ตอนที่ 41 เขาไม่ได้ไล่ตามเงินทอง แต่ไล่ตามความสุขในเสี้ยววินาทีที่ถูกรางวัล
เขาไม่ได้ไล่ตามเงินทอง แต่ไล่ตามความสุขในเสี้ยววินาทีที่ถูกรางวัล
ทางฝั่งเครื่องสำอางโดะมี่…
พวกเขาแน่ใจว่าเข้าใจเรื่องการตลาดดี ก็เพราะรู้ว่าวิดีโอนี้จะสามารถกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของชาวเน็ต จึงจงใจปล่อยออกมา
วิดีโอนี้แน่นอนว่ามีครึ่งหลังอยู่จริง
ตอนนั้นผู้กำกับเกิดไอเดียขึ้นมากะทันหัน ให้จิ่นหลีลองใส่กี่เพ้าสีแดงตัวนั้นถ่ายโฆษณาแบบเคลื่อนไหวดู
กระบวนการถ่ายทำราบรื่นสุด ๆ ผู้กำกับแทบไม่ได้ชี้นำจิ่นหลีมากนัก แค่ให้เธอแต่งหน้าด้วยตัวเอง แล้วถ้าเบื่อ ๆ ก็ให้เอาผลิตภัณฑ์มาวาดเล่นบนกระจก
ในจินตนาการของผู้กำกับ จิ่นหลีน่าจะใช้ลิปสติกวาดบนกระจกมากกว่า เพราะเนื้อลิปติดบนกระจกได้ง่ายกว่า
แต่ไม่คาดคิดเลยว่า จิ่นหลีกลับใช้ “อายแชโดว์”!
ท่าทางและสีหน้าของเธอในตอนนั้น ล้วนเป็นการกระทำตามธรรมชาติหมดจด ความเบื่อหน่ายแต่แฝงด้วยความเฉื่อยชานั้น เป็นสิ่งที่การแสดงยากจะถ่ายทอดออกมาได้
ทางฝั่งโดะมี่เอง เพื่อเนื้อหาโฆษณาโดยเฉพาะ ยังทำบทไว้สองแบบให้จิ่นหลีเลือกเอง
จิ่นหลีไม่รู้ว่าบทไหนดีกว่ากัน จึงไม่เลือกเอง แต่ยกให้สุยหลิงฟางเป็นคนตัดสิน
ดังนั้นโฆษณาที่จิ่นหลีกำลังถ่ายอยู่ตอนนี้ จึงเป็นบทที่ผู้จัดการเลือกตามแนวทางตลาดและภาพลักษณ์ของแบรนด์
บทมีให้เลือกสองแบบ แต่ทีมถ่ายทำของโดะมี่เตรียมพร็อพของทั้งคู่ไว้ครบ
บังเอิญว่าพร็อพของบท “สาวงามในกี่เพ้า” อีกบทก็อยู่ในบริษัท ผู้กำกับจึงเกิดไอเดียขึ้นมาทันที ให้จิ่นหลีลองใส่เล่นดู
ใครจะคิดล่ะว่า แค่ลองถ่ายเล่น ๆ กลับได้สไตล์ที่แตกต่างออกไป กลายเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของ “เมคอัปปลานำโชค”
บัญชีทางการของโดะมี่คอสเมติกส์ยังอุตส่าห์ไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ของแฟน ๆ ว่า—
[อยากปลดล็อกวิดีโอเต็มเวอร์ชันกันไหม ยอดขายสินค้าครบหนึ่งล้านเมื่อไร จะปลดล็อกให้เลยนะ! (รูปหัวหมา.jpg)]
ชาวเน็ตต่างพากันโวยวายคอมเมนต์ว่า [ปลดล็อกบ้าอะไร! สต็อกบ้านเธอเรากว้านซื้อจนหมดแล้วนะ ถ้ามีปัญญาก็รีบเติมของสิ!!!]
[ไม่เคยเห็นแบรนด์ไหนตั้งเป้ายอดขายหนึ่งล้าน แต่กลับเตรียมสินค้าไม่ถึงล้านชิ้นมาก่อนเลย ขำทั้งน้ำตา.jpg]
[โดะมี่ นี่แน่ใจเหรอว่าไม่ได้พูดเล่น วิดีโอสวยขนาดนี้กลับตั้งเป้ายอดขายแค่หนึ่งล้าน นี่กำลังดูถูกพลังขายของไอดอลฉันหรือยังไง!]
