ตอนที่ 5 ยื่นมือช่วยเหลือ

  เมื่อรู้ว่าเฉินหรานเลิกกับโจวจื่อเชี่ยนแล้ว หวังเหม่ยหลิงก็อดรู้สึกปนเปไปหมดไม่ได้

  จริง ๆ แล้ว เธอไม่เคยปลื้มลูกสะใภ้คนนั้นสักเท่าไร ในฐานะแม่คน ผ่านอะไรมาก่อนก็รู้ดีว่าเรื่อง “คู่ควร” มันสำคัญแค่ไหน

  แต่ตอนนั้นลูกชายกำลังอินเลิฟเต็มที่ เธอจึงทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยเลยตามเลย

  ไม่คิดเลยว่า สุดท้ายก็ยังหนีไม่พ้นการล้อเล่นของโชคชะตา

  เธอมองลูกชายที่นั่งอยู่ข้างเตียง กำลังบรรจงเช็ดแขนให้พ่อ ดวงตาเธอเริ่มแดงก่ำ

  “หรานหราน…”

  “ว่าไงครับแม่?”

  มองแผ่นหลังลูกชายที่คอยดูแลพ่ออย่างระมัดระวัง คำพูดที่อยากเอ่ยกลับกลืนลงคอ เธอฝืนยิ้มแทน “เที่ยงนี้อยากกินอะไร เดี๋ยวแม่ไปตลาดทำกับข้าวแล้วเอามาให้”

  เฉินหรานยิ้มอุ่นใจ ส่ายหัว “ไม่ต้องหรอกครับ เที่ยงนี้ผมนัดเพื่อนแล้ว พอดีเมื่อกี้เพิ่งตกลงกันไว้ จะเบี้ยวนัดไม่ได้”

  หวังเหม่ยหลิงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “เพื่อน? ผู้ชายหรือผู้หญิง?”

  ในหัวเฉินหรานแวบขึ้นมาทันที…ขายาวของหงซินหร่าน “ผู้หญิงครับ คุณหมอหงซินหร่านที่ผ่าตัดพ่อไง แม่ก็น่าจะรู้จักนะ”

  หวังเหม่ยหลิงชะงักไปทันที แน่นอนว่าเธอจำได้ดี แต่ไม่คิดเลยว่าคุณหมอคนเก่งนั่นจะเป็นเพื่อนเก่าของลูกชาย

  ทันใดนั้นหัวแม่ก็เริ่มแล่นปรู๊ดอีกรอบ สำหรับอาชีพอย่างหมอหรือพยาบาลแล้ว แม่ ๆ ส่วนใหญ่มักถูกใจเป็นพิเศษ

  ยังไม่ทันได้ถามต่อ เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากทางเดิน

  “คุณหมอหง! นี่มันหมายความว่ายังไง! เครื่องเสียแบบนี้ โรงพยาบาลไม่รับผิดชอบเหรอ?”

  “คุณผู้หญิง ใจเย็น ๆ ก่อน คุณหมอหงไม่ได้หมายความแบบนั้น ตอนนี้สิ่งสำคัญคือรีบเซ็นเอกสารยินยอมก่อนค่ะ!”

  “ฉัน…ฉันไม่เซ็น! ถ้าผ่าตัดแล้วพลาด ใครจะรับผิดชอบล่ะ?”

  “คุณคะ! เด็กกำลังจะตายอยู่แล้วนะ ถ้าไม่เซ็นก็ไม่มีทางรอดแน่ อย่างน้อยผ่าตัดยังมีหวัง แต่ถ้าปล่อยไปแบบนี้ วันนี้ไม่รอดแน่นอน!”

  แม่ลูกเฉินหรานได้ยินก็พากันเดินออกมาดู

  ที่หน้าห้องพักผู้ป่วยไม่ไกล มีหญิงแต่งตัวหรูหรากำลังโวยวายอยู่กับพยาบาลสองคน ส่วนหงซินหร่านยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้ากระวนกระวายใจ

  สองพยาบาลดูช่ำชองกับเหตุการณ์ทำนองนี้ดี คนหนึ่งรีบคว้าตัวหงซินหร่านไม่ให้พูดอะไร ส่วนอีกคนพยายามเกลี้ยกล่อมญาติคนไข้

  แต่หงซินหร่านก็อดรนทนไม่ได้ “จะผ่าก็ต้องรีบผ่า ไม่งั้นเด็กก็ขาดอากาศตาย! เวลานี้ยังมัวลังเลอะไรอีก!”

