ตอนที่ 4 เพื่อนร่วมชั้นเก่า
เฉินหรานกินก๋วยเตี๋ยวผัดเสร็จ กลับถึงบ้านก็เกือบห้าทุ่มกว่าแล้ว
เด็กสาวคนนั้น—จ้าวม่อม่อ ช่างพูดเป็นบ้า คุยกับเขายาวสองชั่วโมงเต็ม จนกระทั่งใกล้เวลาหอพักของมหาวิทยาลัยปิด ถึงได้จำใจลากลับไป
เฉินหรานส่ายหัวหัวเราะขื่น ๆ รู้สึกว่าถ้าเขาปล่อยเนื้อปล่อยตัวอีกหน่อย คงไม่ต้องกลับบ้านคืนนี้แล้วก็ได้
หันไปมอง Porsche Cayenne ที่จอดอยู่ในโกดัง เขาก็อดถอนหายใจไม่ได้
จากนี้ไป เรื่องแบบนี้คงเจอบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ สินะ…คงต้องหัดปรับตัวแล้วล่ะ
ยังไงเขาก็เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ความต้องการแบบนั้นก็มีเหมือนกัน
ถึงอีกฝ่ายจะมีจุดประสงค์อะไรแอบแฝง แต่เหมือนที่ท่านหลู่ซวิ่นเคยว่าไว้—“เธออาจจะได้กำไร แต่ฉันไม่มีวันขาดทุน!”
ส่วนเรื่องของโจวจื่อเชี่ยน…
เฉินหรานตัดใจได้แล้ว
คิดถึงภาพอาหารเช้าที่เขาตั้งใจทำให้ทุกวัน แต่สุดท้ายก็ต้องเทลงถังขยะ เขาก็รู้ทันทีว่าความสัมพันธ์นั้นไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม
เขาเองก็ควรเตรียมตัวเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที
คืนนั้น เขาล้างหน้าแปรงฟันแล้วเข้านอนอย่างเงียบสงบ
…
รุ่งเช้า
เฉินหรานขับคาเยนน์ไปซูเปอร์มาร์เก็ตก่อน ตามที่แม่กำชับไว้ ให้ซื้อของใช้จำเป็นหลายอย่าง
สิบโมงตรง เขาก็มาถึงโรงพยาบาลทหาร
คาเยนน์หรูเหมือนมีออร่าในตัวเอง แต่ก่อนเวลาเขาเอารถเข้าที่จอด รปภ.ไม่เคยชายตามองสักหน มาวันนี้กลับพากันวิ่งมาช่วยโบกรถหาที่จอดให้ แถมยังหามุมร่ม ๆ ให้ด้วย
เฉินหรานกวาดตามองป้ายข้าง ๆ …เขียนว่า “สำหรับเจ้าหน้าที่เท่านั้น”
เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนควักห่อบุหรี่ยี่ห้อ “เก้าห้าจื้อจุน” ที่เพิ่งซื้อออกมายื่นให้รปภ.
จริง ๆ ตั้งใจเอาไว้แจกให้ลุง ๆ ญาติ ๆ ตอนมาเยี่ยมพ่อ แต่กลายเป็นว่ารปภ.ได้ไปก่อน
รปภ.วัยกลางคนตาโต รีบรับไว้สองมือด้วยดีใจสุด ๆ แถมยังอาสาช่วยเขายกของอีก
พ่อเฉินหรานพักอยู่ชั้นเจ็ด ตึกผู้ป่วยทั่วไป เขาออกจากลิฟต์ กล่าวขอบคุณรปภ. แล้วเดินตรงไปยังห้องพัก
ครึ่งเดือนนี้เขามาที่นี่บ่อย จนคุ้นเคยแล้ว
เดินผ่านเคาน์เตอร์พยาบาล พลันเห็นใบหน้าคุ้นตา
เฉินหรานชะงัก ยังไม่ทันเอ่ย ฝ่ายนั้นก็ร้องทักด้วยความประหลาดใจ “เฉินหราน! เธอมาทำอะไรที่นี่?”
