ตอนที่ 46 : “เลี้ยงน้องชายพันวัน ใช้น้องชายแค่ครั้งเดียว!”

  อย่าได้ดูถูกรถสี่แสนกว่าเลยนะ ถ้าไม่นับติ๊กต็อกที่เต็มไปด้วยคลิปโชว์เฟอร์รารีกันพรึ่บ ๆ ความจริงในสังคมคือ คนที่ซื้อรถราคาสี่แสนกว่านี่มีไม่มากหรอก

  ยิ่งเป็นคนอายุเท่าจางเซียน ที่สามารถขับรถราคานี้ได้ด้วยตัวเอง นับว่าเป็น “มังกรฟ้าผู้มีพรสวรรค์” เลยทีเดียว

  ก็เพราะเพื่อนรุ่นเดียวกับเขา ส่วนมากเพิ่งเริ่มทำงาน หรือไม่ก็ยังเรียนปริญญาโทอยู่ การจะควักเงินสี่แสนซื้อรถด้วยตัวเองแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้

  ถึงแม้รถคันนี้จริง ๆ จะเป็นพ่อ—จางตงซานซื้อให้ แต่สำหรับจางเซียนตอนนี้ ต่อให้ต้องควักสี่แสนออกมาเองก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้ว

  …

  หลานเฉียวเฉียวออกจะเป็นคนโลกความจริง ไม่ใช่พวก “นางฟ้าออนไลน์” ที่ฝันหวานถึงรถซูเปอร์คาร์เป็นล้าน ๆ หรือทรัพย์สินเป็นพันล้าน

  ในสายตาเธอ จางเซียนตอนนี้คือ “หุ้นมีศักยภาพ” ชัด ๆ ในฐานะนักดนตรี เขาเพิ่งอายุยี่สิบสอง ปีหน้ายังมีเวลาอีกยาวไกล วันไหนเกิดแต่งเพลงฮิตขึ้นมาอีกสักสองสามเพลง ก็คือโกยเงินมหาศาลแน่นอน

  น่าเสียดาย…คนเขามีแฟนแล้ว แถมยังเป็นฉู่โหย่วหรง ซูเปอร์สตาร์ตัวท็อปอีกต่างหาก ไม่งั้นเธอคงไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปง่าย ๆ แน่

  แต่ถึงอย่างนั้น ขณะที่นั่งเบาะข้าง เธอก็ยังแอบขยับเรียวขายาวเข้ามาใกล้เบาะคนขับอยู่ดี ข้อได้เปรียบมันก็ต้องใช้สิ! ฉู่โหย่วหรงอาจสวย มีรัศมีดารา แต่ถ้าแข่งเรื่อง “ขายาว” ล่ะก็ สู้เธอไม่ได้หรอก สูงตั้ง 175 เซนฯ ต่างกับฉู่โหย่วหรงตั้งสิบเซนฯ!

  …

  พ่านตี้เลือกพามากินร้านอาหารส่วนตัวชื่อดังแถวมหาวิทยาลัยแพทย์ ราคาไม่แรงมาก เฉลี่ยหัวละสองร้อยหยวน

  แม้จางเซียนจะบอกว่า “วันนี้ฉันเลี้ยง อยากกินอะไรก็สั่งมาเลย” แต่พ่านตี้ก็ยังอยากช่วยน้องชายประหยัดอยู่ดี ในสายตาเธอ จางเซียนยังไม่แต่งงาน บ้านก็ยังไม่ได้ซื้อ ที่ต้องใช้เงินยังอีกเยอะ

  พออาหารขึ้นโต๊ะ หลายเมนูก็เป็นจานเด็ดประจำร้าน พ่านตี้กับหลานเฉียวเฉียวหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปลงโซเชียล ก่อนจะลากจางเซียนกับจางเจาจี้มาถ่ายรูปหมู่สี่คนด้วยกัน

  หลังถ่ายเสร็จก็เริ่มลงมือกิน

  “เสี่ยวเซียน ฉันเห็นในเน็ตพูดกันให้แซ่ดเลยนะ ว่าเธอกับฉู่โหย่วหรงเลิกกันแล้ว ถึงได้ร้องเพลง 《มีศักดิ์ศรี》 ออกมาได้อินขนาดนี้ จริงไหม?”

  พอจางเซียนเคี้ยวไปได้สักพัก หลานเฉียวเฉียวก็เปิดประเด็นทันที

  “คนในเน็ตนี่รู้ไวจริง ๆ”

  จางเซียนพูดไป กินไป แบบไม่ใส่ใจนัก

  “หา?!”

