ตอนที่ 9 : “3 ล้าน กับพ่อ จะเลือกอะไร”
“งานบรรณารักษ์มันก็ดีหรอก แต่ผมไม่อยากใช้ชีวิตแบบคนเกษียณทั้งที่ยังหนุ่มอยู่เลย!”
“ผมเพิ่งอายุ 22 เอง อยู่ในช่วงวัยทองที่ควรทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างอนาคต ดังนั้น ผมอยากหางานที่ท้าทายมากกว่านี้ครับ พี่ใหญ่ พี่เขย ผมรู้ว่าที่พวกคุณพูดก็เพื่อหวังดี แต่ตำแหน่งบรรณารักษ์มันไม่เหมาะกับผมจริง ๆ”
“เขาว่ากันว่า ชายชาติทหาร ถ้าไร้ความทะเยอทะยาน ก็เปลืองร่างสูงแปดฉื้อที่ฟ้าประทานมาเปล่า ๆ!”
“ความฝันของผม จะถูกกักขังอยู่ในห้องสมุดเล็ก ๆ ได้ยังไงกัน!”
จางเซียนทำหน้าจริงจัง พูดจาโผงผางจนฟังดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน
คำพูดเร่าร้อนนี้เล่นเอาจางเจา—พี่เขยที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ถึงกับเคลิ้มตาม เพราะวัน ๆ อยู่กับนักศึกษาหนุ่มสาว เลยง่ายที่จะถูกปลุกเร้าอารมณ์
“ดี! มีความมุ่งมั่นจริง ๆ”
“เมื่อก่อนยังไม่รู้เลยนะ ว่าเสี่ยวเซียนมีความฝันใหญ่ขนาดนี้!” จางเจาพยักหน้าชมเชย
แต่จางซีหนานกลับกลอกตา เธอรู้จักน้องชายดีเกินไป—ความฝันใหญ่ที่ไหนกัน ทั้งหมดก็แค่คำพูดสวยหรูเพื่อเลี่ยงงานเท่านั้นเอง!
“อย่าไปฟังที่เขาพ่นน้ำลายเลย” เธอตวัดตามองสามีที่ถูกปั่นหัว ก่อนหันกลับมาบีบหูจางเซียนเต็มแรง “พรุ่งนี้ไปสัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีปักกิ่ง! ได้ยินไหม?”
“ได้ยินแล้ว ๆ …โอ๊ย! พี่ใหญ่ ปล่อยเถอะ เดี๋ยวหูขาดซะก่อน!” จางเซียนรีบร้องขอชีวิต
“ไม่โดนดัดนิสัยสามวัน ก็กำเริบอีกแล้ว!”
“เจาจี้ยังบอกเลยว่า ช่วงนี้นายไม่ทำอะไรเลย นอกจากตกปลากับเล่นเกม ไม่หางานจริงจังสักที!”
“คิดอะไรอยู่ จะให้พ่อเลี้ยงไปทั้งชีวิตเหรอ!”
“ไม่ ไม่ใช่นะ!” จางเซียนรีบปฏิเสธเสียงหลง แต่ในใจกลับคิด ถ้าให้พ่อเลี้ยงได้ตลอดก็คงดีสิ แต่กลัวว่าพ่อจะไม่ไหวซะก่อน…
“พี่ใหญ่ ปล่อยผมสักทีเถอะ! ผมอายุ 22 แล้วนะ จะคีบหูผมไปถึงเมื่อไหร่กัน!”
“ต่อให้แก 62 ถ้าฉันยังอยู่ ก็จะคีบหูแกอยู่นั่นแหละ!”
เธอฮึดฮัดก่อนปล่อยมือออก
จางเซียนได้แต่บ่นงึมงำ “ถ้าอายุ 102 แล้วยังได้โดนคีบหูอยู่ ก็คงเป็นตำนานไปเลยนะ…” พลางลูบหูป้อย ๆ
ในบรรดาพี่สาวทั้งห้า เขากลัวพี่ใหญ่ที่สุด ไม่ใช่เพราะแค่ฐานะ “พี่คนโตดุเหมือนแม่” แต่เพราะหลังแม่เสีย เธอก็แบกรับภาระเลี้ยงดูพี่น้องมาตลอด จนกว่าเขาจะเรียนจบมหาลัยค่อยแต่งงานไป พี่ใหญ่เสียสละมากขนาดนั้น ต่อให้ตอนนี้เขามีระบบช่วย ก็ยังไม่กล้าขัดตรง ๆ
แต่กฎก็มีทางเลี่ยง!
“งานน่ะเหรอ ไม่มีวันหรอก!” เขาคิดในใจ ก่อนเหลือบไปเห็นหัวพี่เขยที่มี “เส้นแดง” สามเส้น หนึ่งเส้นเชื่อมกับพี่ใหญ่ ส่วนอีกสองเส้น…เป็นของใครกัน?
พี่เขยเคยบอกเสมอว่าก่อนแต่งงานกับพี่ใหญ่ คบแค่แฟนคนเดียว แต่นี่เส้นมันบอกว่าอย่างน้อยสอง!
