ตอนที่ 56 “อ๊าวว์!”
ค่ำคืนนี้แสงจันทร์ทอแสงกลมโตเต็มฟ้า
ดวงจันทร์เพิ่งเริ่มกลมได้ไม่นาน เหมือนเป็นสัญญาณของความพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัว ทั้งที่จริงแล้ว—นายทอผ้าและสาวทอผ้าพึ่งแยกจากกันไม่นานนี่นา หรือว่าพวกเขา…ต่างคนต่างสร้างครอบครัวใหม่ไปแล้ว?
บางทีคนโบราณอาจกลัวคนรุ่นหลังจะคิดแบบนี้ จึงตั้งชื่อให้ค่ำคืนพระจันทร์กลมดวงนี้ว่า “คืนวันสารทผี” เสียเลย
แม้แต่โรงพยาบาลทหาร ที่ปกติไม่เคยมีบรรยากาศวังเวง ก็ยังดูเงียบกว่าทุกวัน เชื่อเถอะ คนที่เชื่อเรื่องโชคลางคงไม่กล้าออกจากตึกคืนนี้แน่
เห็นว่าพี่ลูกพี่ลูกน้องกับหนิวซินซินยังไม่กลับมา เฉินหรานเลยเดินเล่นมาถึงเคาน์เตอร์พยาบาล
พี่สาวหัวหน้าพยาบาล “พี่ลี่” บอกว่า หงซินหร่านเพิ่งออกจากห้องผ่าตัด กำลังพักอยู่ในห้องพักเจ้าหน้าที่ด้านหลัง
เฉินหรานพยักหน้า เขาไม่ได้เข้าไปทันที แต่เดินออกไปที่ร้านโจ๊กตรงข้ามโรงพยาบาล สั่ง “โจ๊กหอยเป๋าฮื้อเห็ดหิมะกับเก๋ากี้” ใส่ถุงกลับมาพร้อมของว่างอีกสองสามอย่าง
กลับมาถึงโรงพยาบาล พี่ลี่กลับบ้านไปแล้ว เหลือแค่พยาบาลสาวสองคนยังอยู่เวรกลางคืน พอเห็นเฉินหรานถือถุงอาหารเข้ามา ทั้งคู่ก็หัวเราะอุบ—พูดแซวเบา ๆ “อย่าทำเสียงดังล่ะ เดี๋ยวคนอื่นนอนไม่หลับนะ”
เฉินหรานหน้าแดงนิด ๆ ยิ้มรับ แล้วค่อย ๆ เปิดประตูห้องพักของหงซินหร่าน
ในห้องมีเพียงแสงสลัว หญิงสาวในชุดกาวน์ขาวกำลังหลับสนิท ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดว่าเหนื่อยจนแทบล้ม
เฉินหรานวางถุงอาหารไว้ข้างเตียง แล้วลากเก้าอี้มานั่ง เขาวางคางบนมือ มองใบหน้าเธอเงียบ ๆ
ในหัวเขาผุดภาพเก่า—สมัยมัธยมปลาย ตอนนั้นวงเกิร์ลกรุ๊ป “โซนยอชีแด” กำลังดังลั่นประเทศ เพื่อน ๆ ในห้องมักพูดว่า “หงซินหร่านหน้าเหมือนยุนอาเลย” ทั้งรูปหน้า ทั้งรูปร่าง สูงโปร่ง ผิวขาว ดวงตาคมใส มีเพียงผมสั้นทรงนักเรียนที่ทำให้ดูห้าวหน่อย เพราะเธอเป็นหัวหน้าห้องที่เข้มงวด ใคร ๆ ก็แอบกลัว
แต่เฉินหรานไม่กลัว แถมยังเรียกเธอว่า “เจ๊แมน” จนกลายเป็นฉายาในห้อง
ครั้งหนึ่งตอนเรียนพละ ครูให้เล่น “สองคนสามขา” เธอเลือกจับคู่กับเฉินหราน เพราะคิดว่าจะใช้ส่วนสูงเล่นงานเขาได้ ที่ไหนได้… เฉินหรานกลับก้มตัวโอบเอวเธอแน่นแล้วพาวิ่งจนถึงเส้นชัย ท่ามกลางเสียงฮือฮา
ตั้งแต่วันนั้น หงซินหร่านก็ดูเหมือนจะ “เปลี่ยนไป” ทุกครั้งที่เจอเขา มักหลบตาเขิน ๆ
ตอนนั้นเฉินหรานยังไม่เข้าใจ จนโตถึงรู้—อ๋อ ที่แท้เธอเริ่มรู้สึกกับเขาแล้ว
คิดถึงตอนนั้น เฉินหรานก็ยิ้มไม่หุบ
ขณะกำลังเพลิน หงซินหร่านขยับตัวเล็กน้อย คิ้วขมวดนิด ๆ ทำเสียงเหมือนกำลังฝันร้าย
เฉินหรานยื่นมือแตะเบา ๆ ที่หว่างคิ้วเธอ “เฮ้ ไม่เป็นไรนะ...”