  เฉินหรานถึงกับส่ายหัวขำ ๆ ในใจ “เธอยังเป็นคนอารมณ์ร้อนเหมือนเดิมเลยนะ เป็นหมอก็ห้ามพูดจาแรงแบบนี้ ไม่งั้นญาติเขาจะจับผิดเอา”

  จริงตามคาด หญิงคนนั้นก็ชี้หน้าด่า “พูดแบบนี้ได้ยังไง! โรงพยาบาลใหญ่โต แต่กลับหาเครื่องช่วยหายใจเพิ่มไม่ได้ แล้วยังกล้าว่าฉันอีกเหรอ!”

  พยาบาลรีบห้ามไม่ให้หงซินหร่านโต้เถียง พร้อมหันมาอธิบาย “คุณนายอู๋คะ เครื่องช่วยหายใจเด็กต้องสั่งทำพิเศษ เราเคยคุยแล้วว่าควรซื้อสำรองไว้ แต่คุณไม่ยอม แบบนี้โทษโรงพยาบาลไม่ได้แล้วนะคะ”

  หญิงคนนั้นชะงักไป แต่ก็ยังเถียงกลับ “เครื่องหนึ่งตั้งเป็นล้าน! คุณคิดว่าบ้านฉันพิมพ์แบงก์เองได้เหรอ!”

  “แล้วจะรออะไรอีก! จะช่วยหรือไม่ช่วยเด็กกันแน่!” พยาบาลขึ้นเสียง

  หญิงคนนั้นเงียบไปทันที ก่อนควักมือถือกดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าไม่พอใจ

  หงซินหร่านเหลือบมองแล้วกัดฟันหันไปถามพยาบาล “อยู่ดี ๆ เครื่องถึงเสีย ทำไมกันแน่?”

  พยาบาลถอนหายใจพลางกระซิบ “ฉันเตือนแล้วว่าอย่าวางแจกันบนเครื่อง เธอไม่ฟัง เช้านี้เอาดอกไม้มาใหม่อีก ฉันเดาว่าน้ำคงหยดเข้าจนช็อต”

  หงซินหร่านหันไปมองหญิงคนนั้นตาขวาง พึมพำเบา ๆ “ลองไปดูกล้องวงจรปิดหน่อย แล้วแจ้งตำรวจด้วย เรื่องนี้ฉันว่ามีเบื้องหลัง”

  พยาบาลชะงัก แล้วเบิกตากว้าง “อย่าบอกนะ…ว่าเธอตั้งใจทำ?!”

  หงซินหร่านพยักหน้าเบา ๆ “ไม่ใช่ว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงของโต้วโต้วเหรอ?”

  พยาบาลสีหน้าซีดเผือด รีบไปสั่งการทางวิทยุ เธอเองก็เจอเรื่องสกปรกมามาก จึงระแวงไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

  พอกลับมาก็บ่นด้วยความโกรธ “หวังว่าฉันจะคิดผิด…โต้วโต้วแค่ห้าขวบเองนะ”

  หงซินหร่านได้แต่พิงผนังอย่างหมดหนทาง

  พยาบาลอีกคนมองเข้าไปในห้องอย่างสงสาร “ถ้าเครื่องช่วยหายใจซ่อมได้ เด็กยังมีหวัง น่าเสียดายที่ศาสตราจารย์หลี่หมิงอี้ไม่อยู่ ไม่งั้นยังพอมีทาง”

  หงซินหร่านกัดฟัน หยิบมือถือโทรออก “พ่อคะ เรื่องนี้เกี่ยวกับชีวิตเด็ก ตอนนี้มีแต่คุณเท่านั้นที่ช่วยได้ นักวิศวกรเครื่องกลในกองทัพต้องมีสักคนที่ซ่อมได้แน่…”

  เฉินหรานได้ยินพลางหันไปมองห้องผู้ป่วย เขาเห็นท่าทีโทรศัพท์ของหงซินหร่านไม่ราบรื่นนัก

  เขาหันไปบอกแม่ “แม่รออยู่นี่นะ ผมไปดูหน่อย”

  เฉินหรานก้าวไปหา “ซินหร่าน ให้ฉันเข้าไปดูเครื่องหน่อยได้ไหม?”

