บทที่ 21 คำคนน่ากลัว
บทที่ 21 คำคนน่ากลัว
หลี่อวี่ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง อารมณ์เริ่มขุ่นมัว แต่เห็นแก่หน้าลุงใหญ่ เขาจึงเลือกที่จะเงียบ
ฝ่ายเลขาธิการหมู่บ้าน พอได้ยินหลิวเว่ยหมินช่วยพูดให้
ในใจก็ลิงโลด รีบถามขึ้นว่า "พ่อหนุ่ม พวกคุณมาจากในเมืองใช่ไหม? ในเมืองสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง? รัฐบาลจะส่งคนมาช่วยไหม?"
หลิวเว่ยหมินมองแววตาที่เปี่ยมด้วยความหวังของอีกฝ่าย แล้วถอนหายใจ
"ในเมืองแตกแล้วครับ มีแต่ซอมบี้เต็มไปหมด ตอนนี้หน่วยงานราชการก็ร้างผู้คน คาดว่าคง..."
เมื่อได้ยินดังนั้น ชาวบ้านบางคนมีสีหน้าเป็นทุกข์ แต่พวกวัยรุ่นแถวหน้ากลับแอบยิ้มดีใจแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบปั้นหน้าเศร้าตามเดิม
เสียงถอนหายใจดังระงม
ลุงใหญ่หันมาถามหลี่อวี่เสียงเบา "จะไม่ช่วยพวกเขาจริงๆ เหรอ?"
หลี่อวี่พยักหน้ายืนยัน
ลุงใหญ่เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอนึกถึงเสี่ยวลู่และญาติพี่น้องในฐานทัพ
คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายไปกับเสียงถอนหายใจ
หลิวเว่ยหมินเดินเข้าไปหาลุงใหญ่ แล้วพูดว่า "พี่เหวิน! เราควรให้พวกเขาเข้าไปนะ พี่ลองคุยกับหลานพี่หน่อยสิ บอกให้เขาเปิดประตู นี่มันเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแล้ว"
หลิวเจี้ยนเหวินมองเพื่อนอย่างจนใจ แล้วหันไปมองหลี่อวี่
เป็นการบอกใบ้ว่าเขาตัดสินใจแทนไม่ได้
หลิวเว่ยหมินเห็นท่าทีนั้น ก็ดูออกว่าคนคุมฐานทัพคือหลี่อวี่
จึงเดินรี่เข้าไปยืนประจันหน้าหลี่อวี่ แล้วเทศนาว่า "นายควรให้พวกเขาเข้าไป ข้างนอกซอมบี้เยอะขนาดนั้น อันตรายจะตาย นายต้องรู้จักมีเมตตาธรรมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์สิ จะมาทำตัวเลือดเย็นเพราะสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้นะ!"
หลี่อวี่เห็นหลิวเว่ยหมินเดินเข้ามาใกล้ จึงยกปากกระบอกปืนกลขึ้นเล็กน้อย
แล้วตอบสั้นๆ "ไม่!"
