั้ง!
“เหวอออ!”
พี่มีดช็อก! ไอ้นี่มันบ้าเหรอ!?
เขารีบถอยหลัง อิฐจึงฟาดพลาดเป้า
“ไอ้หนู แกอยากตายรึไงห๊ะ!” พี่มีดตะโกนเสียงกร้าว
เซียวหยางยังคงถืออิฐอยู่ในมือ ท่าทีเริ่มเยือกเย็นลง เขามองคนตรงหน้าแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ “ไอ้ฟางเส้าอยู่ไหน?”
“ทำไมถึงทุบร้านฉัน ทำไมถึงทุบรถฉัน?”
เสียงของเขาไม่ได้ดังนัก แต่เต็มไปด้วยอารมณ์กดดัน ใบหน้าก็สงบนิ่ง ไม่เหมือนตอนแรกที่ยังลังเลอยู่เลย
“อ๋อ ที่แท้แกเองเป็นเจ้าของรถ!” พี่มีดยิ้มเชี่ยม
“แม่งเอ๊ย สงสัยจะทุบผิดคนแล้ว!”
“เจ้าของรถ?” เซียวหยางงงไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจทันที
ที่แท้คนที่พวกนี้หมายหัวไว้คือเจ้าของรถหรูนั่น ซึ่งก็คือตัวเขาเอง ส่วนลู่ซิงแค่ขับรถแทนเลยถูกลูกหลง
“ไอ้หนู แกมันกล้าดีไม่เบานี่! จะบอกอะไรให้นะ ตอนแรกพวกพี่ก็เล็งจะเล่นงานแกแหละ โชคดีที่มีคนมารับแทน”
“แต่ตอนนี้ดีเลย แกเล่นมาส่งตัวเองถึงที่!”
“พี่มีด ฟางเส้าเขาก็เพิ่งบ่นอยู่ว่าทำไมเรายังไม่จัดการมันซะที ไหน ๆ ตัวจริงก็มาแล้ว…”
พี่มีดเริ่มเข้าใจ สถานที่แบบนี้มันไม่เหมือนร้านปิ้งย่างตรงแถวเมืองมหาลัย คนเยอะ เรื่องใหญ่ เป็นข่าวขึ้นมาลำบาก
แต่ที่นี่ มันเหมาะจะจัดการใครสักคนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องตำรวจ
“พวกเรา จัดการมันให้พิการ! ค่ำนี้ไปรับเงินกับฟางเส้า!” พี่มีดตะโกนพร้อมโบกมือ
ลูกน้องทั้งหมดเข้าใจทันที แล้วกรูกันเข้าหาเซียวหยาง
แต่ไม่รู้เพราะอะไร เซียวหยางกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเหมือนตอนแรกเลย กลับกัน…รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาด้วยซ้ำ มือที่ถืออิฐกำแน่นยิ่งกว่าเดิม!
ในจังหวะนั้นเอง เงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็ว
ในกลุ่มวัยรุ่นที่ล้อมเซียวหยางไว้ มีคนหนึ่งเตะมาเต็มแรง
แต่ไม่รู้ว่าเพราะช่วงนี้เขาหัดฝึกมวยอยู่หรือเปล่า ทำให้เซียวหยางรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้ทันที
มือเขาไวมาก พลิกตัวแล้วฟาดอิฐใส่อีกฝ่าย
อีกวินาทีต่อมา เสียงร้องโหยหวนก็เพิ่มขึ้นอีกเสียงในตรอกแคบ ๆ นั้น
“พร้อมกันเลย!” พี่มีดมันไม่ใช่คนประเภทจะพูดถึงเรื่องศักดิ์ศรีอะไร
แค่ชั่วเวลาสั้น ๆ เซียวหยางก็เปิดแผลใส่ลูกน้องไปสองคน ใคร ๆ ก็เริ่มรู้แล้วว่าไอ้นี่มันไม่ใช่พวกมือใหม่ แต่มันกล้าลงมือแบบไม่ลังเลเลย
จากนั้นทุกคนก็เริ่มชก เตะ ใส่เขาพร้อมกันเป็นพายุ
เซียวหยางเองก็ไม่ใช่คนที่มีประสบการณ์สู้จริงสักเท่าไหร่ ได้แต่ฟาดอิฐใส่คนที่อยู่ตรงหน้า
แต่ไม่ทันไร มือใครบางคนก็ซัดลงมา ทำให้อิฐในมือเขาหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง โครม