โลกออนไลน์เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการถกเถียงไม่ขาดสาย แต่ในอพาร์ตเมนต์ที่จิ่นหลีอยู่ กลับสงบสุขราวอีกโลกหนึ่ง
ตอนนี้จิ่นหลีกำลังวิดีโอคอลกับใครบางคน แต่ไม่ได้เปิดกล้อง
เสียงใสและอบอุ่นดังมาจากปลายสาย “ข้อที่สาม รู้ไหมว่าตัวเองผิดตรงไหน?”
จิ่นหลีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “แทนค่าผิดสูตรหรือเปล่า?”
กู้เฉิงพูดว่า “ไม่ สูตรถูกแล้ว แต่เธอไม่เข้าใจความหมายของสูตร เธอจำค่าที่ตัวอักษรในสูตรแทนผิด G มันคือ……”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง สมาชิกวง “เดือนมีนาคม” ทั้งสี่คนก็มารวมตัวกันที่บ้านพักที่บริษัทเช่าไว้ให้ ซึ่งถือเป็นหอพักของพวกเขา
อีกสามคนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโซฟา พากันอ้าปากค้างมองกู้เฉิงที่ถือหนังสือ “ห้า–สาม” หูใส่หูฟังไร้สาย หมุนปากกาบนมือเล็กน้อย ก้มหน้าพูดอธิบายโจทย์อย่างใจเย็น
“นี่มันอะไรกัน อยู่ ๆ กู้เฉิงของเราคิดจะสอบปริญญาโทหรือปริญญาเอกเหรอ?” ลัวอี้พูดงง ๆ
“แต่หนังสือที่เขาถือเป็น ‘ห้า–สาม’ นะ ข้อสอบพวกนี้ในต่างประเทศไม่มีให้สอบนี่นา จะอ่านไปทำไม?” เฉินหลินว่า
เหยียนซิงตงมองเฉินหลินอย่างตะลึง “ครั้งแรกเลยนะที่ได้เห็นนายพูดถูก รินเป่า นายกำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเหรอ?”
เฉินหลินกลอกตาใส่หัวหน้าวงของตัวเอง
กู้เฉิงได้ยินเสียงอึกทึกจากฝั่งตรงข้าม จึงเงยหน้าขึ้นมองพวกเขา แววตาลึกและเข้มจนเหมือนกำลังมองสิ่งของที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่มนุษย์
จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง ดื่มน้ำหนึ่งอึก แล้วอธิบายโจทย์ต่ออย่างมีระบบ
เหยียนซิงตงกับพวกรีบปิดปากเงียบ และถอยออกจากห้องนั่งเล่นอย่างให้เกียรติสุดชีวิต
ทั้งสามคนย้ายไปที่ครัว เฉินหลินเดินไปหยิบผลไม้ ส่วนลัวอี้ใช้ศอกกระทุ้งแขนเหยียนซิงตง แล้วพยักหน้าไปทางกู้เฉิง
“เฮ้ วันนี้เขาเป็นอะไร ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมีจิตเมตตามาสอนใครสักคนเนี่ย หรือว่ากำลังติวน้องสาว? แต่จากที่ฉันรู้ กู้เฉิงไม่ใช่คนใจดีขนาดนั้นนะ!”
เหยียนซิงตงมองเขาแวบหนึ่ง แล้วยิ้มอย่างมีนัย “นายดูไม่ออกจริง ๆ เหรอ?”
ลัวอี้ส่ายหน้า “ไม่เห็นจะออก”
เหยียนซิงตงพูดเรื่อย ๆ ว่า “ถ้าดูไม่ออกก็เงียบไว้ อย่าถาม เพราะถึงถามฉันก็ไม่บอก”
ลัวอี้: “……”
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร สุยหลิงฟางโทรหาจิ่นหลีขึ้นมา
จิ่นหลีได้สติจากสมาธิ ถึงเพิ่งรู้ว่าตัวเองเรียนกับกู้เฉิงมาสองชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว จึงรีบพูดขอโทษ “ขอโทษนะที่ทำให้เสียเวลา”
กู้เฉิงส่ายหัวเบา ๆ “ไม่เป็นไรหรอก พอดีวันนี้ฉันว่าง ไม่มีงานถ่าย รายการก็พักทั้งวง ผู้จัดการเลยบังคับให้นั่งดูวาไรตี้ในหอ”
