ประกาศหาหมอเทวดา
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ หอการค้าปากแจ๋ว
บรรยากาศหน้าร้านคึกคักยิ่งกว่างานวัด ผู้คนแห่แหนกันมามุงดูสินค้าและพูดคุยถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญปนฮาเมื่อคืน ที่คุณชายตระกูลเฉินและลูกน้องถูกจับแขวนประจานหน้าเมืองพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ
"เถ้าแก่หลิน! ยาหน้าเด้งยังมีเหลือไหม?"
"ข้าขอยาแก้หน้าบึ้งด้วย! ผัวข้าหน้าบูดทั้งวัน!"
อ้วนจางยืนรับเงินมือเป็นระวิง ใบหน้ายิ้มแย้มจนแก้มแทบปริ
"ใจเย็นๆ ขอรับทุกคน! สินค้ามีพอสำหรับทุกคน! เข้าแถวมาเลย!"
ที่ชั้นสองของร้าน หลินอี้นั่งจิบชาสมุนไพรอย่างสบายอารมณ์ มองดูผลงานของตัวเองผ่านหน้าต่าง
"กระแสตอบรับดีเกินคาด..."
หลินอี้พึมพำ
"แต่การไปกระตุกหนวดเสือตระกูลเฉินแบบนี้ พวกมันคงไม่ยอมจบง่ายๆ แน่"
เขาเดาถูก ตระกูลเฉินเป็นหนึ่งใน 4 ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลล้นฟ้า การทำให้ทายาทสายตรงขายหน้าขนาดนี้ ย่อมนำมาซึ่งการแก้แค้นที่รุนแรง
"ลูกพี่!"
อ้วนจางวิ่งขึ้นมารายงานด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ
"มีข่าวใหญ่ขอรับ! ข่าวใหญ่จากในวัง!"
"ในวัง?"
หลินอี้วางถ้วยชาลง
"ฮ่องเต้สวรรคตเหรอ?"
"ไม่ใช่ขอรับ! เป็นเรื่องของ องค์หญิงสาม!"
อ้วนจางหยิบแผ่นกระดาษประกาศราชการออกมาคลี่กางบนโต๊ะ
"เมื่อเช้านี้ สำนักหมอหลวงได้ปิดประกาศไปทั่วเมือง... องค์หญิงสามประชวรด้วยโรคประหลาดมาแรมเดือน รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย อาการทรุดลงเรื่อยๆ จนตอนนี้ฮ่องเต้ทรงกริ้วมาก สั่งปลดหัวหน้าหมอหลวงไปแล้ว!"
หลินอี้กวาดสายตาอ่านประกาศ
[ประกาศราชสำนัก]
[รับสมัครหมอเทวดาจากทั่วหล้า เพื่อรักษาอาการป่วยปริศนาขององค์หญิงสาม]
[รางวัล: ทองคำ 10,000 ชั่ง, สมุนไพรวิญญาณระดับสูง 100 ต้น, และตราหยกพระราชทาน (สามารถขอสิ่งใดก็ได้ 1 ข้อ)]
"ตราหยกพระราชทาน..."
ดวงตาของหลินอี้เป็นประกายวาวโรจน์
นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ!
อำนาจของราชวงศ์ที่จะคานอำนาจกับ 4 ตระกูลใหญ่ได้ ถ้าเขาได้ตราหยกนี้มา ตระกูลเฉินหรือตระกูลหวังก็ไม่กล้าแตะต้องเขาในที่แจ้ง
"โรคประหลาดงั้นเหรอ... อาการเป็นยังไง?"
"ในประกาศไม่ได้บอกรายละเอียดขอรับ บอกแค่ว่า... นางไม่ยอมให้ใครเห็นหน้า และมักจะส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดในยามค่ำคืน"
อ้วนจางทำหน้าสยอง
"ชาวบ้านลือกันว่านางโดนคุณไสย หรือไม่ก็กลายเป็นปีศาจไปแล้ว"
"น่าสนใจ..."