ยังไม่ทันพูดต่อ เสียงหวานแผ่วก็ดังขึ้น “อืม...เฉินหราน? นายมาทำอะไรที่นี่...”
หญิงสาวสะลึมสะลือตื่นขึ้น ดวงตาเป็นประกายสดใส พอเห็นหน้าเขาก็ยิ้มบาง ๆ แล้วบิดขี้เกียจ
เฉินหรานเกาศีรษะ “ขอโทษนะ ปลุกเธอรึเปล่า?”
“ไม่หรอก” เธอส่ายหน้า สูดกลิ่นในอากาศก่อนจะถาม “หืม? กลิ่นอะไรหอมจัง?”
เฉินหรานยิ้ม หยิบถุงอาหารขึ้นมา “เดาไว้ว่าคงยังไม่ได้กินข้าวเย็น เลยซื้อโจ๊กกับขนมที่เธอชอบมาฝาก มีขนมปังไส้ถั่วแดงกับโรลไข่ด้วย”
“ของโปรดฉันเลย!”
เธอลุกพรวดขึ้นมาทันที “นายใจดีเกินไปแล้วนะ รู้ไหมว่าฉันหิวจนตาลายเลย วันนี้ยังไม่ได้กินอะไรทั้งวันแน่ะ”
เฉินหรานจัดโต๊ะเล็กวางอาหารให้ แล้วขมวดคิ้ว “ก็เธอมาทำงานบ่ายนี่ ทำไมที่บ้านไม่กินก่อนออกมา”
หงซินหร่านพูดอู้อี้ทั้งที่ยังเคี้ยว “พ่อแม่พาพี่ชายไปดูตัว ฉันอยู่บ้านคนเดียวเลยไม่ได้ทำอะไรเลยน่ะสิ...อื้อ! อร่อย~ ขนมปังถั่วแดงร้อน ๆ นี่มันเลิศสุด ๆ”
“พี่ชายเธอไปดูตัว?” เฉินหรานหัวเราะออกมา “ไม่อยากเชื่อเลย”
เขายื่นขวดน้ำให้ “กินช้า ๆ หน่อยสิ เดี๋ยวติดคอ”
หญิงสาวรับขวดมากระดกดื่มเสียงดัง “กึก กึก กึก” ก่อนจะเริ่มกินต่อเหมือนกลัวของหาย
เฉินหรานส่ายหน้า “อย่ากินแต่ขนม ดื่มโจ๊กด้วย จะได้ย่อยง่ายหน่อย”
เธอมองถ้วยโจ๊กแวบหนึ่ง แล้วเหล่มองขนมในมือ สุดท้ายทำเสียงอ้อน “มือฉันถือขนมอยู่สองข้างแล้วนะ นายป้อนให้สิ~”
พูดจบก็อ้าปากรอ “อ้าาา~”
เฉินหรานหัวเราะเบา ๆ ตักโจ๊กหนึ่งช้อน เป่าจนเย็น แล้วค่อยป้อนให้
“ร้อนไหม?”
“ไม่ร้อน อร่อยดี!”
เธอพูดพลางอ้าปากรออีก “อ้าาา~”
รอยยิ้มเฉินหรานค่อย ๆ อ่อนโยนขึ้น ขณะที่เธอหลับตารออีกคำ เขาก็เผลอเอนหน้าเข้าไปใกล้ แล้วจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากเธอแผ่วเบา
หญิงสาวลืมตาโพลง แก้มแดงระเรื่อ “นี่นาย… นายฉวยโอกาส!”
เฉินหรานทำหน้าตาย “งั้นให้เธอเอาคืนสิ”
“จะบ้าเหรอ!” เธอหรี่ตาใส่ พลางทำท่าจะลงโทษ แล้วก้มไปกัดที่ไหล่เขาเต็มแรง
“โอ๊ย! เจ็บนะ! หงซินหร่าน เธอเป็นหมาเหรอ?”
“ใครหมากัน ฉันปีวัวต่างหาก!”
เฉินหรานมองรอยฟันที่ติดเศษข้าวกับไส้ถั่วแดงบนเสื้อ กุมหัว “ตายล่ะ แบบนี้ใครจะกล้ากอดอีกเนี่ย...”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นในห้องพักกลางดึก
คืนพระจันทร์เต็มดวงค่ำนี้—อาจไม่ใช่คืนของผี
แต่เป็นคืนของคนสองคน ที่หัวใจเริ่มเต้นแรงพร้อมกัน
(จบตอนที่ 56)