ตอนที่ 45 : “รถยิ่งแพง ขาคนนั่งข้างยิ่งยาว!”
“เสี่ยวเซียน นี่เธอ…?”
จางพ่านตี้ทั้งอึ้งทั้งตื้นตัน—แต่ก่อนน้องชายคนนี้มีแต่จะมาขอข้าวขอเงิน ตอนนี้กลับซื้อของขวัญให้เธอ แถมยังแพงขนาดนี้อีกต่างหาก
“ก็หาเงินได้แล้ว มันก็ต้องใช้บ้างสิ”
จางเซียนยักไหล่ “พี่น่ะยังเป็นหมาหัวเน่าคนโสด ไม่มีแฟนซื้อของให้ ฉันก็ต้องทำหน้าที่แทน”
“ประโยคหลังนี่ไม่จำเป็นเลย!” พ่านตี้เบ้ปาก ถ้าไม่ติดว่าเป็นกระเป๋า LV เธอคงซัดหมัดใส่น้องไปแล้ว
“นี่อีกอย่าง เอาไปใช้ด้วย”
ว่าแล้วจางเซียนก็หยิบมือถือไอโฟนเครื่องใหม่แกะกล่องออกมาจากรถ
มือถือเก่าของพ่านตี้ใช้มาสามปีแล้ว ถึงเวลาเปลี่ยนใหม่พอดี
“อะไรกัน! มีโทรศัพท์ด้วย?!”
พ่านตี้ยังไม่ทันหายตกใจจากกระเป๋า LV ก็มาช็อกต่อรอบสอง
“กินข้าวรึยัง? ถ้ากินแล้วก็มากินอีกมื้อกับฉันกับเจาจี้หน่อย”
หลังจากเดินช้อป SKP มาร่วมสามชั่วโมง จางเซียนก็เริ่มหิวอีกรอบแล้ว และที่จริงนี่ก็เป็นข้ออ้าง เพราะเขาอยากชวน “ขาเรียวยาว” อย่างหลานเฉียวเฉียวไปด้วย
เรื่องกับฉู่โหย่วหรงก็ดูเหมือนจะถึงจุดจบแล้ว เขาต้องหาตัวเลือกใหม่ไว้ก่อน—กันเหนียว!
และเป้าหมายใหม่ก็คือหลานเฉียวเฉียว—สาวเก่งจากมหาวิทยาลัยแพทย์ สูงตั้ง 175 เซนฯ แค่ขาคู่นั้นก็เล่นสนุกได้สารพัดแล้ว!
“พี่เฉียว มากินด้วยกันสิ ก่อนหน้านี้มีแต่พี่เลี้ยงฉัน วันนี้ขอฉันเลี้ยงคืนบ้าง!”
จางเซียนรีบเชิญชวน
“ได้สิ! งั้นฉันขอเลือกของแพง ๆ ล่ะนะ”
หลานเฉียวเฉียวหัวเราะตอบอย่างร่าเริง
“เสี่ยวเซียน งั้นรอแป๊บ ฉันกับพี่เฉียวขอขึ้นไปเปลี่ยนชุดก่อน”
พ่านตี้กับเพื่อนสาวไม่มีธุระอะไรอยู่แล้ว ถึงจะเพิ่งกินข้าวจากโรงอาหารมาก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการไปกินมื้อใหญ่
“รีบ ๆ หน่อยนะ เจาจี้หิวแล้ว”
จางเซียนหันไปพยักพเยิดใส่เด็กสาวที่นั่งจิบชานมอยู่เบาะข้าง ๆ …นี่จำเป็นต้องเตือน เพราะถ้าสองสาวเผลอไปแต่งหน้าจัดเต็มขึ้นมา อาจลากยาวเป็นชั่วโมงได้
“อืม เดี๋ยวลงมา”
พ่านตี้พยักหน้ารับแล้วเดินขึ้นตึกไปพร้อมเพื่อน
ระหว่างทาง หลานเฉียวเฉียวก็อดถามไม่ได้ “เสี่ยวเซียนนี่รวยจริงหรือ? แค่แต่งเพลงมันทำเงินได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขาได้เงินเท่าไหร่ เดี๋ยวค่อยถามดูสิ ทั้งเพลง 《แอปเปิ้ลหอม》 ของพ่อ ทั้งเพลง 《มีศักดิ์ศรี》 ของฉู่โหย่วหรง ฮิตทั้งคู่เลย รายได้ต้องไม่น้อยแน่ ๆ”
พ่านตี้เองก็ตกใจไม่น้อย—ตอนกลับบ้านทีหลังมัวแต่เห่อเจอดารา จนลืมถามพ่อเรื่องรายได้ของเพลงไปเลย
“ว่าแต่…เพลง 《มีศักดิ์ศรี》 เพราะมาก แต่แบบนี้เสี่ยวเซียนต้องเลิกกับฉู่โหย่วหรงแน่ ๆ ถึงแต่งเพลงเจ็บ ๆ แบบนี้ได้ใช่ไหม?”
“ฉันเห็นเน็ตก็ลือกันว่า พอเลิกกันถึงร้องออกมาได้ดีขนาดนี้”
หลานเฉียวเฉียวแอบกระซิบด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“หา?! คงไม่หรอกมั้ง!”
