บทที่ 35 งานเลี้ยงฉลองใหญ่
บทที่ 35 งานเลี้ยงฉลองใหญ่
ความมืดค่อยๆ ปกคลุม พระจันทร์ทอแสงนวลตา ดาวพราวระยับฟ้า
เมื่อทุกคนเข้ามาในฐานทัพ ปู่กับย่าและคนอื่นๆ ก็ดีใจมากที่ได้เห็นครอบครัวอาสาม
การได้กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตาช่างเป็นเรื่องน่ายินดีเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันสิ้นโลกแบบนี้
จัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่!
ยังคงเป็นใต้ต้นไทรโบราณกลางลานเช่นเคย แสงไฟสว่างไสวไปทั่วบริเวณ
อารองนำทีมเด็กหนุ่มฆ่าหมูหนึ่งตัว แล้วนำขึ้นย่างบนเตา
หลี่อวี่พาหลี่เถี่ยและหลี่กัง สองพี่น้องไปที่โกดังเพื่อขนเหล้า เมื่อมาถึงหน้าโกดัง หลี่อวี่มองซ้ายขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไป เปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง แล้วเอ่ยถามว่า "ช่วงที่ไปเป็นทหารสองสามปีมานี้ พวกนายประจำการอยู่กับหยางเทียนหลง แล้วก็จ้าวต้าเพ่าคนนั้นตลอดเลยใช่ไหม?"
หลี่เถี่ยและหลี่กังงงเล็กน้อยว่าหลี่อวี่ถามทำไม แต่ก็ตอบไปตามตรง "ใช่ครับ พวกเราอยู่ด้วยกันมาตลอด"
หลี่อวี่พยักหน้า แล้วถามต่อ "แล้วจ้าวต้าเพ่าคนนั้นเป็นคนยังไง? นิสัยใจคอเป็นแบบไหน?"
หลี่เถี่ยตอบ "นิสัยดีใช้ได้เลย ถึงจะพูดน้อยไปหน่อย แต่ก็พึ่งพาได้ ตอนพวกเรากลับมา ก็ผ่านทางบ้านเขา... เฮ้อ ตอนนี้บ้านเขาเหลือเขาคนเดียวแล้ว..."
หลี่กังเสริม "ไอ้ต้าเพ่าน่ะเหรอ ตอนอยู่ในค่ายมันเหมือนพวกขวดน้ำมันปิดจุก แต่พอสนิทกันแล้วก็แอบร้ายลึกใช่เล่น..."
หลี่อวี่พยักหน้า ถามถึงความชอบและพฤติกรรมในอดีตของจ้าวต้าเพ่าอีกเล็กน้อย
เมื่อได้ข้อมูลจากทั้งสองคน ประกอบกับสิ่งที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองเมื่อตอนกลางวัน หลี่อวี่ก็พอจะประเมินสถานการณ์ได้คร่าวๆ
เปิดประตูโกดัง ขนเหล้า!
ต้องยอมรับว่าตอนที่เริ่มตุนเสบียง หลี่อวี่เตรียมการไว้อย่างรอบคอบสุดๆ ตาของเขาชอบดื่มเหล้า และคนตระกูลหลี่ส่วนใหญ่ก็คอแข็งกันทั้งนั้น หลี่อวี่เลยตุนเหล้าไว้หลายตัน
นอกจากเหล้าเหมาไถและอู่เหลียงเย่ราคาแพงที่มีจำนวนไม่มากแล้ว ยังมีเหล้าชื่อดังอื่นๆ อีกเพียบ เช่น หลูโจวเหล่าเจี้ยว, หยางเหอคลาสสิก, ซีเฟิ่งจิ่ว, เฟินจิ่ว, จินฮุ่ยจิ่ว, ฮานเค่อเจี้ยงจิ่ว, เซวียนจิ่ว, ต่งจิ่ว, หงซิงเอ้อร์กัวโถว, หนิวหลานซาน, เป่ยต้าชาง
รวมถึงเหล้าท้องถิ่นอีกสารพัด: ยวี่เปิงเซาจากกวางตุ้ง, ซื่อเท่อจิ่วและจางกงจิ่วจากเจียงซี, เฮ่อชิ่งจิ่วและหยางหลินเฟยจิ่วจากยูนนาน เป็นต้น
ในหมวดเหล้าขาวจีน มีครบทุกกลิ่น ทั้งแบบกลิ่นซอส, กลิ่นหอมอ่อน, กลิ่นหอมเข้ม, กลิ่นผสม,และอื่นๆ