ว่ากันว่าทั้งคู่เริ่มคุยเรื่องเรียนกันได้ ก็เพราะกู้เฉิงแท็กจิ่นหลีในกลุ่ม แซวว่าช่วงนี้ว่างดูไลฟ์ของเธอ เห็นว่าเธอทำข้อสอบอ่อนเพราะพื้นฐานไม่แน่น
แถมตอนดูคลิปติว เธอยังแยกไม่ออกว่าอะไรคือจุดสำคัญ เลยพยายามจำหมดทุกอย่าง จนสุดท้ายไม่มีอะไรดีสักอย่าง
ถ้าเป็นเด็กหัวดีคงเข้าใจเร็ว แต่ถ้าเป็นเด็กเรียนอ่อน ก็ต้องมีวิธีเฉพาะตัวหน่อย
จิ่นหลีได้ยินว่าตัวเองเรียนผิดวิธี ก็เลยโทรไปขอคำแนะนำแบบจริงจัง หนึ่งคนกล้าถาม อีกคนก็กล้าสอน เลยกลายเป็นคุยกันยาว
หลังจากวางสายจากเขา จิ่นหลีก็รับสายของสุยหลิงฟางต่อ
“จิ่นหลี รายการวาไรตี้ตอนที่สองออกแล้วนะ เดี๋ยวฉันจะไปดูด้วยกัน จะได้ดูว่ามีตรงไหนที่เธอเล่นไม่ดี จะได้เก็บไว้ปรับคราวหน้า”
จิ่นหลีตอบตกลงทันที “ได้เลย”
หลังจากวางสายพี่ฟาง เธอก็หันกลับไปดูมือถือ พบว่าวงเดือนมีนาคมก็กำลังคุยกันในกรุ๊ปว่าจะดูเทปเต็มเช่นกัน
จู่ ๆ เธอก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้น แล้วรีบส่งข้อความเสียงส่วนตัวไปหากู้เฉิง
“เมื่อกี้นายสอนฉันทำข้อสอบใช่ไหม ข้อสอบพวกนั้นนายไปเอามาจากไหนเหรอ?”
ตอนแรกกู้เฉิงแค่สอนวิธีเรียน พอพูดถึงเทคนิคทำข้อสอบ เขาก็บอกให้เธอเปิดหนังสือห้า–สามหน้าไหน ข้อไหนต่อข้อไหน ฟังต่อเนื่องไม่มีสะดุด
จิ่นหลีไม่เอะใจอะไร รีบเปิดดูและฟังต่อ
แต่พอมาคิดตอนนี้ กู้เฉิงไปเอาข้อสอบพวกนั้นมาจากไหนกัน?
กู้เฉิงตอบเรียบ ๆ ว่า “ฉันซื้อมาน่ะ ตอนว่าง ๆ ดูเธอไลฟ์อยู่ เห็นเธอตั้งใจเรียนก็เลยลองเรียนตามดู ฉันเรียนมัธยมอยู่ต่างประเทศ ไม่เคยเรียนหลักสูตรในประเทศเลย เห็นน่าสนุกดี”
มุมปากของจิ่นหลีกระตุก เธอเรียนเพราะต้องรอดชีวิต แต่กู้เฉิงเรียนเพราะ… สนุกงั้นเหรอ?
นี่สินะ… สิ่งที่เรียกว่า “เด็กหัวดีของจริง”
กู้เฉิงพูดต่อ “เวลาว่างฉันก็เล่นเกม ดูทีวี อ่านการ์ตูน เรียนหนังสือก็ถือเป็นวิธีคลายเครียดอย่างหนึ่งน่ะ ฉันแค่ไม่ชอบออกไปข้างนอก เป็นพวกติดบ้านมากกว่า”
จิ่นหลีไม่คิดมากอีก ยิ้มตอบอย่างสบาย ๆ “นายเป็นคนดีนะ ไว้คราวหน้าฉันจะพาไปไหว้พระขอพร รับรองโชคดีแน่นอน”
กู้เฉิงว่า “งั้นเธอจะให้ฉันล็อตเตอรี่สักปึกด้วยไหม?”
เขาไอเบา ๆ หลายครั้ง แววตาเลื่อนลอยนิด ๆ “ฉันเก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาจากงานการกุศลจิ่นเซ่อ จะเอามาแลกกับล็อตเตอรี่ที่เธอซื้อมันได้ไหม?”
จิ่นหลีถึงบางอ้อ รู้ทันทีว่ากู้เฉิงไม่ได้มีน้ำใจฟรี ๆ ที่แท้รอจังหวะนี้เอง
เธอหัวเราะทั้งน้ำตา “ด้วยฐานะอย่างนาย เงินสองแสนไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยนี่นา จะซีเรียสทำไม?”
กู้เฉิงหัวเราะเก้อ ๆ ก่อนพูดอย่างมั่นใจ “เงินที่ได้จากการถูกรางวัล มันไม่เหมือนเงินที่ทำงานหาเองหรอก!”
เขาไม่ได้ไล่ตามเงินทอง แต่ไล่ตามความสุขในเสี้ยววินาทีที่ถูกรางวัล
(จบตอน)