ทางลับสายมรณะ
รัตติกาลปกคลุมเมืองหลวงอีกครั้ง แต่สำหรับหลินอี้ ค่ำคืนนี้ไม่ใช่เวลาพักผ่อน
หลังจากตกลงแผนการกับองค์หญิงสาม เขาก็รีบกลับมาที่ห้องทำงาน เพื่อศึกษาแผนที่ลับที่ได้มาจากแหวนของหวังเทียนอย่างละเอียด
"ทางเข้าอยู่ที่... เขตสลัมใต้สะพานข้ามแม่น้ำ?"
หลินอี้ขมวดคิ้ว
"ทางลัดเข้าสู่สุสานบรรพชนจักรพรรดิ ดันไปอยู่ที่ดงขอทานเนี่ยนะ? บรรพบุรุษราชวงศ์นี่มีรสนิยมแปลกจริงๆ"
เขาเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อผ้าสีเข้มรัดกุม สวมหน้ากากปกปิดใบหน้า แล้วกระโดดออกทางหน้าต่าง หายวับไปในความมืดด้วยวิชาตัวเบา
...
เขตสลัมเมืองหลวง
กลิ่นเหม็นเน่าของขยะและสิ่งปฏิกูลลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ บ้านเรือนซอมซ่อสร้างจากไม้ผุๆ ปลูกติดกันอย่างแออัด เสียงหนูวิ่งและเสียงไอโขลกขลากของผู้ป่วยดังแว่วมาเป็นระยะ
หลินอี้เดินลัดเลาะไปตามตรอกซกมก จนกระทั่งมาถึงใต้สะพานหินเก่าแก่ที่ข้ามแม่น้ำสายหลักของเมือง
น้ำในแม่น้ำตรงนี้ดำสนิทและส่งกลิ่นเหม็น เพราะเป็นจุดรวมท่อระบายน้ำเสีย
[ตรวจสอบพิกัด: ทางเข้าลับ]
[ตำแหน่ง: หลังก้อนหินรูปหัวสุนัข ใต้น้ำลึก 3 เมตร]
"ต้องดำน้ำเหรอเนี่ย..."
หลินอี้ถอนหายใจ
"เอาน่า... เพื่อสมบัติ เพื่อชิ้นส่วนระบบ"
เขากลั้นหายใจ กระโดดลงไปในน้ำเน่าสีดำ
ตูม!
ความเย็นเยียบและความสกปรกเข้าเกาะกุมร่างกาย แต่ด้วยเกราะปราณคุ้มกัน ทำให้สิ่งปฏิกูลไม่สามารถสัมผัสผิวหนังของเขาได้
หลินอี้ดำดิ่งลงไปจนเจอหินรูปหัวสุนัขตามที่ระบบบอก เขาออกแรงผลักหินก้อนนั้นไปทางซ้าย
ครืด...
เสียงกลไกทำงานใต้น้ำ ผนังเขื่อนด้านหลังหินค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นอุโมงค์มืดมิดที่มีฟองอากาศผุดออกมา
หลินอี้รีบว่ายเข้าไปในอุโมงค์นั้น
เมื่อผ่านพ้นช่วงน้ำท่วมมาได้ เขาก็โผล่ขึ้นมาในโถงถ้ำใต้ดินขนาดใหญ่ อากาศภายในนี้แห้งสนิทและไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนข้างนอก แต่กลับมีกลิ่นอายโบราณและกลิ่นกำยานจางๆ
"ที่นี่สินะ... ทางลัดสู่สุสาน"
หลินอี้สะบัดตัวให้แห้งด้วยพลังปราณ แล้วเดินสำรวจไปรอบๆ
ผนังถ้ำมีคบเพลิงที่จุดติดเองเมื่อมีคนเดินผ่าน ส่องให้เห็นภาพวาดฝาผนังที่เล่าเรื่องราวการสร้างอาณาจักรและการปราบปีศาจของปฐมกษัตริย์
กึก!
เท้าของหลินอี้เหยียบลงบนแผ่นหินแผ่นหนึ่งที่ยุบตัวลงเล็กน้อย
[คำเตือน: กับดักทำงาน]
[ประเภท: ศรอาบยาพิษสลายวิญญาณ]
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ลูกธนูนับร้อยดอกพุ่งออกมาจากรูเล็กๆ บนผนังทั้งสองด้านด้วยความเร็วสูง หัวลูกธนูเป็นสีเขียวมรกตที่ดูอันตรายสุดขีด
"เล่นกันแบบนี้เลยเหรอ!"
หลินอี้ไม่ได้ตกใจจนเสียสติ เขาเรียกใช้ ย่างก้าวแมลงสาบ ทันที
ร่างของเขาบิดงอผิดธรรมชาติ มุดหลบลูกธนูไปมาอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตไร้กระดูก
เคร้ง! เคร้ง!