เขาเองก็อึ้งเหมือนกัน คนตรงหน้านี้…สูงโปร่งในชุดกาวน์สีขาว ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ หงซินหร่าน หัวหน้าห้องสมัยมัธยม!
“หงซินหร่าน! โอ้โห บังเอิญจริง ๆ …เอ๊ะ ไม่สิ ต้องบอกว่าห่างหายไปนานแล้วนะ ไม่คิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นนางฟ้าในชุดกาวน์จริง ๆ ยินดีด้วย!”
หงซินหร่านยิ้มก้าวออกมาจากเคาน์เตอร์ จ้องมองเฉินหรานที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในวันนี้ ดวงตาเธอแฝงความสะเทือนใจแวบหนึ่ง
ผู้หญิงทุกคนล้วนมีชายคนหนึ่งที่ยากจะลืมเลือน…เป็นความทรงจำอันงดงามของวัยเรียน
สำหรับหงซินหร่าน คนคนนั้นก็คือเฉินหราน เพียงแต่ในตอนนั้น เธอไม่กล้าสารภาพ
ส่วนเฉินหรานตอนนั้นก็เอาแต่ก้มหน้ากับตำรา เรียกได้ว่าเป็น “หนอนหนังสือ” ไม่คิดเรื่องรักใครเลย
เผลอแป๊บเดียว ผ่านไปเกือบหกปี นับจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่เคยเจอกันอีก
เฉินหรานได้เข้าเรียนที่ฟู่ตัน ส่วนเธอเลือกเรียนแพทย์ที่จินเฉิน
หงซินหร่านมองเขา แววตาแอบหม่นลงเล็กน้อย เพราะเธอรู้ว่าเฉินหรานมีแฟนแล้ว และยังรักกันมาหลายปี ถึงขั้นคุยเรื่องแต่งงานกันแล้ว
เฉินหรานไม่คิดอะไรนัก กลับยิ้มกว้าง “หัวหน้าห้อง สะดวกไหม เที่ยงนี้ฉันเลี้ยงข้าวเอง”
หงซินหร่านพยักหน้า มองของในมือเขาแล้วถามด้วยความสงสัย “ของพวกนี้…บ้านมีใครป่วยเหรอ?”
เฉินหรานก็ไม่ปิดบัง ถอนหายใจ “พ่อฉันน่ะ เดือนก่อนตอนขนของ สลิงขาดทับลงมา เกือบเอาชีวิตไม่รอด วันนี้ฉันมาเข้าเวรแทนแม่ ให้แม่ได้กลับไปพักบ้าง”
“อ๋อ…คุณอาเจี้ยนกั๋วใช่ไหม? อยู่ห้อง 716?”
เฉินหรานพยักหน้า
หงซินหร่านถอนหายใจโล่ง “ดีแล้วล่ะ ที่ไม่เกิดปัญหา ไม่งั้นฉันคงไม่มีหน้าเจอเธออีก”
เฉินหรานมองงง ๆ
เธอรีบอธิบาย “ผ่าตัดพ่อเธอน่ะ ฉันเป็นคนลงมือ ตอนนั้นหัวหน้าฝ่ายออกไปซีปั๋วพอดี เลยให้ฉันรับหน้าที่แทน ไม่คิดเลยว่าการผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต ฉันจะได้ลงมือกับคุณอาเจี้ยนกั๋ว”
เฉินหรานก็ตกใจปนประทับใจ ไม่คิดว่าอดีตหัวหน้าห้องที่ใฝ่ฝันอยากเป็น “นางฟ้าในชุดกาวน์” ตอนนี้จะได้กลายเป็นหมอศัลยแพทย์จริง ๆ แถมยังทำงานอยู่โรงพยาบาลทหารแบบนี้อีก
เขาถึงเพิ่งนึกออก ว่าพ่อของหงซินหร่านเองก็เป็นนายทหารใหญ่ในกองทัพ
“โอ้โห แบบนี้เธอก็ถือเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตพ่อฉันเลยสิ แบบนี้ฉันเลี้ยงข้าวต้องจัดหนักแล้วล่ะ!”