  เธอหันมองอย่างงง ๆ ไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่ ตอนนี้ในหัวเธอยังวุ่นวาย เพราะพ่อตอบปฏิเสธไปแล้ว บอกว่าไม่สามารถเรียกตัวผู้เชี่ยวชาญจากกองทัพได้

  เฉินหรานยกมือแตะคิ้วเธอเบา ๆ คลายรอยขมวด แล้วพูดเสียงนุ่ม “พาฉันเข้าไปดูหน่อยสิ เผื่อฉันซ่อมได้ เธอลืมแล้วเหรอว่าฉันเรียนอะไรมา?”

  หงซินหร่านอึ้งไปกับสัมผัสนั้น แต่ทันทีที่ได้ยินคำพูด ดวงตาเธอก็สว่างขึ้น

  “นาย…แน่ใจเหรอ?”

  เฉินหรานหัวเราะเบา ๆ “ก็แค่ลองดู ไม่ใช่รักษาคนป่วยสักหน่อย จะกลัวคดีความทำไม”

  หงซินหร่านคิดตามแล้วก็จริง—เฉินหรานเรียนวิศวกรรมเครื่องกล แถมยังเคยทำงานเป็นวิศวกรที่ SAIC ถึงจะไม่ใช่สายเครื่องมือแพทย์ แต่ตอนนี้ก็ต้องลองแล้วล่ะ

  เธอจึงดึงเขาเข้าไปในห้องทันที

  บนเตียงเด็กน้อยถูกห่อด้วยแผ่นฟิล์มกันเชื้อ เห็นร่างเล็ก ๆ ของโต้วโต้วกำลังหอบหายใจอย่างทรมาน

  หงซินหร่านชี้ไปที่เครื่องช่วยหายใจ “นี่คือเครื่องสั่งทำจากเยอรมัน ข้าง ๆ คือคู่มือ เจ้าหน้าที่เทคนิคเราลองแล้ว แต่เปิดไม่ติด คาดว่าชิปเสีย”

  เฉินหรานพยักหน้า ก้มไปดูแผงวงจรที่เปิดออกแล้ว ก่อนหันกลับมายิ้มให้หงซินหร่าน จากนั้นใช้ตัวบังไม่ให้ใครมองเห็น แล้ววางมือบนเครื่อง

  【เครื่องช่วยหายใจชนิดผสมออกซิเจน-อากาศ อัตราฟื้นคืน 2.31% ไม่รองรับการแลกของเก่าเป็นของใหม่】

  “หา?”

  เฉินหรานตะลึง เหงื่อแตกซึม…ซวยแล้ว อัตราฟื้นคืนไม่ถึง 5%!

  แต่เมื่อคิดถึงสายตาคาดหวังจากหงซินหร่าน เขาก็ตัดสินใจเสี่ยง เดินหน้าแก้ปัญหาเองทันที

  เขาแอบงัดชิปตัวหนึ่งงอไปเล็กน้อย

  【เครื่องช่วยหายใจชนิดผสมออกซิเจน-อากาศ รองรับการแลกของเก่าเป็นของใหม่ อัตราฟื้นคืน 6.67% สำเร็จ 100% วัสดุสิ้นเปลือง 142 หยวน】

  【ตรวจพบยอดเงินโฮสต์เพียงพอ จะทำการฟื้นคืนหรือไม่ กรุณายืนยัน!】

  “ทำเลย!”

  แสงสีขาววาบผ่านตา ชิปกลับมาเหมือนใหม่ แถมฝาครอบเครื่องก็ปิดกลับเข้าที่เอง

  ทันใดนั้น เสียงร้องอย่างตื่นเต้นก็ดังขึ้น “ติดแล้ว! หน้าจอกลับมาทำงานแล้ว!”

  เฉินหรานถอนหายใจโล่งอก แต่ยังไม่ทันเอ่ยอะไร ร่างเขาก็ถูกโถมเข้ามากอดแน่น—หงซินหร่านกระโจนกอดเขาเต็มแรง

【จบตอนที่ 5】



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 5 ยื่นมือช่วยเหลือ

ตอนถัดไป