ตอนที่ 10 : “อยากได้ภรรยาไหม?”
【ติง! กำลังสรุปรายได้ผู้ช่วยนอนกินเบอร์หนึ่งของเมื่อวาน...】
【ผู้ช่วยนอนกินเบอร์หนึ่ง รายได้เมื่อวาน: 26,000 หยวน】
【โฮสต์ได้รับผลตอบแทนสองเท่า: 52,000 หยวน】
เช้าวันถัดมา พอจางเซียนลืมตา เงินห้าหมื่นกว่าก็เด้งเข้าบัญชีทันที
“สุดยอด! เช้าที่ดีต้องเริ่มต้นด้วยเงินเข้า!”
เขายิ้มกริ่ม แต่ก็อดทึ่งไม่ได้—รายได้พ่อพุ่งแรงจริง ๆ เมื่อสองวันก่อนยังสองพันกว่าหยวน วันนี้ดีดขึ้นสิบเท่า! ถึงว่าทำไมใคร ๆ ก็อยากเป็นเน็ตไอดอล
“ว่าแต่… วันนี้เหมือนขาดอะไรไปแฮะ?”
เขาบิดตัวขี้เกียจ มองนาฬิกา—สิบโมงแล้ว ปกติป่านนี้เจาจี้ต้องมากวนให้ตื่น แต่วันนี้ไม่มี
เดินงัวเงียออกจากห้อง ก็เห็นเจาจี้นั่งดูทีวีอยู่
“วันนี้ทำไมไม่ปลุกล่ะ?”
“พ่อบอกให้ปล่อยให้นายพักผ่อน”
“หูย! พ่อมีสำนึกขึ้นมาแล้วเว้ย!”
จางเซียนหัวเราะหึ เดินไปนั่งโต๊ะอาหาร อาหารเช้าเย็นชืดแล้ว แต่จัดเต็มกว่าเมื่อวานอีก—เนื้อวัวต้ม เครื่องในไก่อบ ไส้กรอก หมูย่าง แถมผักก็มีแค่ “แตงกวาคลุกหูหมู” อีกจาน
“พอมีเงินนี่เปลี่ยนไปเลยนะ มื้อเช้าก็เนื้อเต็มโต๊ะ” เขาพึมพำ
“แล้วพ่อไปไหน?”
“ไปอัดเพลงที่สตูดิโอแล้ว” เจาจี้ตอบ
“จริงสิ เสี่ยวเซียน วันนี้พี่ใหญ่บอกให้นายไปสัมภาษณ์มหาลัยไม่ใช่เหรอ จะสายแล้วนะ?”
พอได้ยิน จางเซียนทำตาเขียวใส่ทันที “เจาจี้! เมื่อวานไปฟ้องอะไรพี่ใหญ่บ้างเนี่ย!”
เจาจี้สะดุ้ง “ฉัน…ฉันเข้าห้องน้ำดีกว่า!” ว่าแล้วก็เผ่นหนีทันที
จางเซียนได้แต่นั่งเคี้ยวโจ๊กไปด่าไป—ดวงซวยจริง ๆ มีพี่สาวสามแบบนี้
กินเสร็จ เขาก็สะพายเบ็ดออกจากบ้านเหมือนเดิม วันนี้ตั้งเป้าเด็ดขาด—ต้องไม่กลับบ้านมือเปล่า!
เพราะสองวันที่ผ่านมาคือ “นั่งเก้อ” ทั้งวัน
แวะซื้อเรดบูลไม่กี่กระป๋องที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าซอย …ก็เจอคู่รักคู่ใหม่เดินออกมาพอดี
“พี่เซียน จะไปไหนน่ะ?” หลิวตงซวี่ทำตาเป็นประกาย มือยังจับมือหวังเจียเจียแน่นเหมือนประกาศความเป็นเจ้าของ
ห๊ะ?! ไหงเร็วขนาดนี้! จางเซียนแทบอ้าปากค้าง เมื่อคืนยังเตือนอยู่แท้ ๆ ตื่นมาเช้านี้กลายเป็นแฟนกันแล้ว?