พ่านตี้สะดุ้งโหยง—ก็ครั้งล่าสุดที่กลับบ้านยังเห็นฉู่โหย่วหรงไปที่บ้านอยู่เลยนะ แถมยังถ่ายรูปชุดแต่งงานแล้วด้วย จะเลิกกันได้ไง!
“ก็แค่สงสัยน่ะ เพลงมันอินจริง ๆ”
“เออจริงสิ ของขวัญเมื่อกี้น่ะ เปิดดูสิ กระเป๋า LV หรือเปล่า?”
เปลี่ยนเรื่องทันที หลานเฉียวเฉียวเร่งให้เพื่อนแกะถุง
พ่านตี้เองก็ร้อนรนไม่แพ้กัน รีบล้วงหยิบถุงผ้าออกมาเปิด “จริงด้วย เป็นกระเป๋า!”
ด้านในคือกระเป๋าโท้ทไซส์ใหญ่รุ่นคลาสสิกของ LV เหมาะสุด ๆ สำหรับนักศึกษาอย่างเธอ ทั้งใส่หนังสือ ของใช้ หรือแม้แต่ชุดทำงานเวลาไปฝึกที่โรงพยาบาล
“ไม่อยากจะเชื่อเลย เสี่ยวเซียนนี่ละเอียดกว่าที่คิดนะ”
“รู้งี้ฉันน่าจะลงมือบ้าง ไม่งั้นตอนนี้เราคงได้เป็น ‘เพื่อนสาวตลอดชีวิต’ กันแล้วแหละ”
หลานเฉียวเฉียวยิ้มกริ่ม
“เชอะ!”
พ่านตี้เบ้ปาก “ฉันเคยบอกแล้วให้ลองมองน้องฉันหน่อยสิ”
ใช่—ประโยคนี้เธอเคยพูดจริง ๆ …แต่ตอนนั้นจางเซียนก็ยังเป็นแค่นักศึกษากระเป๋าแห้ง ถึงหน้าตาจะโอเค แต่ก็ไม่เข้าตาแม่ของหลานเฉียวเฉียวที่เป็นข้าราชการสายแข็งแถมชอบวัดค่าคนจากสถานะอยู่ดี
แม่เป็นคนแบบไหน ลูกก็ซึมซับมาด้วย หลานเฉียวเฉียวเลยตั้งมาตรฐานแฟนไว้สูงลิบลิ่ว—ต้อง “สูง หล่อ รวย” ครบ ไม่งั้นไม่เอา
เมื่อก่อนจางเซียนจนเกินไป จึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะอยู่ในสายตา
แต่ตอนนี้…เขาเริ่มเข้าเค้าแล้วจริง ๆ
…
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
จางเซียนนั่งรออยู่ในรถ มือถือก็เปิดติ๊กต็อกเลื่อนดูข่าวเพลง 《มีศักดิ์ศรี》 ที่กำลังดังเปรี้ยงปร้าง—จากแค่ “ชาร์ตเพลงใหม่” ตอนนี้ทะยานไปครองทั้ง “ชาร์ตเพลงฮิต” และ “ชาร์ตเพลงมาแรง” ได้ภายในวันเดียว
สรุปสั้น ๆ—เพลงนี้กำลัง ดังบ้าคลั่ง!
เลื่อน ๆ ไปแป๊บเดียวก็เจอคลิปที่เอาเพลงไปทำ BGM ไม่รู้กี่เวอร์ชันแล้ว
“เสี่ยวเซียน พวกเธอลงมาแล้ว”
เสียงจางเจาจี้เตือน ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมา—แล้วตาค้าง
ขาว เรียว ยาว! มองไปเจอแต่ขาล้วน ๆ!
นี่มันไม่ใช่วิดีโอในติ๊กต็อกแล้ว แต่มาแบบ “เวอร์ชัน 4K” ต่อหน้าเลยทีเดียว!
“เจาจี้ ย้ายไปนั่งข้างหลัง”
จางเซียนรีบบอก
“ทำไมล่ะ?”
เจาจี้ทำหน้ามึน
“ไม่ต้องถาม เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปกินพิซซ่า”
“เย้! ได้เลย!”
เจาจี้รีบย้ายไปนั่งเบาะหลังทันที
จางเซียนยิ้มกว้าง เดินอ้อมไปเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับให้ “เชิญครับพี่เฉียว!”
“หืมม…บริการดีนี่นา”
หลานเฉียวเฉียวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงบนเบาะ—และทันทีที่เธอนั่งลง ขาคู่ยาวนั้นก็ทำเอาสายตาเขาพร่าไปหมด
ใช่เลย—คำพูดที่ว่า “รถยิ่งแพง ขาคนนั่งข้างยิ่งขาวยิ่งยาว” มันจริงอย่างไม่ต้องสงสัย!
“เสี่ยวเซียน รถคันนี้แพงแน่ ๆ เลยสิ ภายในหรูมาก”
หลานเฉียวเฉียวแม้ไม่ค่อยรู้เรื่องรถ แต่ก็ยังพอแยกได้ว่าไม่ใช่ธรรมดา เธอคุ้นแต่ชื่อหรู ๆ อย่างเบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู หรือไม่ก็โรลส์รอยซ์
“ไม่แพงหรอก แค่สี่แสนกว่าเอง”
จางเซียนตอบหน้าตาย แต่คำว่า “แค่” ที่เขาเติมเข้าไป…มันช่างมีพลังจริง ๆ!