ตอนที่ 6 ทั้งอินเทอร์เน็ตกำลังตามหาปลานำโชคในชุดดำ

เรื่องที่จิ่นหลีมีวุฒิการศึกษาแค่ระดับมัธยมต้น เป็นสิ่งที่คนทั้งประเทศรู้กันดีพอ ๆ กับชื่อเสียงของเธอ

ตอนที่เธอโด่งดังสุดขีด เหล่าเน็ตไอดอลกับแฟนคลับตีกันยับ ต่างก็หยิบเรื่องนี้มาใช้เป็นข้อตำหนิเพื่อโจมตี

แต่เมื่อเทียบกับไอดอลคนอื่นที่จบแค่มัธยมต้นเหมือนกัน จิ่นหลีกลับไม่มีคำพูดสวยหรูแนว “ลาออกเพื่อสานฝัน” “อุทิศวัยเยาว์และเหงื่อเพื่อความฝัน” หรือ “ไม่เรียนเพราะอยากทุ่มเทให้สิ่งเดียว” อะไรพวกนั้นเลย

ต่อหน้ากล้องสื่อ จิ่นหลีพูดเหตุผลออกมาตรง ๆ ว่า “ไม่มีเงินเรียน”

เหตุผลนี้โดนคนในเน็ตล้อเลียนอยู่พักหนึ่ง — นี่มันปี 4202 แล้ว ยังมีคนที่เรียนต่อไม่ได้เพราะจนอีกเหรอ อยู่ยุคหินหรือไง?

แต่จิ่นหลีไม่มีเงินจริง ๆ

สถานสงเคราะห์ที่เธออาศัยอยู่พร้อมจะส่งเสียให้เรียนต่อ แต่เธอกลับปฏิเสธ

ทำไมถึงปฏิเสธ เจ้าของร่างเดิมไม่เคยพูด มีแต่จิ่นหลีในตอนนี้ที่รับช่วงความทรงจำนั้นถึงจะรู้

เธอสละเงินค่าเทอมหลายพันหยวนต่อปีนั้น เกลี้ยกล่อมหัวหน้าสถานให้เอาไปใช้รักษาเด็กอีกคนหนึ่งแทน

เด็กคนนั้นป่วยเป็นลูคีเมียโดยกำเนิด ค่ารักษาแต่ละปีก็ราวกับหลุมดำไม่รู้จบ

ทั้งที่รู้ว่าเท่าไหร่ก็ไม่อาจรักษาให้หายได้ แต่ก็ต้องรักษาอยู่ดี

ตอนถูกทิ้ง เด็กคนนั้นเพิ่งสามขวบ เดินมาถึงสถานสงเคราะห์ด้วยตัวเอง พ่อแม่หลอกว่า “ที่นี่คือบ้านใหม่”

แล้วมันก็กลายเป็นบ้านของเธอจริง ๆ

ความจริงของเรื่อง มันห่วยแตกถึงเพียงนี้

ไม่มีอะไรซาบซึ้งกินใจ มีเพียงความจริงอันโหดร้ายที่เมื่อแหวกเปลือกออกมาก็เต็มไปด้วยเลือดเนื้อดิบ ๆ

หลังจบมัธยมต้น จิ่นหลีออกมาทำงาน เคยเสิร์ฟอาหาร เคยเป็นสาวโรงงาน เคยสระผมให้ลูกค้า... งานที่ไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษา เธอทำแทบหมดทุกอย่าง

ตอนอายุ 21 มีคนบอกว่าเธอสวย ลองไปเป็นดาราดูไหม อาจจะได้เงิน

ได้ — เงิน — จริง ๆ

จากนั้นจิ่นหลีก็เริ่มเดินหาบริษัททีละแห่ง พอไปสัมภาษณ์กับต้นสังกัดเก่า บังเอิญมีงานด่วนขาดคน เห็นว่าเธอสวยก็เลยจับส่งออกไปแทน

แล้วเธอก็กลายเป็นไอดอลโดยไม่รู้ตัว ราวกับถูกผลักให้เดินบนเวทีอย่างนั้นเอง

จิ่นหลีได้สติคืน แล้วเดินกลับเข้าห้องนอน

มุมหนึ่งของห้องมีโต๊ะ บนโต๊ะวางเครื่องเขียนเต็มไปหมด ข้างในลิ้นชักก็มีอุปกรณ์การเรียนมากมาย

กระดาษโน้ต แฟ้ม ซองเอกสาร... จิ่นหลีค้นเจอแบบฝึกหัด 《ห้าปีเอนทรานซ์ สามปีจำลอง》 กับชุดข้อสอบ 《หวงกังมิเจวี่ยน》 ซ่อนอยู่ข้างล่างสุด