  หลานเฉียวเฉียวยังไม่ทันอ้าปากถามต่อ พ่านตี้ก็ร้องตกใจแทน—ก็เธอออกจะชอบว่าที่น้องสะใภ้คนนี้มาก ถึงขนาดเคยนอนค้างด้วยกันคืนหนึ่งเลยนะ

  ฉู่โหย่วหรงเป็นถึงดาราดัง แต่กลับไม่มีฟอร์มเลยสักนิด คุยถูกคอจนถึงทุกวันนี้ยังส่งข้อความหาอยู่บ้าง แล้วนี่จู่ ๆ น้องชายเธอบอกว่าเลิกกันแล้วเนี่ยนะ?!

  “อือ เลิกแล้ว”

  ตามแผนของฉู่โหย่วหรง อีกไม่นานข่าวก็จะประกาศออกมาอยู่แล้ว จางเซียนเองก็สบายใจที่จะได้ “คืนสู่โสด” ของเก่าไป ของใหม่ก็จะเข้ามา

  ถึงเวลาต้องสร้าง “คาแรกเตอร์หนุ่มโสด” ไว้แล้วสิ ไม่งั้นจะไปเล่นหูเล่นตากับสาวอื่นได้ยังไง! อย่างเช่น—หลานเฉียวเฉียว ขายาวคนนี้ไง!

  พอได้ยินคำยืนยันเต็มปากเต็มคำ ดวงตาของหลานเฉียวเฉียวก็เป็นประกายทันที …เลิกแล้วก็ดีสิ โอกาสของเธอมาแล้ว!

  ส่วนพ่านตี้กลับหน้าซีด “ทำไมล่ะ? หรงหรงออกจะดีออก!”

  “เข้ากันไม่ได้หรอก”

  จางเซียนตอบด้วยเหตุผลครอบจักรวาลสุด ๆ

  “ไม่จริงหรอก หรงหรงนิสัยดีจะตาย ไม่เยอะ ไม่ทำตัวมีพิธีรีตองเลยนะ เสี่ยวเซียน เธอลองคิดใหม่ได้ไหม?”

  พ่านตี้พูดด้วยน้ำเสียงเสียดายสุด ๆ …ก็เธอยังอยากมีดาราเป็นน้องสะใภ้อยู่นี่นา เวลาอยากเผือกข่าวในวงการก็มีแหล่งข้อมูลตรง ๆ ให้ถามได้

  “พ่านตี้ เรื่องหัวใจ คนอื่นไปยุ่งไม่ได้หรอก อีกอย่าง เสี่ยวเซียนก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว เขามีวิจารณญาณของตัวเอง”

  หลานเฉียวเฉียวรีบรับบทตัวช่วย

  “ใช่ ๆ ฟังที่พี่เฉียวพูดน่ะถูกแล้ว”

  จางเซียนพยักหน้ารัว ๆ

  “แต่เลิกกันเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมดูเธอไม่ทุกข์ใจเลยล่ะ?”

  พ่านตี้ขมวดคิ้ว เธอเชื่อว่าการจบความสัมพันธ์ต้องเจ็บปวดแน่ ๆ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาเยียวยา แต่นี่น้องชายเธอไม่ทุกข์แม้แต่นิดเดียว เหมือนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น

  “ก็เราเลิกกันด้วยดีไง ไม่งั้นจะมีเพลง 《มีศักดิ์ศรี》 ออกมาได้เหรอ?”

  พูดจบ จางเซียนก็คีบหมูสามชั้นเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย สีหน้าสบายใจสุด ๆ ไม่มีแววเศร้าเลย

  “พ่านตี้ ฉันว่าน้องเธอก็ดูสตรองดีนะ ตามที่เนื้อเพลงบอกไว้ ‘กล้าให้ก็ต้องกล้าเจ็บ’ …แค่เลิกกัน มองอีกมุมมันก็คือการเริ่มต้นใหม่ไม่ใช่เหรอ?”

  หลานเฉียวเฉียวช่วยพูดเสริมอีกแรง

  “เฮ้อ…ฉันแค่เสียดายเท่านั้นแหละ”

  พ่านตี้ถอนหายใจเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความเสียดาย

  “ไม่ต้องเสียดายหรอก ถึงเลิกกัน แต่ก็ยังเป็นเพื่อนได้ อีกอย่างเธอกับหรงหรงก็ยังติดต่อกันต่อไปได้เหมือนเดิม”

  คราวนี้จางเซียนในฐานะคนที่เลิกเองกลับปลอบพี่สาวแทน

  “งั้นก็ดีแล้วล่ะ”

  พ่านตี้พยักหน้าโล่งอกไปนิด แต่ก็แอบบ่นต่อ “แต่คราวนี้พ่อคงได้เร่งแกอีกแน่ ดูสิ หลิวตงซวี่เขายังแต่งงานไปแล้ว แต่นี่แกดันเลิกอีก”

  “พ่อยุ่งอยู่จะตาย ไม่มีเวลามาว่าฉันหรอก!”

