ตอนที่ 13 รับงาน!

สุยหลิงฟางรู้สึกว่าผู้หญิงที่ชื่อจิ่นหลีคนนี้ แม้กระทั่งชื่อของเธอ รวมไปถึงทุกส่วนบนตัว ล้วนมี “พลังปลานำโชค” อยู่บ้างไม่มากก็น้อย

ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดเรื่องบังเอิญได้ขนาดนี้ — พอเธอง่วงก็มีคนยื่นหมอนให้ ขาดเวทีเปิดตัวเพื่อกลับคืนสู่วงการก็มีคนรีบนำเวทีนั้นมามอบให้ถึงที่

รายการออดิชั่นขนาดใหญ่ 《PICK ~ ปลายทางดาวหญิง》 ยังไม่ทันออกอากาศ ในอินเทอร์เน็ตก็มีการพูดถึงกันไปแล้วหลายรอบ

ถ้าจะพูดถึงเวทีที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงนี้ ก็ไม่มีอะไรเกินรายการนี้แน่นอน

แต่สุยหลิงฟางกลับรู้สึกแปลก ๆ อยู่เล็กน้อย

ถ้าประกาศรับงานนี้ไม่ได้ถูกส่งมาจากดารา แต่เป็นทางแพลตฟอร์มเองที่ติดต่อมา เธอคงจะรู้สึกสบายใจกว่านี้มาก

หลังจากวางสายโทรศัพท์เจรจานั้น

สุยหลิงฟางเอาศอกสะกิดโจวต๋า แล้วถามว่า “เฮ้ นายเคยได้ยินชื่อดาราสาวชื่อเหลียนเป่าจือไหม?”

โจวต๋าตอบโดยไม่ต้องคิด “เหลียนเป่าจือ เทพีขวัญใจหนุ่มโอตาคุยุคใหม่ ดังเพราะความงามและความกล้า ปีนี้เพิ่งขึ้นเป็นดาราระดับแนวหน้า ใครจะไม่รู้จักเธอบ้างล่ะ?”

ในวงการบันเทิงมีระบบลำดับชั้นที่เข้มงวด สมาคมจะอ้างอิงข้อมูลตลอดทั้งปี แล้วประกาศรายชื่อดาราระดับแนวหน้าออกมาในช่วงปลายปี

รายชื่อนั้น วงในเรียกกันว่า “บัญชีความเป็น-ตาย”

ดาราคนไหนร่วงจากระดับแนวหน้า หรือใครเลื่อนจากระดับสองขึ้นสู่ระดับหนึ่ง ดูได้จากบัญชีนี้เลย

นอกจากดาราระดับหนึ่งตัวจริงที่มีชื่อในหน่วยงาน ดาราระดับสอง สาม หรือต่ำกว่านั้น ถือว่าไม่มีชื่อเสียงเป็นทางการ องค์กรภาครัฐไม่ยอมรับพวกเขาเป็นดารา

ในสายตาหน่วยงาน มีเพียงดาราระดับหนึ่งเท่านั้นที่เรียกว่า “ดารา” ส่วนคนอื่น อย่างมากก็แค่คนธรรมดาที่มีชื่อเสียงอยู่บ้าง

ส่วนคำว่า ระดับสอง ระดับสาม หรือระดับสิบแปดนอกวง เป็นเพียงศัพท์เล่นในวงการ ไม่มีเกณฑ์ตายตัว จัดลำดับตามความนิยมครึ่งปีล่าสุดเท่านั้น

สุยหลิงฟางพูดว่า “ฉันไม่ได้หมายถึงชื่อเสียง แต่หมายถึงนิสัยของเธอต่างหาก”

โจวต๋ายักไหล่ “บริษัทที่เธอสังกัดคือ LP ค่ายใหญ่ชื่อดัง ทั้งทรัพยากรและดารามากมาย จะฝ่าทะลุออกมาได้สักคนก็ไม่ง่ายเลย บริษัทเราไม่เคยร่วมงานกับ LP จะให้สืบยังไงได้ล่ะ”

สุยหลิงฟางถอนหายใจ “เพราะอย่างนั้นฉันถึงได้กังวล ในค่าย LP การแข่งขันดุเดือดมาก แค่ดาราสาวที่ถูกผลักดันขึ้นระดับแนวหน้าก็มีเป็นสิบ ๆ คน

เหลียนเป่าจือจะหาใครร่วมงานก็ได้ ทำไมถึงต้องเลือกจิ่นหลีเป็นคู่ ไม่กลัวหรือว่าจิ่นหลีจะกลบแสงเธอ?”

