ตอนที่ 57 คุณมันเสือตัวจริง!

  BMW X6 ค่อย ๆ แล่นเข้าลานจอดรถ หวังซิงฮุ่ยกับหนิวซินซินต่างเงียบงัน ฝ่ายหลังผลักประตูลงจากรถ แล้วมุ่งหน้าไปอาคารผู้ป่วยใน

  หวังซิงฮุ่ยมองแผ่นหลังเธอที่ค่อย ๆ ไกลออกไป หลับตาพิงพวงมาลัย ความคิดตีกันยุ่ง

  เงียบไปครู่ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเฉินหราน

  “น้อง ช่วยพาซินซินกลับบ้านให้หน่อยได้ไหม”

  เฉินหรานยังคุยกับหงซินหร่านอยู่ ได้ยินแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “ได้สิ…แต่ฉันว่าเราสองคนควรคุยกันหน่อย”

  เหมือนหวังซิงฮุ่ยก็อยากหาใครสักคนระบาย พยักหน้ารับ “งั้นฉันเรียกแท็กซี่ไป ‘ที่เดิม’ รอนายเลย นายส่งซินซินเสร็จ ก็ตรงมาเถอะ คืนนี้อยากดื่มหน่อย”

  ในห้องพัก เฉินหรานเหลือบมองหงซินหร่านก่อนพยักหน้า “งั้นรอฉันนะ”

  หงซินหร่านหยิบทิชชู่เช็ดมุมปาก ถามอย่างสงสัย “เกิดอะไรขึ้นเหรอ”

  เฉินหรานยิ้มขื่น “พี่ชายฉัน—หวังซิงฮุ่ย จำได้ไหม”

  “หวังซิงฮุ่ยจอมเทพสิ จำได้อยู่แล้ว เจ้าของสถิติกีฬาหลายรายการของโรงเรียนมัธยมหนึ่ง…แต่ตอนเราเข้าม.4 เขาจบไปแล้วนี่ เขาเป็นพี่เธอเหรอ?”

  “ใช่ ลูกพี่ลูกน้องฉัน”

  “แล้วเขาเป็นอะไร”

  “เขา…เฮ้อ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาเป็นอะไรอยู่”

  คุยกันอีกครู่ เฉินหรานกำชับให้เธอกินข้าวให้ตรงเวลา ก่อนจำใจลา

  ก็สี่ทุ่มแล้ว—ถ้าไม่รีบไปส่งหนิวซินซิน คุณยายหนิวคงเป็นห่วง

  พอไปถึงหน้าห้องผู้ป่วย ก็เจอหนิวซินซินถือกระติกที่เพิ่งล้างเสร็จออกมา ด้านหลังมีลุงหวังต้าหลงหน้าดุเดินตามติด

  เห็นเฉินหราน ลุงหวังกะจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เขารีบตัดบท

  “ลุงครับ เดี๋ยวผมไปส่งเสี่ยวซินเอง ลุงกลับบ้านก่อนเถอะ”

  เส้นเลือดที่ขมับลุงเต้นตุบ ๆ “ไม่ได้! ฉันจะไปถามให้รู้เรื่อง ว่าไอ้หวังซิงฮุ่ยมันคิดทำอะไร!”

  เฉินหรานชำเลืองหนิวซินซินที่น้ำตาคลอ ลูบหัวปลอบเบา ๆ ก่อนหันรับปากลุงจริงจัง “เรื่องพี่ผม ให้ผมจัดการเถอะครับ คุยกันวัยเดียวกันมันตรงกว่า ลุงไปเดี๋ยวมีแต่เพิ่มเรื่อง”

  ลุงหวังถอนใจยาว เขาก็รู้ตัวว่าชอบใช้ “ไม้เรียว” กับลูกหลาน พอคิด ๆ ดู ตอนนี้เด็ก ๆ ก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว ถ้าลงไม้ลงมือขึ้นมาจะยิ่งแย่

  “เออ ก็ได้ ลุงเชื่อแก ฝากไปสั่งสอนมันด้วย ชักจะไม่รู้ฟ้ารู้ดิน!”