เขามองหัวทั้งคู่ด้วย “ตาแปดทิศ”—เจียเจียยังเป็นก้อนเส้นแดงพันกันยุ่งเหมือนเดิม ส่วนบนหัวตงซวี่ขึ้นเป็นหกเส้น แต่ยังไม่เชื่อมกับเธอ
“ไปตกปลา นายจะมาด้วยไหม?” จางเซียนถามส่ง ๆ
“ไม่ล่ะ ฉันพาเจียเจียไปช็อปปิง” ตงซวี่ยิ้ม ยกมือที่ประสานกันขึ้นโชว์ “พี่เซียน เราคบกันแล้วนะ เธอคือแฟนฉันแล้ว”
“เรื่องระหว่างนายกับเจียเจีย เธอก็เล่าให้ฉันฟังแล้ว นายอย่าเก็บมาใส่ใจเลย ถือว่าพวกนายไม่มีวาสนากันดีกว่า”
“ฉันกับเจียเจียตั้งใจจะแต่งงานกันด้วย ต่อไปเธอก็จะเป็นน้องสะใภ้พี่นั่นแหละ”
พูดจบยังทำหน้าเหมือนผู้ชนะอวด “ของล้ำค่า” อีกด้วย
จางเซียนกลอกตา ไม่พูดอะไร นอกจากทิ้งคำสั้น ๆ “ขอให้โชคดี” แล้วเดินเข้าซูเปอร์ไป
ข้างหลัง ตงซวี่ส่ายหัวทำท่าละครเวที “เฮ้อ…ดูสิหลังค่อม ๆ นั่นสิ! โคตรน่าสงสาร” ก่อนหันไปยักคิ้วใส่เจียเจีย “ว่าแต่ว่า ถ้าเจียเจียมีเพื่อนสาวดี ๆ ก็ช่วยหาให้พี่เซียนหน่อยสิ”
เจียเจียเบ้ปาก “เฮอะ อย่างเขาน่ะเหรอ? หาเมียยากจะตาย”
“ก็ไม่แน่หรอก สุดท้ายอาจได้เมียอ้วนสัก 200 จิน (100 กิโล) ก็เป็นได้ ฮ่า ๆ!” ตงซวี่หัวเราะคิกคัก ในหัวจินตนาการภาพ “เดินออกมาพร้อมกันจากบ้าน—ฉันจูงเจียเจีย ส่วนพี่เซียนลากยักษ์อ้วนออกมา” …พอคิดก็สะใจสุด ๆ
ขณะที่จางเซียนกำลังจะออกจากซูเปอร์ ฝนก็เริ่มโปรยลงมา
“วันนี้ยังไงก็ต้องได้ปลา!” เขากัดฟันขี่สกู๊ตเตอร์ไปยังแม่น้ำ ไม่สนฝน
…แต่ไม่รู้เลยว่า ตัวเองถูกจับตาอยู่
เพราะมีกล้องวงจรปิดริมแม่น้ำ ถูกตั้งไลฟ์สดไว้ในแอปโต่วอินตั้งแต่สองวันก่อน ตอนนั้นพนักงานโรงงานแถว ๆ นั้นแค่เปิดไว้ทำยอดตามคำสั่งเจ้านาย แต่เผอิญถ่ายติดเขาที่ตกปลาทั้งวันไม่เคยได้อะไร
วันแรกไม่มีปลา คนดูเริ่มสนใจ
วันที่สองก็ยังว่างเปล่า คลิปถูกแชร์ต่อ พอถึงวันนี้มีคนเฝ้าดูกว่าหมื่น!
“วันนี้จะวืดอีกไหมวะ?”
“ฝนตกยังไม่ยอมเลิก เกินไปแล้ว!”
“เอ้า! มาแล้ว! นี่ไงหมอนั่น!”
