ตอนที่ 83 : แพ้ก็ไม่เสียหาย!
ในคอนโดหรูแห่งหนึ่ง
ถังจวิ้นเสียงเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ล้มตัวนอนบนเตียงได้ไม่นาน ก็มีสายโทรศัพท์จาก ตู่เยว่ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการโทรเข้ามา
“คุณตู่ ดึกดื่นขนาดนี้ มีอะไรเหรอครับ!”
“ก็เรื่องจางเซียนนั่นแหละ! กระแสสังคมหักมุมหมดแล้ว แถมยังลากหรงซู่เอนเตอร์ของเรามาขุดคุ้ยอีก ตอนนี้ชาวเน็ตพูดกันสนั่นว่าเราเจตนาจะป้ายสีแก้แค้นเขา ที่สำคัญคือฝั่งเซียนอวี่มิวสิกก็ไม่พลาดจะโหนกระแสนี้ด้วย”
น้ำเสียงตู่เยว่ฟังออกว่ารีบร้อน
“หักมุม?!”
ถังจวิ้นเสียงงงไปพักหนึ่ง เขาจำได้ว่าตอนที่ตัวเองออกมาพูด สถานการณ์ถูกควบคุมแล้วด้วยซ้ำ ฝั่งเขายังเหนือกว่า เพราะด้วยสถานะในวงการที่สั่งสมมานาน คำพูดเรื่อง “เพลง AI ไม่มีวิญญาณ” ยังได้รับเสียงเห็นด้วยไม่น้อย
แค่เขาเพิ่งกลับมาหาแฟนสาว แล้วอาบน้ำเสร็จเท่านั้นเอง ไหงกลายเป็นกลับตาลปัตรซะแล้ว?
“จางเซียนแต่งเพลงได้เพลงหนึ่ง ผู้กำกับคงซานหมินเลือกใช้เป็นเพลงประกอบละครใหม่ ตอนนี้เขาปล่อยตัวอย่างละครออกมา ผลคือเพลงนั้นกลายเป็นดังระเบิด!”
“คุณถัง ในเมื่อคุณเป็นมืออาชีพ รบกวนลองฟังเพลงนี้ แล้วช่วยคิดด้วยว่าจะหามุมโต้กลับยังไง พรุ่งนี้ฝ่ายเราจะได้ทำเอกสารตอบโต้”
“ก่อนคุณออกมาพูดเอง ก็ไม่มีใครโยงกลับมาที่หรงซู่เอนเตอร์หรอก แต่ตอนนี้ทุกสายตาหันมามองบริษัทเราแล้ว คุณอวี๋ข่ายโทรมาด่าฉันไปชุดใหญ่เลย…”
ถ้าไม่โดนด่าเสียก่อน ตู่เยว่ก็คงไม่กล้าโทรหาถังจวิ้นเสียงกลางดึกหรอก ถึงปากจะไม่พูดตรง ๆ ว่าตำหนิ แต่แฝงนัยว่าก็เพราะเขาออกมาโวยวายนั่นแหละ ถึงโดนลากโยง ตอนนี้ถังจวิ้นเสียงก็ยังเป็นรุ่นใหญ่ในวงการ ถึงซีอีโออวี๋ข่ายเองก็ไม่โทรมาด่าตรง ๆ หรอก
“ครับ ๆ ผมเข้าใจแล้ว”
ถังจวิ้นเสียงฟังออก จึงตอบรับแล้วกดวางสาย
จากนั้นเขารีบเปิดดูตัวอย่างละครที่คงซานหมินลงไว้ สิ่งที่ทำให้ตะลึงคือ ยอดกดไลก์ของคลิปตัวอย่างละครนี้ทะลุเกิน 1 ล้านเข้าไปแล้ว!
นี่มันเกินไปแล้ว!
ยิ่งกว่านั้น ตัวอย่างละครเพิ่งปล่อยไม่นาน ยังอยู่ในช่วงแพร่กระจายด้วยซ้ำ
เขาไม่สนใจยอดดูแล้ว แต่ตั้งใจฟังเพลงเต็ม ๆ
หนึ่งรอบ…สองรอบ…สามรอบ…
ยิ่งฟัง ถังจวิ้นเสียงยิ่งตกใจ ตอนแรกเขาตั้งใจหาข้อผิดพลาด สุดท้ายพอฟังจบ กลับลืมไปเลยว่ากำลังจะจับผิด
พอฟังรอบสอง เขากลายเป็นฟังแบบ “คนเสพดนตรี” จริง ๆ ความทรงจำเขาถอยกลับไปสมัยรุ่งเรืองของวงการเพลงเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนนั้นทุกคนทำเพลงด้วยหัวใจจริง ๆ ไม่ใช่เพื่อเรียกกระแส เพลงมากมายในยุคนั้นยังคงขับร้องอยู่จนถึงวันนี้—นั่นคือยุคทองของวงการเพลง
เมื่อเทียบกับปัจจุบันที่ใคร ๆ ก็เอาแต่คิดจะสร้าง “เพลงไวรัล” เพลงที่เรียกยอดวิว หรือทำเพลงแบบเย็บปะต่อ ก็ยิ่งรู้สึกต่างกันลิบลับ
ยิ่งฟังเพลง “บทเพลงของสามัญชน” เขายิ่งสะท้อนใจ—นี่แหละกลิ่นอายของยุคทองเพลงแท้ ๆ
พอฟังรอบสาม เขายอมรับเลยว่า ตัวเองถูกเพลงนี้ชนะแล้ว!