  เฉินหรานรับคำ แล้วพาหนิวซินซินลงไปที่ลานจอดรถ

  ตลอดทางเธอก้มหน้าเงียบ ใบหน้าหม่นหมอง

  เฉินหรานเปิดประตูรถ เอ่ยปลอบสองสามคำก่อนขมวดคิ้ว “ตอนพี่ซิงฮุ่ยพาออกไป มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”

  หนิวซินซินพยักหน้าเบา ๆ อย่างว่าง่าย

  เฉินหรานถามอย่างอ่อนโยน “เล่าให้พี่ฟังหน่อยได้ไหม”

  …

  กว่าชั่วโมงถัดมา ตอนที่คนส่วนใหญ่หลับกันแล้ว ชีวิตของพวกนอนดึกเพิ่งเริ่ม

  เฉินหรานไม่ใช่คนนอนดึกนัก แต่บางทีก็ออกมาหาอะไรกิน–ดื่มยามค่ำ

  “ร้านเดิม” คือเตาปิ้งย่างข้างทางที่เปิดมากว่าสิบปี ถึงจะดูโทรม ๆ แต่รสชาติขึ้นชื่อในย่านนี้

  เจอหวังซิงฮุ่ยเข้า เขาดื่มเบียร์ไปเกือบครึ่งลัง ของย่างบนโต๊ะยังแทบไม่แตะ

  เฉินหรานทักคู่สามีภรรยากลางคนเจ้าของร้าน แล้วไปนั่งลงตรงข้าม

  ตาหวังซิงฮุ่ยพร่า ๆ คงเพราะกรอกเร็ว—ไม่งั้นเบียร์ครึ่งลังแค่น้ำล้างปากสำหรับเขา

  “น้อง มาแล้วสินะ—เอ้า!” เขาบิดฝาแล้วยื่นขวดให้ “มา มากระดกกับพี่หน่อย”

  เฉินหรานตอนนี้ของขึ้นอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะฟังเรื่องจากหนิวซินซินจบ เขายิ่งคิดว่าพี่ชายตัวเองยังไม่วาง “หานเจียวเจียว” ลงจริง ๆ

  แต่ประโยคถัดมาของหวังซิงฮุ่ยกลับทำให้เขาชะงักนิด

  “น้อง…ซินซินคงผิดหวังในตัวพี่ใช่ไหม?!” หวังซิงฮุ่ยเงยหน้าถามเสียงหม่น

  เฉินหรานอ้าปากจะพูด แต่รู้สึกว่า “ด่าเลยคงง่ายไป” เขาจึงคว้าขวดมากรอกไปยาว อากาศร้อน ๆ กับเบียร์เย็น ๆ นี่แหละของโปรดหน้าร้อน

  ที่จริง หนิวซินซินไม่ได้โกรธพี่ชายเลย ตลอดทางกลับ เธอเล่าใจความให้เขาฟัง เด็กซื่อ ๆ คนนั้นถึงกับโทษตัวเอง คิดว่าเพราะเธอ เลยทำให้พี่ซิงฮุ่ยกับหานเจียวเจียวมีเรื่องกันใหญ่โต

  ยิ่งเป็นแบบนี้ เฉินหรานยิ่งโกรธ—พี่เขานี่มันช่าง…

  เขามักคิดว่าหนิวซินซินที่ “ขาวสะอาดเป็นกระดาษเปล่า” ควรได้คู่กับผู้ชายแบบเดียวกัน แต่เขาไม่รู้เลยว่า เรื่องหัวใจมันไม่ใช่สมการเท่าเทียม

  คนขาวสะอาดสองคนคบกัน ก็ใช่ว่าจะจบอย่างมีความสุขเสมอไป

  ตรงกันข้าม คนที่เคยเจ็บมา อาจยิ่งรู้คุณค่าของ “ความขาวสะอาด” แบบหนิวซินซิน—เพราะเธอ “คู่ควร”

  หวังซิงฮุ่ยเป็นคนไม่ค่อยมี “ความใฝ่ฝันใหญ่” สำหรับเขา ชีวิตคือ—กินอยู่หลับเดิน เงินข้าวน้ำมันเกลือ เครื่องหรูหรา–นาฬิกาแบรนด์ เขาไม่รู้จักสักยี่ห้อ โลโก้ที่รู้สึกว่า “โคตรเท่” ก็มีแค่กระทิงของ Lamborghini

  ความฝันของเขา ก็แค่อยากมี “รถหรู” สักคันที่ราคาเจ็ด–แปดแสนหยวน

  เขามีพ่อแม่ มีบ้าน มีงานเงินเดือนมั่นคง ก็ถือว่าพอใจแล้ว—ขาดก็แต่ “เมีย”