สรุปปิดบังประวัติสินะ! จางเซียนยิ้มเจ้าเล่ห์
“พี่เขยครับ ได้ยินมาว่าสมัยเรียน พี่ไม่ได้มีแฟนแค่คนเดียวใช่ไหม?”
“หืม? ทำไมจู่ ๆ มาถามเรื่องนี้?” จางเจามองงง ๆ
“ก็ผมรู้มาว่าก่อนแต่งพี่มีแฟนตั้งสองคนแน่ะ”
“นาย…ร...” เกือบเผลอพูดคำว่า “รู้ได้ยังไง” ออกมาเต็ม ๆ
“หึ ๆ เรื่องแบบนี้ ปิดยังไงก็ไม่มิดหรอกครับ” จางเซียนยักคิ้ว “โดยเฉพาะผู้หญิงนะ พี่ก็รู้ พี่ใหญ่ยิ่งสนใจเรื่องอดีตแฟน ๆ ของผู้ชายที่สุด!”
“พี่เขยคงไม่อยากให้ผมเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพี่ใหญ่หรอกนะ?”
มุมปากจางเจากระตุก ก่อนถอนหายใจ “ก็ได้…แต่ฉันมีเงินเก็บอยู่ไม่มาก แค่ 800 หยวนเท่านั้นนะ!”
“โธ่พี่เขย!” จางเซียนทำหน้าใสซื่อ “ผมไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก จะไปเอาเงินเก็บของพี่มาได้ยังไงกัน”
“อ้าว? งั้นนายต้องการอะไร?” จางเจาทำตาโต
“ง่ายมากครับ แค่ช่วยบอกพี่ใหญ่ทีว่าพรุ่งนี้ผมไปสัมภาษณ์แล้ว สอบไม่ผ่าน แค่นี้เอง”
“อืม…ก็ได้!” จางเจาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็พยักหน้า เพราะจริง ๆ ก็เห็นด้วยว่า น้องเขยควรมีสิทธิ์เลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง
ข้อตกลงลับ ๆ จึงเสร็จสิ้นลงโดยไม่มีใครรู้
หลังมื้อค่ำ
“เสี่ยวเซียน มาคุยหน่อยสิ” พ่อ—จางตงซาน เรียกเขาเข้าห้อง
พ่อกำลังปรับกล้อง ไฟ และอุปกรณ์เตรียมไลฟ์
“อะไรเหรอพ่อ?”
“เพลง 《กลิ่นแอปเปิล》 ฉันอยากไปอัดที่สตูดิโอแบบมืออาชีพ แล้วออกเป็นซิงเกิลจริง ๆ หน่อย นายเป็นคนแต่งทั้งเนื้อทั้งทำนอง ต้องส่งสัญญาอนุญาตให้ฉันด้วย”
ในที่สุดเพลงนี้ก็จุดไฟความหวังให้นักร้องโนเนมวัยห้าสิบอย่างเขาอีกครั้ง
“ได้เลย เรื่องง่ายมาก” จางเซียนรีบเปิดแอป “เว็บไซต์ลิขสิทธิ์หัวกั๋ว” กรอกข้อมูลแล้วส่งไปที่บัญชีของพ่อทันที
แต่พอเปิดระบบหลังบ้านกลับเจอข้อความใหม่ ๆ ล้นจอ มีแต่คนติดต่อขอซื้อสิทธิ์หรืออยากคัฟเวอร์เพลงเต็มไปหมด
“โห เสี่ยวเซียน! ดูนี่สิ!” พ่อเข้ามาดูใกล้ ๆ พอดี ตาโตเมื่อเห็นข้อความหนึ่ง—มีคนเสนอซื้อสิทธิ์ขาดการร้องเพลงนี้ในราคา 3,000,000 หยวน!
“สามล้าน!” พ่ออุทานลั่น
เขารู้ว่าเพลงฮิตบนโต่วอินมักมาไวไปไว แค่ไม่กี่สัปดาห์ก็โดนแทนที่ แต่ราคานี้ก็ยังทำให้ใจเต้นแรง
แต่จางเซียนเพียงกดส่งสัญญาให้พ่อเรียบร้อย “ผมส่งสิทธิ์การร้องให้พ่อแล้ว ไปตรวจดูในบัญชีได้เลยครับ”
พ่อเปิดดู …ก็พบว่าเป็น “สัญญาอนุญาตฟรี”
ใช่แล้ว ฟรี!
ในใจพ่อสั่นสะท้าน—ไอ้ลูกบ้านี่ที่เห็นแก่เงินทุกเม็ดทุกสตางค์ มาคราวนี้ไม่ลังเลแม้แต่วินาที เลือกพ่อแทนเงินสามล้าน…
“ไอ้ลูกเวรนี่…มันโตแล้วจริง ๆ” พ่อน้ำตาซึม แม่เธอที่อยู่บนสวรรค์คงภูมิใจแน่ ที่อุ้มท้องถึงห้าครั้ง กว่าจะได้ลูกชายคนนี้มา…