หลินอี้ลุกขึ้นยืน จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
"เตรียมรถม้า... เราจะไปเข้าเฝ้าองค์หญิงกัน"
"หา!? ลูกพี่จะไปรักษาเหรอขอรับ? แต่เราขายยาความงามนะ ไม่ใช่โรงหมอ!"
"ยาความงามกับยารักษา มันก็หม้อเดียวกันนั่นแหละ"
หลินอี้ยิ้มกวน
"อีกอย่าง... ข้ามีวิธีรักษาทุกโรค ไม่ว่าจะโรคทางกาย หรือโรคทางใจ"
...
หน้าประตูวังหลวง
ฝูงชนจำนวนมหาศาลมารวมตัวกันที่หน้าป้ายประกาศรับสมัครหมอ มีทั้งหมอชาวบ้าน หมอพเนจร และจอมยุทธ์ที่อ้างตัวว่ามียาวิเศษ ต่างมาเข้าแถวรอการคัดเลือกจากขันทีและหมอหลวงอาวุโส
"คนต่อไป!"
ขันทีกงกง ร่างท้วมเสียงแหลมตะโกนเรียก
ชายชราเครายาวถือไม้เท้าเดินเข้าไป ตรวจแมะชีพจรที่ข้อมือของนางกำนัลตัวแทน (เพื่อทดสอบเบื้องต้น)
"เอ่อ... ชีพจรเต้นแรง ธาตุไฟเข้าแทรก ต้องกินยาเย็น..."
"ผิด! ไสหัวไป!"
หมอหลวงอาวุโสที่นั่งคุมสอบตวาดไล่
"นางกำนัลคนนี้ปกติดี! แค่ตื่นเต้น! วินิจฉัยมั่วซั่ว!"
ชายชราถูกทหารลากตัวออกไปอย่างน่าเวทนา
"คนต่อไป!"
การคัดเลือกเป็นไปอย่างเข้มงวด หมอส่วนใหญ่ถูกคัดออกตั้งแต่ด่านแรก บ้างก็โดนด่า บ้างก็โดนโบยฐานหลอกลวงเบื้องสูง
"น่าเบื่อชะมัด..."
เสียงบ่นดังขึ้นจากท้ายแถว
หลินอี้ในชุดคุณชายเจ้าสำราญ ยืนพัดวีเบาๆ ท่ามกลางแดดร้อน
"กว่าจะถึงคิวข้า องค์หญิงคงมีลูกไปแล้วมั้ง"
"เจ้าหนุ่ม! ปากดีนักนะ!"
หมอวัยกลางคนข้างหน้าหันมาตำหนิ
"นี่คือเขตพระราชฐาน สำรวมกิริยาหน่อย! แล้วดูการแต่งตัวเจ้าสิ... จะมาเดินแฟชั่นหรือมารักษาคน?"
หลินอี้มองหมอคนนั้นด้วยเนตรแห่งความจริง
[เป้าหมาย: หมอจาง (หมอสมุนไพรระดับต่ำ)]
[ความสามารถ: รักษาโรคผิวหนังกลากเกลื้อน]
[จุดอ่อน: เป็นริดสีดวงทวาร]
"ท่านลุง..."
หลินอี้ยิ้มมุมปาก
"ท่านเอาเวลาไปรักษาริดสีดวงของตัวเองก่อนดีไหม? ยืนบิดไปบิดมาแบบนั้น เสียบุคลิกแย่เลยนะ"
"จะ... เจ้า! เจ้ารู้ได้ยังไง!?"
หมอจางหน้าแดงก่ำ เอามือกุมก้นด้วยความตกใจ
"ข้าดมกลิ่นเอาน่ะ... กลิ่นยาสมุนไพรทาก้นของท่านมันหอมฟุ้งไปทั่วเลย"
คนรอบข้างพากันหัวเราะครืน หมอจางอับอายจนต้องรีบวิ่งหนีออกจากแถวไป
"คนต่อไป!"
ขันทีกงกงตะโกนเรียกอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีใครกล้าก้าวออกไป เพราะกลัวโดนหมอหลวงด่า
หลินอี้เห็นโอกาสทอง เขาเดินแหวกฝูงชนออกไปยืนหน้าโต๊ะคัดเลือก
"ข้าเอง"
หมอหลวงอาวุโสเงยหน้ามองหลินอี้ด้วยสายตาเหยียดหยาม
"เจ้า? อายุเท่าไหร่? เรียนวิชาแพทย์มาจากสำนักไหน?"
"อายุไม่สำคัญ... สำคัญที่ฝีมือ"
หลินอี้ตอบฉะฉาน
"ส่วนสำนัก... ข้าจบจากสำนัก 'เทพเจ้าปากแจ๋ว' สาขาการแพทย์แผนปัจจุบันผสมไสยศาสตร์"
"เหลวไหล!"
หมอหลวงตบโต๊ะ
"เจ้าคิดว่าการรักษาองค์หญิงเป็นเรื่องเล่นขายของรึ!? ทหาร! ลากตัวมันไปโบย 20 ที!"
ทหารยาม 2 นายพุ่งเข้ามาจับแขนหลินอี้
"เดี๋ยวก่อน!"
หลินอี้สะบัดแขนหลุด แล้วชี้หน้าหมอหลวง
"ท่านเป็นหมอหลวงประสาอะไร? แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าข้ามีความสามารถ!"
"ความสามารถกะล่อนน่ะสิ!"
หมอหลวงโกรธจนหนวดกระดิก
"งั้นข้าขอท้า!"
หลินอี้ประกาศเสียงดัง
"ท่านบอกว่าข้าไม่มีฝีมือ... งั้นท่านลองบอกมาซิว่า เมื่อเช้านี้ท่านกินอะไรมา?"
"ฮะ?"
หมอหลวงงง
"ข้าดูจากสีหน้าและลมหายใจของท่าน... เมื่อเช้าท่านกินโจ๊กหมูใส่ไข่เยี่ยวม้า... และแอบขโมยขนมเปี๊ยะของฮ่องเต้กินไป 1 ชิ้น ใช่หรือไม่!?"
หมอหลวงตาถลน
"จะ... เจ้า... เจ้าเป็นปีศาจหรือไง!?"
เขากินขนมเปี๊ยะที่เหลือจากโต๊ะเสวยจริงๆ ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง!
"ข้าไม่ใช่ปีศาจ... ข้าคือหมอเทวดา"
หลินอี้ยืดอก
"แค่เรื่องกินข้ายังดูออก... นับประสาอะไรกับโรคขององค์หญิง? ถ้าท่านไม่ให้ข้าเข้าเฝ้า ข้าจะตะโกนบอกทุกคนเรื่องขนมเปี๊ยะเดี๋ยวนี้!"
"ยะ... อย่านะ!"
หมอหลวงเหงื่อแตกพลั่ก รีบหันไปกระซิบกับขันทีกงกง
"ให้มันเข้าไปเถอะ... ถ้ามันรักษาไม่ได้ ค่อยสั่งประหารทีหลังก็ยังไม่สาย"
ขันทีกงกงพยักหน้า
"ตกลง... เชิญท่านหมอหลินเข้าวังได้ แต่จำไว้... ถ้าเจ้ารักษาไม่ได้ หัวของเจ้าจะหลุดจากบ่าทันที!"
"รับทราบครับผม"
หลินอี้ยิ้มกว้าง เดินตามขันทีเข้าไปในวังหลวงอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้หมอคนอื่นๆ ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ด่านแรกผ่านไปได้ด้วยสกิลปากและความลับ (ที่ส่องมาจากเนตรแห่งความจริง)... แต่ของจริงกำลังรออยู่ข้างใน
โรคประหลาดขององค์หญิงสาม... มันคืออะไรกันแน่?