  แต่ดันมาเจอหานเจียวเจียวในงานเลี้ยงรุ่นเมื่อสองปีก่อน—ผู้หญิงที่ “ต่างขั้ว” กับเขาอย่างพอดิบพอดี

  เธอสวย หุ่นดี มีคนตามจีบมากมาย เธอมองไม่เอาสักคน กลับเลือกหวังซิงฮุ่ยที่ซื่อ ๆ

  ตอนนั้นเขาคิดว่าเจอ “หญิงในฝัน” แล้ว ก็เลยตามใจสารพัด

  อดออมซื้อเครื่องสำอาง–กระเป๋าให้ ยังเคยทะเลาะกับพ่อแม่เพราะเธอหลายครั้ง

  ท้ายที่สุดพ่อแม่อย่างหวังต้าหลงก็ยอม เพราะมีลูกชายคนเดียว “…ไม่ชอบก็ทำไงได้—ลูกเราชอบนี่นา”

  สองปี—ไม่นานไม่สั้น—แต่ก็พอบิดเบือนค่านิยมคนได้

  เขาไม่ใช่คนชอบอวด รู้ด้วยซ้ำว่า “ยืมรถเพื่อน” เป็นเรื่องไม่ควร แต่พอหานเจียวเจียวอ้อน เขาก็ทำบ่อยขึ้น จน “ชำนาญ”

  พอย้อนคิดก็เสียดาย—เดินริมน้ำนาน ๆ ยังไงก็เปียกสักวัน แค่เรื่องยืมรถ เขาก็เสียเพื่อนสนิทไปสองคน ทุกอย่างทั้งปวง—เพราะ “ความอยากโก้” นั่นเอง

  เขาไม่โทษหานเจียวเจียว—โทษตัวเองที่ “ไม่ยืนให้มั่น”

  พูดถึงวันนี้—ช่วงไม่กี่วันที่เลิกกับหานเจียวเจียวมา เขากลับรู้สึก “สบายใจที่สุด”

  ไม่ต้องคิดทุกวันว่าจะเอาใจเธอยังไง ไม่ต้องพะวงสิ้นเดือนแล้วจะ “กินดิน” หรือเปล่า

  จนวันนั้น เฉินหรานให้เขาช่วยไปส่งหนิวซินซิน

  ความซื่อและความใจดีของเธอดึงดูดเขาอย่างลึกซึ้ง ความอบอุ่นของคุณยายหนิว ทำให้เขานึกถึงยายของตัวเอง—ช่วงเวลาที่เขาเคย “ไร้กังวล ไม่คิดแข่งกับใคร” …

  “น้อง…ฉันอยาก ‘ลาออก’ ว่ะ”

  หวังซิงฮุ่ยเงยหน้ามองพระจันทร์เต็มดวง หานเจียวเจียวสอนอะไรเขามากมาย—ส่วนใหญ่ไม่ใช่ของดีนัก

  แต่มีอย่างหนึ่งที่เขาจำขึ้นใจ—

  “เงินไม่ใช่พระเจ้า… แต่ถ้าไม่มีเงิน ก็อยู่ไม่ได้”

  ยิ่งพอหนิวซินซินบอกว่า “เล้าไก่” ของเธอรายได้เดือนละหมื่น–สองหมื่นหยวน เขาก็ยิ่งมั่นใจในการลาออก

  เฉินหรานวางขวด ขมวดคิ้ว “ลาออกได้—แต่ คิดหรือยังว่าจะทำอะไร”

  หวังซิงฮุ่ยชะงัก แล้วเอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “เอ่อ…ถ้าฉันไปเปิด ‘ฟาร์มเลี้ยงเป็ด’ ข้างบ้านซินซิน—นายว่าไง”

  เฉินหราน: “…”

  รู้อยู่แล้วว่าพี่เป็น “เสือ” (บ้าบิ่น) …แต่ไม่คิดว่าจะ “เสือจริง ๆ!”

  ไม่แปลกใจเลย ทำไมถึงถูกหานเจียวเจียว “ปั่นหัว” อยู่เรื่อย

(จบบทนี้)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 57 คุณมันเสือตัวจริง!

ตอนถัดไป