ต่อมาก็หมัดหนึ่งฟาดเข้าหน้าเขาเต็ม ๆ เซียวหยางเซถอยไปหลายก้าว ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
เขาถุยน้ำลายออกมา แล้วค่อย ๆ ตั้งท่า
“หย่งชุน!”—ในหัวของเขา ลอยมาเต็ม ๆ กับท่าไม้ตายที่ฝึกมาในช่วงนี้
เซียวหยางกำหมัดแน่น ข้อนิ้วเริ่มมีเสียงลั่น
“หวังว่าจะใช้ได้ผลนะ ถึงจะไม่ใช่ยอดฝีมือในยุทธภพ แต่คงพอจัดการพวกกุ๊ยได้บ้างแหละ!” เขาพึมพำในใจ
ทันใดนั้นเอง วัยรุ่นคนหนึ่งพุ่งเข้ามา
เซียวหยางสูดหายใจลึก แต่แล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงความช้าในการออกหมัดของอีกฝ่าย มองเห็นแม้แต่เส้นทางการโจมตีในหัว
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างใจเย็น เอียงตัวหลบหมัด แล้วเปลี่ยนหมัดเป็นฝ่ามือ ฟาดลงอย่างแรง
เสียง “เป๊าะ” ดังมาจากข้อศอกของอีกฝ่าย
หน้าเจ้าหนุ่มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอีกครั้ง แล้วทันใดนั้น เซียวหยางก็เตะสวนกลับไปหนึ่งที
เสียง ปัง! ดังสนั่น ร่างนั้นปลิวไปไกลถึงสองเมตร!
เซียวหยางถึงกับอึ้งไปทั้งหน้า
เขาเคยคิดว่า “หย่งชุน” ที่ระบบให้มา ก็คงเหมือนพวกวิชากำลังกายทั่วไป เหมือนกับคุณลุงคุณป้าในสวนสาธารณะที่ออกกำลังกายตอนเช้า
ตอนฝึก เขาก็รู้สึกว่าหมัดมันเบา ๆ เหมือนไม่มีพลังอะไรเลย
แต่ใครจะคิดว่า พอใช้จริงแล้วมันจะมีพลังขนาดนี้
พี่มีดเองก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่าลูกน้องที่พุ่งเข้าไปจะโดนเตะปลิว
เขาตะโกนขึ้น แล้วลูกน้องทั้งหมดก็กรูเข้ามาอีกครั้ง
แต่คราวนี้ เซียวหยางไม่เพียงไม่ตกใจ กลับยิ่งรู้สึกตื่นเต้น เขาอยากรู้มาตลอดว่า วิชาที่ระบบให้มานั้นมันใช้ได้จริงไหม
พอเห็นพวกนั้นพุ่งเข้ามา เขาก็ลุยใส่ทันที หย่งชุนเป็นวิชาที่เน้นรุกและรับในเวลาเดียวกัน หมัดรวดเร็วแต่แน่นหนา รับมือรอบด้าน รับศัตรูแล้วส่งคืน
ถึงจะสู้กับคนหลายคน แต่เซียวหยางไม่มีท่าทีจะถอยเลยแม้แต่นิด หมัดเขาโค้งนิด ๆ แขนตรงเหมือนไม้พลอง แล้วซัดใส่หน้าศัตรูเต็มแรง
ปัง!
พี่มีดคือคนแรกที่โดนเข้าไปเต็ม ๆ เพียงแค่ท่าทางของเซียวหยางก็กดดันจนคนธรรมดาคงไม่กล้าพุ่งใส่
แต่เซียวหยางกลับลงมือเร็วกว่ามาก หมัดนี้ฟาดเข้าหน้าพี่มีดตรง ๆ
พริบตานั้น พี่มีดถึงกับรู้สึกจมูกเจ็บจี๊ดขึ้นมา แทบหายใจไม่ออก
เขาถอยหลังไปหลายก้าว มือปาดหน้าออกมา แล้วก็เห็นเลือดไหลเต็มฝ่ามือผสมกับน้ำมูก
เซียวหยางไม่สนใจจะมองด้วยซ้ำ หมัดเมื่อครู่แรงเกินคาด เขาจึงลุยต่อทันที
ปัง! ปัง! ปัง!
หมัดรัวลงมาราวกับเงาซ้อน ภายในเวลาแค่ไม่กี่อึดใจ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็บาดเจ็บกันหมด ใบหน้าแต่ละคนมีรอยฟกช้ำแตกต่างกันไป…
(จบตอน)