ตอนที่ 2 แฟนคลับผู้มั่นคงและภักดี
อารมณ์ของจิ่นหลีเหมือนนั่งรถไฟเหาะ ขึ้นสูงแล้วตกวูบอย่างรวดเร็ว
เธอคณิตศาสตร์ไม่เลว ก่อนขูดใบสุดท้ายไป 99 ใบ ขาดทุนรวมสองพันหยวน
แต่พอขูดใบสุดท้ายจบ เธอกลับกลายเป็นสาวน้อยผู้มีเงินออมขึ้นมาทันที
เธอยังจำได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรโทรมาสอบถามเรื่องภาษี ช่วงนี้เป็นเดือนมีนาคม การคืนภาษีกำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก
ตอนเจ้าหน้าที่ถามว่าเธอปกปิดรายได้หรือไม่ จิ่นหลีตอบอย่างหนักแน่นว่า “ไม่มีค่ะ”
คนในบ้านย่อมรู้เรื่องของบ้านตัวเองดีที่สุด
เธอสืบทอดความทรงจำของร่างนี้มา เจ้าของเดิมเป็นคนซื่อ ๆ เก็บตัว ไม่ถนัดการเข้าสังคม เรื่องการเงินจึงปล่อยให้บริษัทจัดการทั้งหมด
ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนที่ย้ายมาทำงานในบริษัทเล็กแห่งนี้ รายได้ของจิ่นหลีก็มั่นคงดี อาศัยเพียงเงินเดือนพื้นฐานจากบริษัท บางครั้งรับงานออกรายการถึงจะมีรายได้เพิ่มอีกสักหนึ่งถึงสองหมื่น
เงินเดือนพื้นฐานเท่าไหร่หรือ?
ก็แค่ห้าพันหยวน พอดีเท่ากับเกณฑ์เสียภาษี เป็นเงินเดือนที่เรียบง่ายราวกับเงินบำนาญ
เจ้าหน้าที่อดไม่ได้จนเผลอพูดออกมา “เป็นไปได้ยังไง รายได้เธอต่ำขนาดนี้ ทั้งที่ยังมีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อยนะ!”
จิ่นหลีไม่คิดจะถ่อมตัว “ก็แค่กินบุญเก่ามาจนถึงตอนนี้ ช่วงหลายปีหลังฉันแทบไม่ได้ออกงานเลย”
ร่างนี้อ่อนแอเกินไป สมัยเพิ่งเข้าวงการทำงานเป็นสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปตลอดปี ตื่นแต่เช้า นอนดึกจนสุขภาพที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้วแย่ลงไปอีก
เงินที่หามาได้ก่อนหน้านั้น ก็หมดไปกับค่ารักษาทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ถามซ้ำอยู่หลายครั้ง ก่อนจะถอนหายใจแล้ววางสาย
จิ่นหลีแกว่งบัตรขูดในมือ ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เดินลงเขาไป ตั้งใจว่ารอสักพักจะไปขึ้นเงินรางวัล
เธอไม่รู้เลยว่า หลังจากเธอจากไปไม่นาน ร้านล็อตเตอรี่นั้นกลับมีลูกค้าแห่มาอย่างประหลาด บัตรขูดขายหมดเกลี้ยงภายในครึ่งชั่วโมง
พวกนักท่องเที่ยวยังวิ่งมากันหน้าตั้ง!
จนเจ้าของร้านนึกว่ามีเรื่องใหญ่จะเกิด เกือบโทรแจ้งตำรวจ
ยิ่งไปกว่านั้น คลิปสั้น ๆ ที่เธอจุดธูปขอพรแล้วขูดบัตร ถูกใครบางคนอัปโหลดลงโซเชียลโดยไม่รู้ตัว
หลังจากขึ้นเงินรางวัลเสร็จ เธอกลับถึงห้องเช่า
จิ่นหลีจัดการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเช่าบ้านของเดือนนี้เสร็จ รู้สึกสบายตัวขึ้นมาทันที
“เทพมิงอู่หงเต้าเจินจวินช่างเมตตาเหลือเกิน นอกจากประทานทรัพย์ ยังช่วยให้ร่างกายฉันดีขึ้นด้วย” จิ่นหลีคิดในใจ
ห้องที่เธออยู่เป็นห้องที่บริษัทเช่าไว้ อยู่ใจกลางย่านเมืองใต้ เป็นคอนโดหรูสำหรับคนโสด ออกไปไม่กี่ก้าวก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดิน เดินทางสะดวกมาก
ชั้นหนึ่งมีสองห้อง แต่ละห้องมีพื้นที่ถึงร้อยยี่สิบตารางเมตร บริษัทช่วยออกค่าเช่าสองในสาม ส่วนที่เหลือเจ้าของร่างเดิมรับผิดชอบเองหนึ่งในสาม
แม้แต่ดาราระดับกลางที่บริษัทปั้นขึ้น ยังต้องอยู่ห้องเล็ก ๆ ในย่านธุรกิจราคาแพง เธอในตอนนี้จะพูดอะไรได้อีก?