  จางเซียนตอบหน้าตาย

  …

  หลังมื้ออาหาร จางเซียนก็ขับรถไปส่งพ่านตี้กับหลานเฉียวเฉียวกลับมหาวิทยาลัยแพทย์ ส่วนตัวเองก็พาจางเจาจี้มุ่งหน้าไปที่ สำนักกฎหมายเจิ้งหง

  นั่นคือที่ที่พี่สาวคนที่สี่—จางไหลตี้ กำลังฝึกงานอยู่

  เขาเลือกมาถึงตอนใกล้เลิกงาน เพราะตั้งใจจะทำเซอร์ไพรส์พี่สาว เลยไม่ได้โทรบอกล่วงหน้า แต่ยกถุงของขวัญใบใหญ่ยืนรออยู่หน้าตึก

  ไม่นานก็เห็นจางไหลตี้เดินออกมา ข้างกายมีผู้หญิงผมสั้นใส่สูทลุคทอมบอยคนหนึ่งที่เขาเคยเห็นจากโซเชียลของพี่มาก่อน รู้ว่าเธอชื่อ “หลี่เหอ”

  ชื่อหลี่เหอฟังแล้วอาจนึกว่าเป็นผู้ชาย แต่เจ้าตัวดันหน้าอกตูม เลยออกแนวติดตลกนิด ๆ

  จางเซียนกำลังจะโบกมือเรียกพี่ แต่ทันใดนั้นก็มีชายแต่งตัวเสื้อกั๊กทับเชิ้ต กางเกงสแล็กมันแว้บ รองเท้าเงาวับ วิ่งเข้าไปดักหน้า ยื่นดอกไม้ช่อโตให้ พร้อมเรียกเสียงหวาน “ไหลตี้! วันนี้เธอไม่ทำงานดึก ฉันรอตั้งนานแล้วนะ!”

  โอ้โห…มาดไฮโซปลอมชัด ๆ จางเซียนเคยเห็นเพื่อนบ้านอย่างหลิวตงซวี่แต่งชุดไปสัมภาษณ์งานแบบนี้เป๊ะเลย กลิ่น “ไฮโซปลอม” โชยมาเต็ม ๆ

  เปิดสกิล “ตาแฝงแอบดูเส้นแดง” ส่องดู โอ้โห…เส้นแดงบนหัวผู้ชายคนนี้ไม่ต่างอะไรกับหวังเจียเจียเลย!

  “หยางต้าหวี๋! ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้ว ว่าฉันไม่เอาของเธอ!”

  จางไหลตี้ขมวดคิ้วแน่น—ชัดเจนว่าคนคนนี้ตามตื๊อมานานแล้ว

  “ไหลตี้ ฉันจริงใจนะ! ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้ฉันหลงได้ขนาดนี้เลย!”

  หยางต้าหวี๋ทำหน้าอินเลิฟ พร้อมยื่นดอกไม้เข้าไปใกล้ “ถึงเธอไม่รับฉันก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยรับดอกไม้เถอะนะ ดอกไม้ไม่มีความผิด!”

  เหตุการณ์ลากยาวขนาดนี้ จางเซียนจะยืนดูอยู่เฉย ๆ ได้ยังไง?

  เขารีบพุ่งเข้าไปยืนขวางกลางระหว่างพี่สาวกับไอ้ไฮโซปลอมทันที “เพื่อน นายถอยไปหน่อย!”

  พูดจบยังไม่พอ จางเซียนจัดการผลักอีกฝ่ายทั้งดอกไม้ทั้งคนให้ถอยหลังไป

  “แกเป็นใครวะ! ไม่เห็นรึไงว่าฉันกำลังสารภาพรักอยู่!”

  ถูกขัดจังหวะขนาดนี้ หยางต้าหวี๋เดือดจัด ตวัดตามองจางเซียนด้วยสายตาไม่พอใจ

  แต่สำหรับจางไหลตี้ กลับโล่งใจขึ้นมาทันตา—มีน้องชายสูงใหญ่มายืนข้าง แบบนี้มันโคตรอุ่นใจเลย!

  ทันใดนั้นเอง เธอก็เข้าใจซึ้งขึ้นมาเลยว่า ทำไมพ่อแม่ต้องยืนกรานอยากมีลูกชาย เพราะการมีผู้ชายในบ้าน มันทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นจริง ๆ



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 46 : “เลี้ยงน้องชายพันวัน ใช้น้องชายแค่ครั้งเดียว!”

ตอนถัดไป