ลูกธนูบางดอกที่หลบไม่พ้น ถูกเขาใช้ดาบตัดวายุอัสนีปัดป้องจนร่วงกราว
เมื่อพายุลูกธนูสงบลง หลินอี้ยืนหอบหายใจเล็กน้อย
"พิษสลายวิญญาณ... ถ้าโดนเข้าไปแม้แต่นิดเดียว ระดับก่อกำเนิดก็ร่วงได้"
เขามองไปข้างหน้า เส้นทางยังอีกยาวไกล และคงไม่ได้มีแค่กับดักเดียวแน่
"ระบบ! เปิดใช้งานโหมดตรวจจับกับดักขั้นสูง!"
[รับทราบ... เริ่มการสแกนโครงสร้าง]
ดวงตาของหลินอี้เรืองแสงสีฟ้า เส้นสายพลังงานสีแดงปรากฏขึ้นในสายตา ระบุตำแหน่งของกลไกกับดักทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ตามพื้นและผนัง
"โอ้โห... ยุบยับไปหมด"
หลินอี้เดินย่างเท้าอย่างระมัดระวัง เหยียบเฉพาะจุดที่ปลอดภัย ลัดเลาะผ่านดงกับดักไปได้อย่างราบรื่น
จนกระทั่งเขามาถึงประตูบานใหญ่ที่ทำจากสำริด สลักรูปหัวมังกรที่ดวงตาทำจากทับทิมสีแดงสด
ประตูนี้ปิดสนิท ไม่มีรูขุญแจ มีเพียงร่องลึกรูปฝ่ามือประทับอยู่ตรงกลาง
[ตรวจสอบ: ประตูนิรภัยชั้นนอก]
[เงื่อนไขการเปิด: ต้องใช้เลือดของผู้มีสายเลือดราชวงศ์ หรือ ตราหยกพระราชทาน]
"โชคดีที่ข้าขอมาแล้ว..."
หลินอี้หยิบป้ายหยกมังกรขาวที่ได้จากองค์หญิงสามออกมา ทาบลงไปบนร่องรูปฝ่ามือ
วิ้ง!
ตราหยกเปล่งแสงสีขาวนวล ประตูสำริดสั่นสะเทือนเบาๆ แล้วค่อยๆ เลื่อนเปิดออก
ครืนนนนน...
สิ่งที่อยู่หลังประตู ไม่ใช่ห้องสมบัติ แต่เป็นสะพานหินแคบๆ ที่ทอดข้ามเหวลาวาลึกสุดหยั่ง และที่ปลายสะพาน มีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมานอนขวางทางอยู่
มันคือ งูยักษ์เกล็ดนิล ที่มีหัวสามหัว ดวงตาสีเหลืองอำพันจ้องมองมาที่ผู้บุกรุก
[ตรวจพบ: ผู้พิทักษ์ทางลับ]
[นาม: อสรพิษสามเศียร (กลายพันธุ์)]
[ระดับ: ก่อกำเนิด ขั้น 5]
[สถานะ: หิวโหยและจำศีลมานาน 100 ปี]
"ก่อกำเนิด ขั้น 5..."
หลินอี้กลืนน้ำลาย
นี่มันระดับเดียวกับเจ้าเมืองหม่าเทียนสง แต่เป็นเวอร์ชันสัตว์อสูรที่มีร่างกายแข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายเท่า
ฟ่อ...
อสรพิษสามเศียรชูคอขึ้นสูง ทั้งสามหัวจ้องมองมาที่หลินอี้พร้อมกัน ลิ้นสองแฉกแลบออกมาสัมผัสกลิ่น
"อาหาร..."
เสียงขู่ฟ่อดังเป็นภาษามนุษย์กระท่อนกระแท่น
"ข้าไม่ใช่ขนมขบเคี้ยวนะเว้ย!"
หลินอี้ตะโกนตอบ มือกระชับดาบแน่น
"ข้ามาดี! แค่จะขอผ่านทางไปสุสานหน่อย!"
"ผ่านทาง... ต้องจ่าย... ด้วยชีวิต!"
หัวกลางของงูยักษ์อ้าปากกว้าง พ่นพิษสีม่วงเข้มพุ่งใส่หลินอี้
หลินอี้กระโดดหลบฉาก พิษตกกระทบพื้นหินจนเกิดควันกัดกร่อนรุนแรง
"คุยไม่รู้เรื่องสินะ!"
หลินอี้ตัดสินใจเปิดฉากบุก
"กายาอัสนีบาต!"
เปรี้ยะ!