เฉินหรานแซวเล่น ทำเอาหงซินหร่านค้อนให้ตาโต “พูดอะไรน่ะ ถ้าตอนนั้นรู้ว่าเป็นคุณอาเจี้ยนกั๋ว ฉันคงไม่กล้าลงมือด้วยซ้ำ”
“ฮ่า ๆ ๆ ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าพ่อฉันยังอยู่ดีไม่ใช่เหรอ”
หงซินหร่านเชิดอกขึ้นนิด กาวน์สีขาวยังปิดบังสัดส่วนชวนสะดุดตาไม่มิด
“แน่นอนอยู่แล้ว! แต่ฟังที่เธอพูดเมื่อกี้…ถ้าไม่ใช่เพราะช่วยพ่อเธอ เธอคิดจะเลี้ยงฉันแค่ข้าวธรรมดา ๆ งั้นสิ?”
เธอยืนสูงเกือบ 176 ซม. แม้ไม่ใส่ส้นสูง แต่พอเธอเชิดตัวขึ้น ความสูงก็เกือบเทียบเขาที่ 183 ซม. ได้พอดี
ทั้งสองยืนห่างกันไม่ถึงคืบ กลิ่นแชมพูอ่อน ๆ จากเส้นผมเธอลอยมาแตะจมูก
มองใบหน้าที่เคยมีความห้าว แต่ตอนนี้กลับดูสง่างามขึ้น เฉินหรานอดคิดไม่ได้ว่าหงซินหร่านเปลี่ยนไปมากจริง ๆ มีเสน่ห์มากกว่าสมัยเป็น “ทอมบอย” ที่ชอบแกล้งเขาเยอะ
ทั้งคู่พูดคุยกันอีกพัก จนกระทั่งมีพยาบาลมาเรียกหงซินหร่านไปทำงาน
“เฉินหราน ไว้เลิกกะ ฉันจะไปหาที่ห้องพ่อเธอ”
พูดจบเธอก็รีบเดินจากไป
เฉินหรานมองแผ่นหลังนั้น และเรียวขายาวใต้กาวน์ยาว พลันใจเขาก็เต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
เขาไม่ใช่คนโง่ ย่อมรู้สึกได้ถึงท่าทีของเธอ
แต่หัวใจเขาตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เรื่องรักเขาไม่คาดหวังอีกแล้ว
เข้ามาในห้องพัก เห็นแม่กำลังปอกแอปเปิลอยู่ พอเห็นเขาก็ยิ้มส่งผลไม้มาให้ แล้วหันไปจัดของที่ซื้อมาด้วย เธอบอกว่า “เมื่อกี้อาของเธอรู้ว่าลูกกลับมา เขาถามว่าอยากไปพักที่บ้านเขาไหม จะได้มาโรงพยาบาลสะดวก”
เฉินหรานเหลือบมองพ่อที่ยังหลับอยู่ ลดเสียงตอบ “ไม่เป็นไรหรอกแม่ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะสืบต่อสถานีรับซื้อของเก่าของพ่อ ผมกลับมาครั้งนี้จะไม่ไปไหนอีกแล้ว ต่อไปแม่กับพ่อก็แค่ใช้ชีวิตสบาย ๆ ปลูกต้นไม้เลี้ยงดอกไม้ก็พอ”
หวังเหม่ยหลิงชะงักไป หันมาขมวดคิ้ว “ไม่กลับซีปั๋วแล้วเหรอ? แล้วจื่อเชี่ยนล่ะ?”
เฉินหรานส่ายหน้า “เราเลิกกันแล้ว”
【จบตอนที่ 4】