โจวต๋าเปิดเน็ตค้นข้อมูลค่าย LP พลันเห็นบางอย่างก็ตาโต “จี้ชิงเหลียนก็อยู่ค่าย LP เหมือนกัน ให้จิ่นหลีไปถามเธอก็รู้เรื่องสิ”

สุยหลิงฟางลังเล “แต่ได้ยินว่าพวกเธอในวงเก่า ความสัมพันธ์ไม่ค่อย…”

“ถึงจะไม่ดีแค่ไหน อย่างน้อยก็เคยอยู่ทีมเดียวกัน ถ้าไม่ได้เป็นศัตรู จะกลัวอะไร ความสัมพันธ์มันก็สร้างได้เรื่อย ๆ ไม่ใช่เหรอ?”

โจวต๋าว่า “ถ้าเธอยังไม่สบายใจ ก็ให้จิ่นหลีตัดสินใจเองดีกว่า”

สุยหลิงฟางทั้งไม่อยากให้จิ่นหลีพลาดเวทีคัมแบ็กดี ๆ อีกทั้งก็ยังกังวลว่าเหลียนเป่าจืออาจมีเจตนาไม่ดี

คิดแล้วคิดอีก สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจโทรบอกจิ่นหลีเรื่องนี้

ภายในอพาร์ตเมนต์หรูสำหรับคนโสด

จิ่นหลีพึ่งกินข้าวกลางวันเสร็จ กำลังจะพักผ่อน ก็ได้รับโทรศัพท์จากสุยหลิงฟาง

หลังวางสาย แววตาเธอฉายประกายครุ่นคิด

“เหลียนเป่าจือ?”

ไม่เคยได้ยินชื่อเลย

ตั้งแต่ร่างกายทรุดต้องพักฟื้น จิ่นหลีก็กลายเป็นคนติดบ้าน ไม่ชอบออกไปไหน หมกมุ่นอยู่กับซีรีส์ อนิเมะ และนิยาย

กลัวว่าถ้าเห็นสิ่งกระตุ้นจะทำให้อารมณ์แปรปรวนแล้วสุขภาพแย่ลง เธอจึงแทบไม่ดูข่าวบันเทิงเลย

จะว่าไป เจ้าของร่างเดิมพยายามมากจริง ๆ เพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อ

คิดไม่ออกก็เลิกคิด จิ่นหลีส่งข้อความหาจี้ชิงเหลียน ขอให้ช่วยแนะนำหน่อย

ส่งไปได้ไม่นาน อีกฝ่ายก็โทรกลับมาเป็นสายเสียง

เสียงของเธอหอบนิด เหมือนเพิ่งออกจากห้องซ้อมเต้น เปิดปากพูดทันที “หลีเป่า เธออย่ารับงานนี้เลยดีไหม?”

เสียงของจี้ชิงเหลียนใสหวาน เสียงสูงทรงพลัง ทั้งแหลมและคม ไม่เข้ากับชื่อที่ฟังดูอ่อนโยนของเธอสักนิด

เมื่อก่อนตอนอยู่ในวง เธอคือคนรับหน้าที่ร้องเสียงสูงช่วงท้ายเพลง ต่อให้การแสดงจะพังแค่ไหน ก็ยังช่วยกู้สถานการณ์ได้ หูดีมาก

จิ่นหลีถามอย่างสงสัย “เหลียนเป่าจือคนนั้นมีปัญหาเหรอ?”

จี้ชิงเหลียนลังเล ลดเสียงลง “ไม่ถึงกับมีปัญหา แค่รู้สึกว่าเธอเป็นคนเจ้าเล่ห์มาก ช่างคำนวณเหลือเกิน

เธอเพิ่งเดบิวต์มาแค่สามปี ถึงจะอยู่ค่าย LP แต่ไม่มีฝีมือโดดเด่น กลับสามารถไต่ขึ้นเป็นดาราระดับหนึ่งได้ภายในสามปี มันไม่ธรรมดาเลย”

จี้ชิงเหลียนเว้นช่วง ก่อนพูดต่อ “ฉันได้ยินเพื่อนบ่นว่า ตอนเธอยังเป็นดาราระดับสาม กล้าไปแย่งงานของดาราระดับสองด้วยซ้ำ”

จิ่นหลีประหลาดใจ “แล้วเธอแย่งได้ยังไง ระดับไม่เท่ากัน ฝ่ายจัดงานคงไม่ยอมสิ?”

