ตอนที่ 45 โอสถปรับอวัยวะชั้นเลิศ

  สำนักคุ้มภัยไป๋อวิ๋น ห้องพักข้างของฉินเยว่

  หลังมื้อกลางวัน ฉินเยว่นั่งอยู่หน้าตั้งโต๊ะ มือเล็กเท้าคางขาวผ่องเงียบงัน คอยเฝ้ารออย่างสงบ

  เดิมทีนางกับซิ่งเอ๋อร์ตกลงกันไว้ว่า ช่วงบ่ายจะออกไปยังหุบเขาสนเพื่อล่าสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ ทว่าเมื่อท่านอาจารย์สั่งให้นางรอ นางก็มิอาจขัด นั่งรออยู่โดยว่าง่าย

  ส่วนซิ่งเอ๋อร์กลับเดินวนไปมา ไม่วายเกลี้ยกล่อมให้ออกเดินทางไปด้วยกัน จะได้ไม่เสียเวลา ทว่าไม่ว่านางจะตื๊อเพียงไร ฉินเยว่ก็ไม่ยอม จนซิ่งเอ๋อร์ได้แต่หงุดหงิดใจ

  เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ไม่นานนักก็ล่วงถึงสามชั่วยาม

  ซิ่งเอ๋อร์มองออกไปนอกหน้าต่าง สีหน้ากังวล หากไม่รีบไป เกรงว่าช่วงบ่ายนี้จะเสียโอกาสล่าสัตว์ร้ายกลายพันธุ์หมด

  นางเอ่ยด้วยความร้อนรนว่า “ฉินเยว่ พวกเราไปล่าสัตว์ร้ายกลายพันธุ์กันก่อนเถอะ รอค่ำค่อยกลับมา ตอนนั้นท่านอาจารย์เจ้าก็กลับมาแล้วแน่”

  “ไม่ได้หรอก ข้ายังไม่ได้ยกอาหารกลางวันไปให้ท่านอาจารย์เลย” ฉินเยว่าส่ายหน้ารัว ๆ

  “ยามนี้แล้วเจ้ายังมัวแต่คิดถึงมื้อกลางวันอีก!”

  ซิ่งเอ๋อร์โมโหจนเส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน คิดในใจว่าตนดูแลฉินเยว่ามานานแท้ ๆ แต่เด็กคนนี้คิดถึงแต่หลี่เซวียนตลอดเวลา

  “ฉินเยว่ การจะช่วยท่านอาจารย์หาต้นกำเนิดรากวิญญาณได้ เจ้าก็ต้องสั่งสมหยดวิญญาณเพลิงและประสบการณ์การต่อสู้ให้มาก หากมัวเสียเวลาช่วงบ่ายนี้ไป ก็เท่ากับชะลอการช่วยท่านอาจารย์ เจ้าจะทนมองท่านไร้รากวิญญาณไปตลอดหรือ?” ซิ่งเอ๋อร์ตัดใจพูดตรง ๆ

  “ข้า…”

  ฉินเยว่ตื่นตระหนก มือเล็กกุมกันแน่นไม่รู้จะทำอย่างไร

  “ศิษย์พี่ฉินเยว่ ไม่เป็นไรหรอก เพียงครึ่งวันเอง หากท่านอาจารย์ให้เจ้าเฝ้ารอ แสดงว่ามีเหตุแน่”

  ซ่งเสี่ยวเหม่ยที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยขึ้น นางกำลังขับเคลื่อนเลือดลม เสริมสร้างร่างกายด้วยตนเอง เนื่องด้วยพลังเพิ่งถึงฝึกกายชั้นสาม จึงยังออกไปล่าสัตว์ร้ายไม่ได้ ทำได้เพียงบ่มเพาะอยู่บ้าน ปลุกสายเลือดแมวโลหิตให้ตื่นขึ้น

  “เช่นนั้นหรือ เช่นนั้นข้าก็ต้องรอท่านอาจารย์ ห้ามให้เสียเรื่องของท่านไป”

  เมื่อได้ฟังคำซ่งเสี่ยวเหม่ย ฉินเยว่ก็พยักหน้ารับ รีบกลับไปนั่งรอตามเดิม

  “เฮ้อ…ก็ได้ เช่นนั้นรออีกสักหน่อย”

  ซิ่งเอ๋อร์ถอนหายใจยาว ยอมนั่งลงข้าง ๆ แม้ในใจยังเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

  …

  เวลาผ่านไปอีกสองชั่วยาม

  ฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นย่ำสนธยา แต่หลี่เซวียนยังไม่กลับมา ซิ่งเอ๋อร์ชักไม่สบอารมณ์ คิดว่าเสียเวลาทั้งบ่ายเปล่า ๆ

  ทันใดนั้นเอง

  เสียงฝีเท้าดังขึ้นนอกเรือน เสียงเดินคุ้นหูนั้นทำให้ฉินเยว่ลุกพรวดขึ้นทันที

  “นั่นเสียงท่านอาจารย์เดิน!”