ประหยัดคำพูด ขี้เกียจจะอธิบาย
จนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้ตกลงเลยว่าจะให้หลิวเว่ยหมินเข้าฐานทัพหรือไม่ แม้หลิวเว่ยหมินจะเป็นเพื่อนของลุงใหญ่ แต่ไม่ใช่เพื่อนร่วมงาน
อีกอย่าง เขาไม่มีสิทธิ์มาบังคับให้หลี่อวี่รับคนพวกนี้
ต่อให้เป็นโลกก่อนวันสิ้นโลก คุณอยากจะเป็นพ่อพระให้คนแปลกหน้าเข้าบ้านคุณก็เรื่องของคุณ แต่คุณจะมาบังคับให้ผมทำตามไม่ได้
เอาของคนอื่นไปทำบุญเอาหน้า คือสิ่งที่หลี่อวี่รังเกียจที่สุด
ฐานทัพที่เขาสร้างมาด้วยความยากลำบาก ถ้าให้คนแห่กันเข้าไปขนาดนี้ สรุปแล้วฐานทัพจะเป็นของใคร? แถมเขาไม่ไว้ใจคนพวกนี้ด้วย
ในปรัชญาการใช้ชีวิตของเขา เขาเชื่อเสมอว่า: มุมมองที่ต่างกัน ย่อมนำไปสู่บทสรุปที่ต่างกัน คุณไม่จำเป็นต้องใส่ใจความคิดของคนอื่นมากเกินไป ความเห็นอกเห็นใจของคุณ เป็นสิ่งล้ำค่าที่ควรมอบให้ถูกคน
หลี่อวี่รู้ดีว่าความเมตตาเป็นสิ่งถูกต้อง
แต่ในโลกยุคนี้ คนดีมักตายเร็ว
ดังนั้น สำหรับเขาแล้ว...
ความเมตตาต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยของตัวเอง
หากความเมตตานั้นนำภัยมาสู่ตนเองหรือครอบครัว
นั่นคือความผิดพลาดมหันต์
อีกอย่าง...
มีสิทธิ์อะไร หลิวเว่ยหมินคุณอยากจะเป็นคนดีก็เป็นไปสิ
ทำไมต้องมาใช้ศีลธรรมกดดันให้ผมเป็นคนดีด้วย?
ท่าทีปฏิเสธของหลี่อวี่แข็งกร้าวมาก เขาปฏิเสธหลิวเว่ยหมินอย่างไม่ใยดี
หลิวเว่ยหมินเห็นดังนั้นก็โกรธจัด ตะคอกใส่ "ทำไมนายถึงไม่มีจิตสำนึกบ้างเลยห๊ะ?!"
"ไม่มี"
ด้านหลัง หลิวฮว่าเหมยได้ยินบทสนทนา ก็วิ่งเข้ามาสมทบ
"นายมันเลือดเย็นเกินไปแล้ว!?"
"ใช่"
"นายมันคนไม่มีน้ำใจ!"
"ใช่"
พอเห็นหลี่อวี่ทำตัวทองไม่รู้ร้อน หลิวฮว่าเหมยยิ่งโมโหหนัก ตวาดแว้ดออกไป
"แล้วทำไมนายถึงช่วยพวกเรา แต่ไม่ช่วยพวกเขา?"
"ไม่ได้คิดจะช่วยเธอ ฉันช่วยลุงฉัน"
หลิวฮว่าเหมยโกรธจนตัวสั่น ด่าสวนไปว่า
"นายมันคนเลว!" อาวุธร้ายที่หน้าอกดูเหมือนจะสั่นไหวนิดๆ ตามแรงอารมณ์โกรธของเจ้าตัว
หลี่อวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รู้สึกพรั่นพรึงต่ออานุภาพของอาวุธร้ายนั้น
จึงแกล้งกระแอมไอแก้เก้อ
แล้วตอบกลับไปว่า "คุณพูดถูก!"
หลิวฮว่าเหมยจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
ในความทรงจำของเธอ ไม่เคยเจอใครหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้มาก่อน
ถึงขนาดยอมรับหน้าตาเฉยว่าตัวเองเป็นคนเลว!
ส่วนด้านหลังหลี่อวี่ เจ้าหลี่หางถึงกับล้วงสมุดเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋า
หน้าปกเขียนว่า: คัมภีร์เก๊กหล่อ
เขาเปิดไปที่หน้า 3 แล้วจดขยุกขยิกอย่างรวดเร็ว:
ข้อที่ 3: วิธีดึงดูดความสนใจสาวสวย? ขั้นแรก ต้องทำให้เธอโกรธ แล้วทำตัวขวางโลกใส่ซะ!