จี้ชิงเหลียนว่า “แน่นอนว่าไม่ใช่แย่งพวกระดับสองที่กำลังฮอต แต่เป็นพวกที่อยู่ขอบวงหน่อย ซึ่งค่าย LP มีเยอะมาก

ฉันได้ยินมาว่าเธอเคยติดสินบนพนักงาน จงใจรายงานเวลาผิด ทำให้เจ้าของงานรอตัวจริงไม่เจอ จากนั้นก็เสนอชื่อเองเข้าไปแทน

นอกจากวิธีนี้ ยังมีอีกหลายอย่าง สรุปคือมีเล่ห์เหลี่ยมสารพัด ทำสักหนึ่งสองครั้งก็ยังพอรับได้ แต่พอทำบ่อย เรื่องก็ถึงหูผู้บริหาร”

จิ่นหลีถาม “แล้วฝ่ายบริหารว่าไง?”

จี้ชิงเหลียนพูดอย่างขุ่นเคือง “พวกเขากลับชมว่าเหลียนเป่าจือมีความมุ่งมั่นแข่งขัน ให้ทุกคนเอาเป็นแบบอย่าง ถ้าทุกคนมีความทะเยอทะยานแบบนี้ ใครจะไม่กลายเป็นดาราระดับหนึ่งกันล่ะ!”

ถ้าแค่นั้นก็คงพอทน

แต่เพราะเรื่องนั้นเอง เหลียนเป่าจือเลยเข้าตาผู้บริหาร ได้รับการหนุนหลังอย่างเต็มที่ ใช้เวลาแค่สามปีก็ได้ขึ้นเป็นดาราระดับหนึ่ง

เรื่องนี้ทำเอาดาราที่สู้ใน LP มาหลายปีถึงกับหมดกำลังใจ!

แล้วจะทำอะไรได้อีกล่ะ

ตอนนี้เหลียนเป่าจือคือดาราระดับหนึ่ง ใครที่อยู่ต่ำกว่า ต่อให้แก่กว่า พอเจอก็ต้องเรียกว่า “รุ่นพี่”

วงการบันเทิงมันก็เป็นโลกแห่งความจริงแบบนี้แหละ

จิ่นหลีเข้าใจ “หมายความว่าเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะใช้เล่ห์แบบนั้นใส่ฉัน?”

จี้ชิงเหลียนพูดเสียงร้อนรน “ผู้หญิงแบบนั้นเห็นแก่ประโยชน์ตัวเองสุด จู่ ๆ มาชวนเธอร่วมงาน ต้องหวังอะไรบางอย่างแน่ สถานะระดับหนึ่งของเธอก็ไม่แน่นอน ฉันว่าคงอยากเหยียบเธอขึ้นหน้าแน่ ๆ”

จิ่นหลีคิดอยู่ครู่ ก่อนก้มตาลง ถามเบา ๆ “ชิงเหลียน ทางเธอนั่นจัดการไม่ได้เหรอ?”

จี้ชิงเหลียนเงียบไปพักหนึ่ง เสียงสั่นเครือราวจะร้องไห้

“ผู้จัดการของฉันไม่ยอม นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ฉันเซ็นสัญญาที่ต้องขอร้องเขา แต่เขาก็ยังไม่อนุญาต ฉันอยู่ระดับหนึ่งมาสี่ปีแล้ว แค่อยากช่วยเพื่อนร่วมวงเก่าหน่อย เขายังไม่ให้เลย”

ผู้จัดการบอกว่า ดาราอย่างจิ่นหลีไม่มีค่าพอจะร่วมงานด้วย

ตอนนี้แม้ดูเหมือนจะกลับมาได้รับความสนใจ แต่วันหนึ่งอาจต้องลาวงการเพราะสุขภาพอีก เลยไม่ยอมยกสิทธิ์คู่ร่วมงานให้

บางครั้งจี้ชิงเหลียนก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าตัวเองเป็นดาราระดับหนึ่งเพราะผู้คนยอมรับจริง หรือเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ค่าย LP ผลักขึ้นมา

ไม่มีอำนาจต่อรองเลยแม้แต่นิด

จิ่นหลีปลอบด้วยเสียงนุ่ม “อย่าร้องสิ ฉันจะไปร่วมอัดรายการกับเธอ อย่างน้อยเราก็ได้เจอกันอีกครั้ง”

จี้ชิงเหลียนชะงัก “เธอ—”

จิ่นหลียิ้ม แววตาเปล่งประกายดั่งดวงดาว “งานนี้ ฉันจะรับแน่นอน! ถ้าใครคิดจะเหยียบฉันขึ้นหน้า ก็ลองดูสิว่าเธอจะมีปัญญาพอไหม!”

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 13 รับงาน!

ตอนถัดไป