เธอเอื้อมมือไปลูบปกแบบฝึกหัดที่แทบไม่ต่างจากของใหม่ แววตาแฝงแววครุ่นคิด เจ้าของร่างเดิมคงอยากเรียนต่อมากแน่ ๆ

เพียงแต่วัยนั้น เธอเลือกทำในสิ่งที่คิดว่าถูกที่สุด

จิ่นหลีไม่ตัดสินว่าเธอถูกหรือผิด เพราะเวลาคนเราทำบางอย่าง มักไม่คิดถึงอนาคต แค่ไม่ให้รู้สึกผิดก็พอ

หลังอาหารเย็น จิ่นหลีเปิดโน้ตบุ๊ก เข้าเว็บการศึกษาด้วยตนเอง หาคอร์สมัธยมปลายดู มีคลาสให้ลองเรียนฟรีสิบบท เธอตั้งใจจะดูให้ครบ

เวลาผ่านไปช้า แต่ในสมาธิมันกลับเร็ว พอเธอรู้ตัวอีกที สมุดโน้ตเต็มไปด้วยตัวหนังสือแน่นขนัด

มองนาฬิกาในมือถือ ก็พบว่าดึกแล้ว สี่ทุ่ม และไม่มีข้อความใดส่งเข้ามา

จิ่นหลีมองหน้าจอมือถือที่เต็มไปด้วย APP ต่าง ๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจปิดไฟนอน

ร่างกายของเธออ่อนแอเกินกว่าจะอดนอน

เวลาไหลย้อนกลับไปตอนหกโมงเย็น

คลิปสั้น ๆ ของหญิงสาวบนเขาที่จุดธูปถูกปลดล็อกผ่านชั้นกรองอัลกอริทึม และดันขึ้นหน้าแนะนำสู่สาธารณะ

ในคลิป บล็อกเกอร์ถ่ายบรรยากาศยามเช้าที่วัดหลวงเย่ว์ซาน ก่อนจะหันกล้องไปยังหญิงสาวชุดดำคนแรกในแถว แล้วยกนิ้วโป้งให้

“ได้ยินมาว่าเด็กคนนี้มารอตั้งแต่เมื่อคืนตอนวัดปิด เพื่อจะได้ธูปดอกแรก ทุ่มเทสุด ๆ ขอให้สมหวังทุกอย่างนะ!”

ภาพเปลี่ยนอีกครั้ง ยังเป็นหญิงสาวคนนั้น สวมหมวก เผยดวงตาเล็กน้อยที่มุ่งมั่น ผมดำยาวราวม่านน้ำตก บางเส้นตกบนบ่า บางเส้นแนบแก้มอย่างซุกซน

จากนั้นก็มีตัวอักษรใหญ่ปรากฏบนจอ —

【หญิงสาวแถวแรกที่วัดเย่ว์ซาน หลังจุดธูปเสร็จ ไปซื้อบัตรขูด 100 ใบ ที่ร้านล็อตโต้ใกล้ แล้วขูดต่อหน้าผู้คน ใบสุดท้ายถูกรางวัล 2 แสน!】

【นักท่องเที่ยวแห่กันไปที่ร้านเดียวกัน บัตรขูดขายหมดภายในครึ่งชั่วโมง!】

ภาพเปลี่ยนเป็นเจ้าของร้านล็อตโต้ให้สัมภาษณ์จริง

“ร้านเราทำมาหลายปีแล้ว ปกติก็มีนักท่องเที่ยวมาซื้อเล่นบ้าง บางคนซื้อเป็นปึกก็มี จะเลือกใบไหนก็ได้ แค่ไม่ทำบัตรเสียหายก็พอ

มีสาวคนหนึ่งถูกรางวัล 2 แสนเมื่อเช้านี้ ไม่ต้องตกใจ นี่ไม่ใช่ยอดสูงสุดด้วย เคยมีคนถูกรางวัล 5 แสนที่ร้านผม บัตรขูดเราไม่โกงแน่นอน เด็ก ผู้ใหญ่ซื้อได้เท่ากัน!”

คลิปนี้แพร่กระจายรวดเร็ว ถูกส่งต่อไปยังผู้ชมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

แค่ข้ามคืนเดียว มันก็กลายเป็นคลิปไวรัลทั่วเน็ต!