แชทสดเดือดทันทีที่เห็นเงาร่างจางเซียนโผล่ใต้กล้อง ถึงแม้จะไกลไปหน่อยจนมองหน้าไม่ชัด แต่ท่าทางก็น่าดู
ฝั่งตรงข้ามริมน้ำ ร้านกาแฟหรู
สาวสองคนกำลังนั่งคุย—คนหนึ่งผูกหางม้า สูงโปร่ง อกภูเขาไฟ อีกคนตัดผมสั้นประบ่า ตัวเล็กกว่า
สาวผมสั้นถอนหายใจเฮือก “โหย หรงหรง เธอนี่แหละตัวปัญหา ดูสัดส่วนเธอสิ ฉันยังอิจฉาเลย แล้วไม่ต้องพูดถึงไอ้พวกป๋า ๆ น่ะ…”
“สัญญาเหลืออีกตั้ง 5 ปีนะ อีกหน่อยก็ 26 แล้ว จะไปแข่งกับใครไหว”
ฉู่โหย่วหรง เม้มปากน้อย ๆ “ทุกคนพูดเหมือนเธอหมดเลยจื่อเวย…อย่าบอกนะว่าเธอก็จะมาชักชวนฉันเหมือนกัน?”
หานจื่อเวยรีบกลอกตา “บ้าเหรอ ฉันเป็นเพื่อนรักนะเว้ย!”
“แล้วทำไมยุให้ฉันไปเอาใจพวกป๋า?”
“ก็พี่หวานบอกมาไง ว่านี่เป็นวิธีง่ายสุด”
“งั้นมีวิธีที่ไม่ง่ายด้วย?”
“มีสิ! จริง ๆ ในสัญญามีช่องโหว่อยู่ ข้อหนึ่งเขียนว่า—ถ้าแต่งงาน จะออกจากวงได้โดยอัตโนมัติ”
“แต่ถ้าแต่งงาน = ผิดสัญญา บริษัทอาจฟ้องเรียกค่าเสียหาย”
“ก็ใช่ แต่กฎหมายบอกชัดว่าประชาชนมีเสรีภาพแต่งงาน ศาลไม่น่าจะเอาผิดง่าย ๆ”
ฉู่โหย่วหรงตาโตทันที “หมายความว่า แค่ฉันแต่งงานก็พ้นได้!”
“ทฤษฎีก็ใช่ แต่จะฟ้องก็ยังเสี่ยงอยู่ดี”
“ไม่เป็นไร ฉันตัดสินใจแล้ว—ฉันจะแต่ง!”
เธอพูดแล้วลุกพรึบขึ้นทันที
หานจื่อเวยตกใจ “จะหาคู่แต่งมันง่ายเรอะ! จะไปสุ่มเอาข้างถนนหรือไง?”
“ก็ไม่เห็นเป็นไร สุดท้ายไม่ใช่แต่งจริง” ฉู่โหย่วหรงยักไหล่ หันไปมองฝั่งตรงข้ามริมแม่น้ำที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งตกปลาอยู่ท่ามกลางสายฝน—แล้วหัวเราะคิกคัก
“อืม… ก็ตัดสินใจแล้ว! ใช้เขานี่แหละ!”
...
สิบห้านาทีต่อมา
ฝนยิ่งตกหนัก จางเซียนยังนั่งนิ่งราวรูปปั้น ปักเบ็ดไม่ยอมถอย
ทันใดนั้น ฝนที่ตกใส่ร่างกายเขาหายไป—มีใครกางร่มให้
เขาหันไปก็เห็นหญิงสาวหุ่นเพรียว ใบหน้าสวยสะดุดตา ยิ้มบาง ๆ ยืนอยู่ด้านหลัง
“คุณเป็นใคร?” เขาถามงง ๆ
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อฉู่โหย่วหรง”
“อ้อ…มีอะไรหรือเปล่า?”
เธอยิ้มกริ่ม “อยากถามว่า…คุณสนใจอยากได้ภรรยาไหมคะ?”