สายฟ้าหุ้มร่าง เขาพุ่งทะยานข้ามสะพานหินเข้าหางูยักษ์
"หัวซ้ายพ่นไฟ หัวขวาพ่นน้ำแข็ง หัวกลางพ่นพิษ... ครบเครื่องเรื่องความบรรลัยจริงๆ"
หลินอี้วิเคราะห์การโจมตีของมันขณะหลบหลีก
ตูม! ตูม!
ไฟและน้ำแข็งปะทะกันจนเกิดหมอกควันหนาทึบ หลินอี้ใช้จังหวะนี้หายตัวเข้าไปในหมอก
"เพลงดาบอัสนีไร้เงา... ตัดเศียร!"
ฉัวะ!
ดาบของเขาฟันเข้าที่คอของหัวทางซ้าย (หัวไฟ) เต็มแรง
เคร้ง!
แต่เกล็ดสีดำของมันแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ดาบฟันเข้าเนื้อไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
"แข็งชะมัด!"
งูยักษ์สะบัดหัวฟาดใส่หลินอี้จนกระเด็นเกือบตกสะพาน
"บังอาจ... มดปลวก!"
หัวทั้งสามรุมฉกเข้ามาพร้อมกัน ปิดทางหนีทุกทิศทาง
"ระบบ! ซื้อ 'ระเบิดแฟลช (แสงสังหาร)' 3 ลูก!"
[ติ๊ง! หัก 300 แต้ม]
หลินอี้ปาระเบิดแสงใส่หน้าของงูยักษ์
วิ้ง!!!
แสงสีขาวเจิดจ้าสว่างวาบขึ้นกลางถ้ำมืด งูยักษ์ที่อยู่ในความมืดมานานนับร้อยปี ดวงตาของมันไวต่อแสงมาก เมื่อเจอแสงแฟลชเข้าไป มันจึงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
"กี๊ซซซซซ!"
มันสะบัดหัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาบอดชั่วคราว
"โอกาสนี้แหละ!"
หลินอี้รวบรวมพลังปราณอัสนีเพลิงทั้งหมดไปที่ดาบ
"รากฐานอัสนีเพลิง... ผสานดาบ!"
ใบดาบของเขาลุกโชนด้วยไฟและสายฟ้า จนกลายเป็นดาบพลังงานขนาดยักษ์
"ตายซะ!"
หลินอี้กระโดดลอยตัวขึ้นเหนือหัวงู แล้วฟันลงมาที่รอยต่อระหว่างคอกับลำตัว ซึ่งเป็นจุดที่เกล็ดบางที่สุดตามที่เนตรแห่งความจริงระบุ
ตูม!!!!
ดาบผ่าร่างงูยักษ์ขาดสะบั้น เลือดสีดำพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ
ร่างมหึมาของอสรพิษสามเศียรดิ้นพราดๆ ก่อนจะร่วงตกลงไปในเหวลาวาเบื้องล่าง
[ติ๊ง! สังหารอสรพิษสามเศียร ระดับ 5]
[ได้รับค่าประสบการณ์ 10,000 แต้ม]
[ได้รับไอเทม: ดีงูพันปี (วัตถุดิบปรุงยาเพิ่มพลังปราณ)]
หลินอี้ร่อนลงจอดบนปลายสะพานอย่างสวยงาม หอบหายใจแฮ่กๆ
"เหนื่อยชะมัด... แต่ก็คุ้ม"
เขาเดินไปที่ประตูบานสุดท้ายที่อยู่อีกฝั่งของสะพาน
ประตูนี้ดูเรียบง่ายกว่าประตูแรก แต่มีอักขระเวทย์มนตร์ผนึกไว้อย่างแน่นหนา
[ตรวจสอบ: ประตูหลังสุสานบรรพชน]
[สถานะ: ปิดผนึกด้วยอาคมโบราณ]
[คำเตือน: หากเปิดตอนนี้ สัญญาณเตือนภัยจะดังไปทั่ววังหลวง และผู้พิทักษ์สุสานด้านในจะตื่นขึ้น]
"ยังเปิดไม่ได้สินะ..."
หลินอี้ลดมือลง
แผนการคือต้องรอให้เกิดความวุ่นวายในวันประลอง เพื่อกลบเสียงสัญญาณเตือนภัย
"เอาเถอะ... แค่รู้ทางเข้าก็พอแล้ว"
หลินอี้ทำสัญลักษณ์ไว้ที่หน้าประตู แล้วหันหลังกลับ
"อีก 2 วัน... ข้าจะกลับมาใหม่ พร้อมกับความวุ่นวายที่พวกเจ้าจะไม่มีวันลืม"
เขาเดินทางกลับออกจากทางลับ เตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศ ที่จะเป็นจุดตัดสินชะตากรรมของอาณาจักร!