ทั้งชีวิตผ่านทั้งรุ่งเรืองและตกต่ำมา เขาฟังแล้วอินสุด ๆ โดยเฉพาะท่อน:
“เมื่อใดเคยเห็น โลกนี้เปลี่ยนแปลงเพื่อใคร?”
ไม่ว่าคุณจะสูงศักดิ์เพียงใด จะมั่งคั่งขนาดไหน โลกก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเพื่อตัวคุณแม้แต่น้อย สุดท้ายไม่กี่ปีก็ต้องกลายเป็นฝุ่นดินคืนสู่สวรรค์พิภพอยู่ดี
“พี่ถัง เพลงนี้มันจะเว่อร์ไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย?”
แฟนสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่นอนข้าง ๆ เริ่มรำคาญ เธอฟังไม่ออก รู้สึกว่าเพลงนี้ก็ธรรมดา ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจ
“เธอไม่เข้าใจหรอก!”
ถังจวิ้นเสียงดุออกมาเสียงดัง
ถึงคุณจะดูถูกเรื่องนิสัยของเขาได้ แต่เรื่องวิชาชีพเขาคือของจริง ผ่านยุคทองมาเองกับมือ เพลงนี้—เขาแพ้อย่างไม่มีข้อแก้ตัว!
…
รุ่งเช้า
จางเซียนตื่นสายตามเคย เปิดมือถือดูเวลา—10 โมง 5 นาที
เมื่อคืนเขานอนเต็มอิ่มไปเกือบ 10 ชั่วโมง สมกับเป็นวัยรุ่นที่ยังโตอยู่ ต้องนอนเยอะหน่อย
เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง วันนี้เขาได้เงินเข้ามาอีกกว่าสิบล้านหยวน แถมกำไรหลักมาจาก ฉู่โหย่วหรง
เพลง “บทเพลงของสามัญชน” แม้จะดังแล้ว แต่เวอร์ชันเต็มยังไม่ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ทุกคนยังฟังได้แค่จากตัวอย่างละคร 《กาลเวลาทอง》 เท่านั้น
แต่วันนี้ก็จะปล่อยแล้ว
จางตงซานถึงกับออกจากบ้านแต่เช้า ส่งข้อความมาบอกว่าไปถ่ายภาพโปรโมต เพราะ เฉินฮวน เสนอทำเป็น EP โดยเอาจางตงซานมาถ่ายภาพทำปกกับใช้โฆษณาไปด้วย
จางเซียนไม่สนใจอยู่แล้ว เรื่องงานเขาไม่เคยใส่ใจ
…
ระหว่างกินข้าวเช้า เขาเห็นพี่สาวคนที่สอง จางเซิ่งหนาน กำลังเก็บกระเป๋าอีกแล้ว
“พี่สอง จะไปอีกแล้วเหรอ?”
“ใช่จ้ะ ผู้กำกับคงซานหมินจะเปิดกล้องละคร 《แผ่นดินงาม》 แล้ว ฉันได้บทสาวใช้ข้างกายของนางเอก ถึงบทพูดจะไม่เยอะ แต่โผล่บ่อยนะ”
บทนี้ดีกว่าที่เธอเคยได้แสดงมาก่อนเยอะ แม้จะพูดไม่มาก แต่เพราะอยู่ข้าง ๆ นางเอก เลยมีโอกาสออกกล้องบ่อย ได้อัปหน้าขึ้นจอแบบจัดเต็ม
“เจ๋งเลย! งั้นพี่สองสู้ ๆ นะ”
จางเซียนก็ไม่ได้พูดอะไรมาก พี่สาวแต่ละคนมีเส้นทางของตัวเอง ส่วนเขาก็นอนกินต่อไป
…
หลังอาหารเช้า
จางเซียนฮัมเพลงเบา ๆ เดินออกจากบ้าน วันนี้เขานัดกับ หมอเทวดาแห่งยุค หวาซื่อเซียน ไว้ ว่าจะไปตกปลาและสอนเทคนิคการตกปลาเพิ่มเติม
เรื่องไหนที่รับปากแล้ว เขาไม่เคยเบี้ยว
แม้จะสายไปหลายชั่วโมงก็ตาม เพราะหวาซื่อเซียนตื่นตั้งแต่ตีห้า ส่งแชตกับโลเคชันมาแล้ว แต่เขาเพิ่งจะออกจากบ้านตอนสาย ๆ นี่แหละ—วัยรุ่นต้องนอนเยอะ!