สตอรี่เพื่อนในโซเชียลเต็มไปหมด —

【นี่มันปลานำโชคตัวเป็น ๆ ตั้งแต่เกิดยังไม่เคยเก็บเงินตกพื้นได้สักบาท คนแบบนี้มีจริง [ร้องไห้]】

【พรุ่งนี้ต้องไปวัดเย่ว์ซานไหว้ขอพรบ้าง จะเลียนแบบสาวปลานำโชคคนนี้!】

【วัดเย่ว์ซานอยู่ข้างบ้านฉัน ในวิหารหลักมีเทพแจกเงินช่วยคนจนชื่อ หลิวไห่ฉาน! ตั้งแต่เด็กก็ได้ยินนิทาน “หลิวไห่ตกทองคำ” มาตลอด】

【รู้งี้ไปขอพรตั้งนานแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปขูดบัตรที่หน้าพระองค์ท่านบ้าง!】

ภาพหญิงสาวชุดดำที่ถูกรางวัล 2 แสนถูกแคปไปแชร์ต่อในบล็อก ฟอรั่ม โซเชียลทุกแห่ง บางคนถึงขั้นใช้เป็นรูปโปรไฟล์!

กระแสข่าวร้อนแรงขึ้นรวดเร็ว ผู้คนพากันถามว่า “สาวปลานำโชคในชุดดำนั่นเป็นใครกันแน่?”

แต่ไม่รู้ทำไม เหมือนเธอหายไปจากโลก ไม่มีใครออกมายอมรับ สื่อที่ว่าเก่ง ก็ยังหาตัวไม่เจอ

จนกระทั่งแฟนคลับของจิ่นหลีคนหนึ่งเห็นคลิปนี้ ดีใจจนแชร์เข้าในกลุ่มแฟนโดยไม่ทันคิด

[ฉันเจอคลิปที่มีไอดอลหลีอีกแล้ว! ดูสิ สุดยอดไหม คราวนี้เจอจากคลิปคนทั่วไปด้วย!]

ไม่ถึงครู่ กลุ่มแฟนคลับก็เดือด เริ่มจากเสียงเชียร์รัว ๆ

[สุดยอด! โคตรเก่ง!]

[พระเจ้า เธอกับไอดอลหลีมีวาสนากันจริง ๆ !]

[เมื่อไหร่ฉันจะเจอไอดอลหลีบ้างนะ~]

ทันใดนั้น มีแฟนคลับคนหนึ่งส่งแถวอุทานยาวเหยียด

[!!!!!!!!!!!!]

[อย่าบอกนะ ว่าไอดอลหลีคือสาวปลานำโชคชุดดำนั่น!]

เท่านั้นแหละ กลุ่มก็ระเบิดทันที!

และทั้งหมดนี้ เจ้าตัวอย่างจิ่นหลีที่กำลังหลับสนิท ไม่รู้เรื่องเลย

เช้าวันถัดมา

จิ่นหลีตรวจร่างกายตัวเอง ไม่มีอาการเวียนหัวหรือหน้ามืด ดูเหมือนสุขภาพจะดีขึ้น

เธอคิดว่าเป็นเพราะเมื่อวานตั้งใจเรียน วันนี้เลยอยากเรียนต่อ

ตอนเที่ยง สุยหลิงฟางโทรมา “พี่จัดการเรื่องบัญชี แมวข่วนไลฟ์ ให้แล้ว เดี๋ยวจะส่งเข้ามือถือเธอ”

แม้เมื่อวานจะพูดว่าขอพักเรื่องไลฟ์ แต่เธอก็ไม่กล้าหายไปนานนัก

ใครจะรู้ ว่าถ้าปล่อยไว้นาน อาจโดนลืมจริง ๆ

งานไลฟ์ถือว่าเบา แค่พูดคุยในบ้านก็พอ สุยหลิงฟางเองก็อยากให้เธอรับงานนี้ไว้

“พอจะเริ่มไลฟ์ ก็บอกพี่นะ พี่จะคอยอยู่ข้าง ๆ” สุยหลิงฟางกำชับ

จิ่นหลีรับคำ “ฉันว่าจะเริ่มตอนบ่าย พี่ฟางไม่ว่างก็ไม่ต้องมาก็ได้ค่ะ”

สุยหลิงฟางเงียบไป เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

จิ่นหลีพูดต่อ “ฉันแค่จะคุยกับคนดูหน่อย ไม่ไลฟ์นาน ตั้งใจจะถ่ายทอดสดเรียนหนังสือค่ะ”

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 6 ทั้งอินเทอร์เน็ตกำลังตามหาปลานำโชคในชุดดำ

ตอนถัดไป