จดเสร็จ หลี่หางก็พยักหน้าหงึกหงัก ราวกับบรรลุสัจธรรม
เก็บสมุดลงกระเป๋าเสื้อด้วยความพึงพอใจ แล้วตบเบาๆ สองที
สีหน้าเบียวได้ใจสุดๆ
เมื่อเผชิญกับคำกล่าวหาของหลิวฮว่าเหมย
สภาพจิตใจของหลี่อวี่มั่นคงดุจหินผา จะใช้ศีลธรรมกดดันงั้นเหรอ?
ไม่เคยได้ยินคำว่า ช่างแม่ง เหรอ?
ไม่เคยได้ยินคำว่า ความสัมพันธ์แบบช่างแม่ง เหรอ?
คาดว่าหลิวฮว่าเหมยคงไม่เคยเจอ
แต่วันนี้ เธอได้เจอแล้ว
เธอโกรธมาก แต่ทำอะไรไม่ได้
หลิวเว่ยหมินเองยืนโกรธจนหน้าดำหน้าแดงอยู่ข้างๆ
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มเลขาธิการหมู่บ้านดูเหมือนจะหมดความอดทนแล้ว
เก็บอาการไม่อยู่ ตะโกนขู่ว่า "หลี่อวี่ ถ้าพวกแกไม่ให้พวกเราเข้าไป เกิดพวกเราโดนซอมบี้กัดตายขึ้นมา แกต้องได้รับผลกรรมแน่!"
เลขาธิการฉีกหน้ากากผู้ดีทิ้ง เผยธาตุแท้ออกมาข่มขู่
หลี่อวี่ยังคงทำหน้านิ่งไม่ยี่หระ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
หลิวเว่ยหมินมองหลี่อวี่ด้วยความโกรธแค้น กำลังจะอ้าปากด่า
พวกชาวบ้านด้านหลังเลขาธิการก็เริ่มส่งเสียงเซ็งแซ่
"ดูสิ ฉันบอกแล้วไงว่าพวกมันไม่ยอมให้เราเข้าหรอก! เห็นแก่ตัวที่สุด!"
"เมื่อกี้พวกมันยังคิดจะเอาหน้าไม้ยิงเราด้วยนะ!"
"ใช่ๆๆ เมื่อกี้เกือบยิงโดนฉันแน่ะ โอ๊ย ขาฉัน"
"จริงด้วย ไอ้เอ้อร์โก่วจื่อข้างบ้านก็ถูกพวกมันตีนี่แหละ ตายเพราะพวกมันไม่ให้เข้า!"
"สวนท่องเที่ยวมันสมบัติของทุกคน ที่ดินนี่ก็ไม่ใช่ของพวกมัน เป็นที่ดินส่วนรวม พวกมันไม่มีสิทธิ์กีดกันไม่ให้เราเข้า"
"เผลอๆ ที่ซอมบี้ระบาดรอบนี้ ก็ฝีมือพวกมันนั่นแหละ!"
สารพัดคำครหาถูกพ่นออกมาไม่หยุดหย่อน
ได้ยินแบบนี้ หลี่หงหยวนและคนอื่นๆ บนกำแพงหน้าถอดสีทันที สาดโคลนกันหน้าด้านๆ แบบนี้เลยเหรอ?
"หลี่อวี่มันฉวยโอกาสลวนลามฉัน พอเสร็จกิจแล้วก็ไม่รับผิดชอบ" จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา
สิ้นประโยคนั้น ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบกริบ
คนพูดคือเมียเลขาธิการหมู่บ้าน โจวสุ่ยฮวา!
หน้าปรุไปด้วยรอยสิวเขรอะ หน้าตาดูไม่ได้
คาดว่าทุกคนในที่นั้นคงนึกไม่ถึงว่าโจวสุ่ยฮวาจะกล้าพูดประโยคนี้ออกมา
หลี่อวี่สูง 183 ซม. หน้าตาหล่อเหลาเกลี้ยงเกลา
คนอย่างเขาจะไปเอาป้าเนี่ยนะ?