“เซียนน้อย ออกไปตกปลาอีกแล้วสิ?”
พอเดินออกจากซอย จางเซียนก็เจอกับ พังเฟย ที่เพิ่งกลับจากสัมภาษณ์งาน เขาสวมชุดทางการ ผมหวีเรียบกริบ ถือแฟ้มเอกสารในมือ ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย
“พี่เฟย สวัสดีตอนเช้า!”
“เช้าอะไรล่ะ ฉันนี่เพิ่งสัมภาษณ์งานกลับมาเลยนะ!”
พังเฟยส่ายหัว พอหันมามองจางเซียนก็อดอิจฉาไม่ได้—ในฐานะเพื่อนในแก๊ง “สามเกรียนหกซอย” ชีวิตต่างกันเกินไปแล้ว เขาเองทุกวันหัวหมุนหางาน ส่วนจางเซียนนี่เอาแต่ตกปลา จีบสาว ใช้ชีวิตชิลสุด ๆ
ไม่นับจางเซียนนะ ตอนนี้แม้แต่ หลิวตงซวี่ ก็ยังหางานได้เงินเดือน 20,000 แล้ว แต่เขายังไม่มีงานเลย
“เป็นไงบ้าง มีงานที่เหมาะมั้ย?”
จางเซียนถามเล่น ๆ
“โห ตอนนี้หางานยากชะมัด! วันนี้ที่ไปสัมภาษณ์ มีทั้งพวกจบมหาลัยชั้นนำ 985, 211* เต็มไปหมด แถมยังมีคนจบโทด้วยนะ เพื่อแค่แย่งงานเงินเดือนหมื่นเดียวเอง มันเว่อร์ไปปะ!”
พอพูดถึงงาน พังเฟยก็พรั่งพรูความเครียดออกมาไม่หยุด “แล้วถ้าฉันยังไม่หางานได้ บ้านฉันคงไล่ฉันออกแน่ ๆ พ่อฉันมองฉันไม่สบตาเลยทุกวัน อยู่บ้านแทบไม่ได้แล้ว!”
พูดจบก็ถอนหายใจหนัก ๆ
จางเซียนเองก็เห็นใจ เลยเสนอขึ้นมาทันที “งั้นพี่เฟยลองขับรถแอปรับส่งผู้โดยสารไปก่อนสิ ระหว่างรอสัมภาษณ์ก็มีรายได้ไปด้วย อย่างน้อยก็ไม่ว่างเปล่า”
“ให้ฉันไปขับรถเนี่ยนะ? ล้อเล่นแล้ว!”
พังเฟยส่ายหัวแรงเหมือนกลองโยน เขาจบจากมหาวิทยาลัยดัง จะให้ไปขับแท็กซี่แอปได้ยังไง!
“เสื้อคลุมยาวของขงอี๋จี*ก็ถอดไม่ได้หรอกนะ!”
…
(จบตอน)
* 985 และ 211 ไม่ใช่ตัวเลขธรรมดา แต่เป็น ชื่อโครงการมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศฮวา (จีน)
- โครงการ 985 (Project 985) เริ่มในปี 1998 (เดือน 5 → เลยเรียก “985”) เพื่อผลักดันมหาวิทยาลัยจีนเข้าสู่ระดับโลก มหาวิทยาลัยดัง ๆ อย่างปักกิ่ง, ชิงหัว, ฟู่ตัน ฯลฯ อยู่ในกลุ่มนี้ เวลาคนพูดว่า “จบ 985” หมายถึง “จบจากมหาวิทยาลัยหัวกะทิกลุ่ม 985”
- โครงการ 211 (Project 211) เริ่มในปี 1995 (ชื่อ 211 = ย่อจาก 21st century, 100 universities) เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ เวลาคนพูดว่า “จบ 211” หมายถึง “จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ได้รับการสนับสนุน แต่ไม่ถึงขั้นท็อปสุดเหมือน 985”
* (ขงอี๋จี) = ตัวละครในเรื่องสั้นคลาสสิกของ หลู่ซุ่น (นักเขียนดังชาวจีน) เขาเป็นชายจน ๆ ตกอับ แต่ยังดื้อดึงใส่เสื้อคลุมยาวแบบนักวิชาการ ทั้งที่ชีวิตล้มเหลวแล้ว → เสื้อคลุมยาวในที่นี้เป็น สัญลักษณ์ของศักดิ์ศรีเก่า ๆ ที่ไม่ยอมปล่อย