  หูเล็กของนางไวประหนึ่งสัตว์น้อย พอได้ยินก็รีบวิ่งไปเปิดประตู เห็นหลี่เซวียนก้าวเข้ามาพอดี

  “ขอโทษที มาช้าไปหน่อย ของสิ่งนี้มอบแก่เจ้า” หลี่เซวียนหยิบห่อผ้าสีน้ำเงินสองห่อ ทั้งใหญ่และเล็ก ยื่นให้นาง

  “ในนี้เป็นโอสถสำหรับเจ้า ส่วนของซ่งเสี่ยวเหม่ย ต้องรอจนถึงฝึกกายชั้นหกจึงจะได้”

  “โอสถ? ขอบคุณเจ้าค่ะท่านอาจารย์” ฉินเยว่รับมาเก็บไว้อย่างซาบซึ้ง

  “ไม่เป็นไร หากการฝึกมีสิ่งใดไม่เข้าใจ มาหาข้าได้เสมอ” หลี่เซวียนยิ้มเอ่ย แล้วหมุนกายจากไป

  “เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์”

  ฉินเยว่พยักหน้าถี่ ๆ มองตามหลังท่านอาจารย์จนลับตา

  พอเขาจากไป ซิ่งเอ๋อร์ก็เดินเข้ามา ส่ายศีรษะพูดเสียงเบื่อหน่าย

  “ที่แท้ให้รอทั้งวัน ก็เพียงเพื่อมอบโอสถหนึ่งห่อ ข้าว่าเสียเวลาเปล่าชะมัด”

  “ไม่หรอก มีโอสถจากท่านอาจารย์ ข้าย่อมฝึกได้เร็วขึ้น แข็งแกร่งขึ้น” ฉินเยว่ายิ้มอ่อนโยน

  “โอสถพวกนี้ ข้าเองสามารถหามาให้ได้จากหอหมื่นสมบัติ และยังเป็นโอสถปรับอวัยวะที่เหนือกว่าโอสถเสริมกายเสียอีก” ซิ่งเอ๋อร์ถอนใจ คิดว่าหลี่เซวียนเป็นเพียงอัจฉริยะในโลกมนุษย์ มองไม่เท่าผู้ฝึกเซียน

  ในสายตานาง คิดว่าของที่เขามอบให้น่าจะเป็นเพียงโอสถเสริมกาย ซึ่งสู้โอสถปรับอวัยวะไม่ได้ เพียงแต่ว่าโอสถปรับอวัยวะมีพิษสะสม นางจึงไม่ยอมให้ฉินเยว่ใช้ ยิ่งเห็นฉินเยว่ยกหยดวิญญาณเพลิงให้หลี่เซวียนทั้งหมด ใจยิ่งขุ่นมัว

  “ศิษย์พี่โอสถเหล่านี้คือโอสถเสริมกายหรือ? ปริมาณมากทีเดียว มูลค่าคงไม่ใช่น้อย ๆ” ซ่งเสี่ยวเหม่ยโผล่มาดูอย่างตื่นตา

  “น่าจะใช่ ข้าลองเปิดดู”

  ฉินเยว่วางห่อใหญ่ห่อเล็กลงบนโต๊ะ เปิดห่อใหญ่ก่อน เผยให้เห็นขวดโอสถเล็กเรียงรายเต็มไปหมด

  ซ่งเสี่ยวเหม่ยหยิบขึ้นมาเปิดกลิ่น กลิ่นหอมโอสถลอยออกมาทันใด ทำให้ผู้สูดดมสดชื่นทั้งกายใจ

  “อืม?”