มีแค่สองคำเท่านั้น—ขอบคุณ
เธอเปลี่ยนจากเสื้อฮู้ดมาใส่เสื้อแขนสั้น ทับด้วยเสื้อกันแดด เตรียมจะออกไปซื้อของมาทำอาหาร
พอเปิดประตูออก ก็เจอกับผู้จัดการส่วนตัว สุยหลิงฟาง ที่สวมสูทหญิงพอดีตัว จิ่นหลีรีบเรียกอย่างนอบน้อม “พี่ฟาง”
สุยหลิงฟางมาในวันนี้ ก็เพื่อจะมาหาเธอโดยเฉพาะ
เธอเป็นผู้จัดการดาวเด่นของบริษัท แม้จิ่นหลีอยู่ภายใต้การดูแลของเธอ แต่ไม่ได้เป็นศิลปินเพียงคนเดียวที่ต้องดูแล
สุยหลิงฟางมองสำรวจเธออยู่ครู่หนึ่ง “ร่างกายเธอดีขึ้นหรือยัง ฉันว่าสีหน้าดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะ”
ใบหน้าขาวอมชมพูเหมือนเต้าหู้ชิ้นน้อย ใบหน้าเป็นรูปไข่ ดวงตากลมโตเหมือนเมล็ดอัลมอนด์ ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดู
ส่วนสูงหนึ่งเมตรเจ็ดไม่ถือว่าเตี้ยในหมู่ดาราหญิง รูปร่างเพรียวระหง ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงขายาวเผยให้เห็นส่วนโค้งงาม
สุยหลิงฟางเหลือบมองร่องอกของจิ่นหลีในชุดนั้น แอบพอใจในใจ นี่สิถึงเรียกว่า “ใส่เสื้อผ้าดูผอม ถอดออกมีทรง”
จิ่นหลีครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนตอบตรง ๆ ว่า “พักหลังรู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นมากค่ะ”
สุยหลิงฟางลังเลนิดหนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม “งั้นบ่ายนี้เธอเปิดไลฟ์ได้ไหม แฟน ๆ อยากเห็นหน้าเธอกันเยอะเลย”
จิ่นหลีกะพริบตา รู้ทันทีว่าผู้จัดการหมายถึงอะไร
เมื่อวานเธอเพิ่งเห็นข่าวว่าอดีตเพื่อนร่วมวง—จี้ชิงเหลียน ได้ประกาศว่าเธอจะเป็นหนึ่งในเมนเทอร์รายการ 《PICK~ปลายทางดาวหญิง》 ทำให้แฟน ๆ ถล่มโซเชียลด้วยความคิดถึง
สี่ปีก่อน เกิร์ลกรุ๊ป “สาวชมพู” ของพวกเธอแจ้งเกิดราวดาวตก พอเปิดตัวก็โด่งดังไปทั่ว เป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็นตำนานวงหญิงรุ่นใหม่ ใครจะคิดว่าต้องยุบวงเพราะปัญหาของบริษัท
สมาชิกทั้งห้าคนยังคงทำงานในวงการบันเทิง ไม่มีข่าวเสียหายสักคน จนถูกแฟนคลับมองว่าเป็น “ดวงใจขาวสะอาด” หรือ “ไฝแดงที่ไม่มีวันแตะต้อง”
สมาชิกแต่ละคนมีกระแสไม่เท่ากัน และไม่เคยพบกันต่อหน้าสาธารณะเลย แฟนคลับต่างรอวันที่พวกเธอจะได้กลับมารวมตัวกัน ทุกปีในวันครบรอบการเดบิวต์ของวง แฮชแท็กชื่อวงก็จะขึ้นเทรนด์เสมอ
ตอนนี้ก็ใกล้ถึงวันครบรอบอีกครั้งแล้ว
ดวงตากลมดำของจิ่นหลีเหลือบมองสุยหลิงฟาง ขนตายาวราวพัดค่อย ๆ ก้มลงเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
บรรยากาศระหว่างทั้งสองเริ่มคลี่คลายอย่างแปลกประหลาด
สุยหลิงฟางเผลอมองเธอนิ่ง ๆ เห็นขนตาของจิ่นหลียาว งอนหนา ราวกับนางฟ้าแห่งขนตา
จิ่นหลีเอียงศีรษะเล็กน้อย สบตากับอีกฝ่าย “เปิดไลฟ์มีเงินได้ด้วยเหรอคะ?”
สุยหลิงฟางชะงัก ก่อนพยักหน้ารัว “มีสิ บริษัทเราร่วมงานกับแพลตฟอร์มไลฟ์สดอยู่ตลอด อยากให้เธอเปิดไลฟ์พูดคุยกับแฟน ๆ มานานแล้ว”
“งั้นก็เปิดเลยค่ะ” เธอตอบอย่างสงบ
สุยหลิงฟางนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนถามซ้ำ “แน่ใจนะว่าร่างกายไม่เป็นไร?”
ก็ไม่แปลกที่เธอจะระมัดระวังขนาดนั้น
เดือนแรกหลังจิ่นหลีเซ็นสัญญากับบริษัท ระหว่างไลฟ์พูดคุยกับแฟน ๆ อยู่ดี ๆ เธอตื่นเต้นจนเผลอไอออกเลือดต่อหน้าคนดู!
เหตุการณ์นั้นทำเอาสุยหลิงฟาง ที่ผ่านเรื่องในวงการมามาก ยังถึงกับมือสั่นพูดไม่ออก
นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอตระหนักว่า ร่างกายของจิ่นหลีอ่อนแอจริง ๆ
ไม่แปลกที่บริษัทใหญ่ ๆ ไม่แย่งตัวเธอ บริษัทที่เธอสังกัดถึงยอมให้ส่วนแบ่งสูงขนาดนั้น เพราะต้องแข่งแย่งตัวกับบริษัทเล็กอื่น ๆ ในตอนนั้น
(จบตอน)