หน้าของเลขาธิการหมู่บ้านเขียวคล้ำขึ้นมาทันที
แม้แต่หลิวฮว่าเหมยที่อยู่ข้างๆ ยังหันมามองหลี่อวี่ด้วยสายตาเคลือบแคลง
หลี่อวี่เห็นสายตานั้น ในใจก่นด่า
ช่วยอย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นจะได้ไหม?
เวรเอ๊ย
คำคนน่ากลัวจริงๆ เล่นกันถึงขนาดนี้
แต่... เวลานี้ใช่เวลามาล้อเล่นไหม?
ปัง! ปัง! ปัง! หลี่อวี่รัวกระสุนลงพื้นทางด้านขวาของฝูงชน
เฉียดคนไปนิดเดียว
หลี่อวี่พูดสั้นๆ "ไสหัวไป"
ฝูงชนผงะถอยหลังกรูด ด้วยความตกใจกลัวตาย
หลิวเว่ยหมินสีหน้าเคร่งเครียด รีบยกปืนที่ยืมมาจากหลิวเจี้ยนเหวินและกระสุนใกล้หมดขึ้นมา หวังจะขู่หลี่อวี่ให้หยุด
สายตาของหลี่อวี่วาวโรจน์ เขาขยับปืนเล็งกลับไปทันที เขามั่นใจว่าเขาลั่นไกได้เร็วกว่าหลิวเว่ยหมินแน่นอน
หลิวเจี้ยนเหวินเห็นท่าไม่ดี รีบตะโกนห้าม "เว่ยหมิน!"
อาหลี่หงเฉียนบนกำแพงเห็นหลิวเว่ยหมินยกปืน
ก็รีบยกหน้าไม้ขึ้นเล็งไปที่หลิวเว่ยหมินทันที
หลี่หางที่ยืนอยู่ข้างหลี่อวี่ก็ชักปืนพกออกมา อาสี่ ลุงตง และคนอื่นๆ กระชับมีดในมือแน่น
สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด!
จังหวะนั้นเอง พอได้ยินเสียงเรียกของหลิวเจี้ยนเหวิน หลิวเว่ยหมินก็ลดปืนลง
พูดด้วยความอัดอั้นตันใจ "ฉันไม่ได้จะยิง ฉันแค่จะห้ามเขา" น้ำเสียงเจือความน้อยใจที่ถูกเข้าใจผิด
จากนั้นก็หันไปมองหลี่อวี่ด้วยความโกรธ
แม้เขาจะไม่เชื่อคำพูดใส่ร้ายของชาวบ้านเมื่อครู่
แต่ความจริงที่ว่าหลี่อวี่ไม่ยอมให้เข้า เด็กน้อยน่าสงสาร และหลี่อวี่ยิงปืนขู่ คือเรื่องจริง
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบอันน่าอึดอัด
หลี่อวี่ยังคงถือปืนค้างไว้ เขาเดินเข้าไปหาเด็กหญิงตัวน้อยอย่างไม่รีบร้อน โดยใช้หางตาคอยระวังความเคลื่อนไหวรอบข้าง
เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "หนูคือเสี่ยวซวนซวนใช่ไหม เราเคยเจอกันมาก่อนนะ"
หลี่อวี่เคยไปบ้านต้าจ้วงหลายครั้ง เด็กหญิงน่ารักคนนี้มีมารยาทมาก
เมื่อก่อนเวลาไปบ้านเธอ เสี่ยวซวนซวนยังเคยเอาผลไม้มาให้เขากิน
ซวนซวนที่ยืนอยู่ตรงกลางเหมือนจะไม่ได้ยิน เธอยังคงยืนเหม่อลอยมองไปข้างหน้า
หลี่อวี่ย่อตัวลงนั่ง ลูบหัวเธอเบาๆ