  ซิ่งเอ๋อร์ได้กลิ่นพลันเลิกคิ้ว รีบเดินมาหยิบขวดหนึ่ง เทโอสถออกมาเม็ดหนึ่ง

  ทันใดนั้น

  เม็ดยากลมเกลี้ยงราวหยก ส่องแสงใสกระจ่างปรากฏตรงหน้า ความงดงามของมันทำให้ดวงตาซิ่งเอ๋อร์เบิกกว้าง

  “มีอะไรหรือพี่ซิ่งเอ๋อร์? หรือว่าไม่ถูกต้อง?” ฉินเยว่ถามด้วยความสงสัย

  “นี่…นี่คือโอสถปรับอวัยวะ! ยิ่งกว่านั้นยังเป็น โอสถปรับอวัยวะชั้นเลิศ อีกด้วย เกินคาดจริง ๆ ที่ท่านอาจารย์เจ้าจะหามาได้!” ซิ่งเอ๋อร์อุทาน

  “โอสถปรับอวัยวะชั้นเลิศ? ฟังดูยิ่งใหญ่นัก” ฉินเยว่ตาโตเป็นประกาย

  “มิใช่เพียงยิ่งใหญ่! โอสถปรับอวัยวะโดยทั่วไปก็มีค่ากว่าโอสถเสริมกายสิบเท่า แต่ถ้าเป็นโอสถปรับอวัยวะชั้นเลิศแล้วเล่า มูลค่าย่อมสูงกว่าร้อยเท่า แถมยังไม่มีขายทั่วไปอีกด้วย” ซิ่งเอ๋อร์กล่าวจริงจัง

  “ถึงเพียงนั้นเชียว?”

  ซ่งเสี่ยวเหม่ยเองก็ตะลึง มือเล็กขาวผ่องหยิบเม็ดโอสถขึ้นพิจารณา

  “ถูกแล้ว ที่สำคัญที่สุด โอสถปรับอวัยวะทั่วไปไม่ว่าชั้นต่ำหรือชั้นกลาง ล้วนมีพิษสะสม ทว่าสำหรับโอสถปรับอวัยวะชั้นเลิศ กลับแทบไม่เกิดพิษเลย ต่อให้มีก็เพียงเล็กน้อย ร่างกายสามารถขับออกได้เอง ไม่กระทบการฝึกเลยแม้แต่น้อย

  โอสถดีเลิศเช่นนี้ ท่านอาจารย์เจ้ากลับยอมมอบให้เจ้าเป็นจำนวนมาก…ข้าเองคงมองเขาต่ำไปแล้วจริง ๆ” ซิ่งเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงทึ่ง

  “ไม่แปลกใจแล้วที่ท่านอาจารย์ให้ข้ารอ ที่แท้ก็เพื่อมอบโอสถล้ำค่าเหล่านี้ให้ ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านอาจารย์ห่วงใยข้าที่สุด”

  ฉินเยว่พูดด้วยเสียงแผ่ว ดวงตาเต็มไปด้วยแววศรัทธาต่อหลี่เซวียน

  “เขาแน่แท้เป็นอาจารย์ที่ดีเลิศ การหามาซึ่งโอสถปรับอวัยวะชั้นเลิศมากมายเช่นนี้ ต่อให้ข้าเองยังทำไม่ได้ภายในเวลาอันสั้น ข้าคิดว่าเขาน่าจะพยายามหามาให้เจ้า ตั้งแต่รับเจ้าเป็นศิษย์ก็ว่าได้ คงทุ่มเทไม่น้อยเลย” ซิ่งเอ๋อร์เอ่ยอย่างซับซ้อน

  “ท่านอาจารย์…”

  ฉินเยว่ได้ยินเช่นนั้น ใจเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง น้ำตาคลอ

  “ก็ใช่แล้ว เพียงสมุนไพรหลักอย่างดอกโลหิตอวัยวะ ก็หายากเหลือเกิน ปกติมักถูกตระกูลใหญ่และสำนักใหญ่กว้านซื้อไปหมด คนทั่วไปแทบไม่มีสิทธิ์ได้”

  ซ่งเสี่ยวเหม่ยพยักหน้าจริงจัง

  “ดังนั้น ครานี้อาจารย์พวกเจ้าถึงกับทุ่มสุดกำลังจริง ๆ เขาถือว่าทำเพื่อศิษย์อย่างถึงที่สุดแล้ว”

  ยิ่งพูด ซิ่งเอ๋อร์ยิ่งรู้สึกสายตาต่อหลี่เซวียนเปลี่ยนไป จากที่เคยระแวง กลับกลายเป็นยกย่องในใจ ว่าเป็นอาจารย์ตัวอย่างที่หาได้ยากนัก

  อย่างไรก็ตาม…

  สิ่งที่ทำให้นางใคร่รู้ที่สุด กลับเป็นห่อผ้าสีน้ำเงินเล็กอีกห่อนั้น

  (จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 45 โอสถปรับอวัยวะชั้นเลิศ

ตอนถัดไป