นอกจากเหล้าขาวแล้ว ยังมีเหล้านอกตุนไว้อีกพอสมควร หลักๆ ก็คือเหล้าเบส 6 ชนิดสำหรับค็อกเทล: จิน, วิสกี้, บรั่นดี, รัม, วอดก้า และเตกีล่า
ชาติก่อนหลี่อวี่ชอบดื่มและชิมเหล้าหลากหลายประเภท พออารมณ์ดีก็จะผสมเหล้าดื่มเอง แต่ไม่ใช่แบบควงขวดโชว์ลีลา จริงๆ แล้วการผสมเหล้าไม่ได้ยากเลย อย่าง ลองไอส์แลนด์ไอซ์ที ก็แค่เทเหล้าเบส 5 ชนิดลงไป 1/3 ส่วน แล้วเติมโค้ก 2/3 ส่วน ใส่เหล้าหวานกลิ่นส้ม กับน้ำมะนาวนิดหน่อย เขย่าให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำแข็งก็เสร็จ
ลีลาควงขวดไม่ได้ทำให้เหล้าอร่อยขึ้น แต่มันทำให้เหล้าแก้วนั้นขายได้แพงขึ้นต่างหาก
หลี่อวี่นึกถึงชีวิตก่อนวันสิ้นโลก แล้วมองดูกองภูเขาเหล้าตรงหน้า เขาได้แต่ยิ้มขื่นๆ ส่ายหัวเบาๆ ในชาติก่อนหลังวันสิ้นโลก เขาแทบไม่มีโอกาสได้แตะของพวกนี้เลย
พอพวกหลี่อวี่ขนเหล้าออกมา คุณตาผู้คลั่งไคล้สุราก็นั่งไม่ติดที่ รีบวิ่งมาคว้าเหล้าจางกงจิ่วไปหนึ่งขวด
เปิดขวด รินใส่แก้ว จิบเบาๆ ทำเสียงจ๊วบจ๊าบ แล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างมีความสุข คีบถั่วลิสงเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ ให้กลิ่นเหล้าและรสชาติอาหารผสมผสานกันในปาก
หยางเทียนหลงเองก็ชอบดื่ม แต่ตอนเป็นทหารไม่ค่อยมีโอกาส ได้แต่มองตาปริบๆ ด้วยความอยาก คุณตาเห็นอาการนั้นก็กวักมือเรียกยิ้มๆ
ชายแก่ผมขาวกับชายหนุ่มกล้ามโตนั่งดื่มด้วยกันบนเก้าอี้ ช่างเป็นภาพที่ดูขัดแย้งแต่ก็กลมกลืนอย่างประหลาด
หลี่อวี่บอกให้จ้าวต้าเพ่านั่งกินตามสบาย แล้วเดินไปหาอารอง
เขาตบไหล่อารองที่กำลังจ้องสังเกตจ้าวต้าเพ่า แล้วกระซิบถาม "ดูออกไหมครับ?"
อารอง หลี่หงต้า หรี่ตาตอบ "ไม่รู้ว่าแกล้งทำหรือเป็นงั้นจริงๆ นะ แต่รู้สึกว่ามันดูซื่อบื้อๆ ไม่ค่อยพูด ดูไม่ออก รอดูกันต่อไปเถอะ"
หลี่อวี่ยิ้มแล้วบอกอารอง "นิสัยตอนเมาคือนิสัยที่แท้จริง คำนี้อาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็พอใช้อ้างอิงได้บ้าง เดี๋ยวอาพาพวกเจ้าหางไปมอมเหล้าไอ้ต้าเพ่ามันหน่อย ดูซิว่าธาตุแท้มันเป็นยังไง"
อารองชี้หน้าหลี่อวี่ แล้วมองด้วยสายตามีความหมาย "แกนี่นะ... ร้ายจริงๆ!"
เรื่องที่หลี่อวี่คุยเปิดอกกับพวกจ้าวต้าเพ่าเมื่อตอนกลางวัน อารองก็ได้ยินมาบ้าง เขาเองก็ประทับใจในความจริงใจของหลานชาย
จริงใจ... จริงๆ นะ
"......"
หลี่อวี่หุบยิ้ม นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจยาว "วันสิ้นโลกก็แบบนี้แหละครับ..."
อารองเห็นดังนั้นก็หยุดยิ้ม มองหลานชายด้วยความรู้สึกขมขื่นในใจ ภาระบนบ่าของหลี่อวี่มันหนักหนาเหลือเกิน เพื่อความปลอดภัยของครอบครัว เขาต้องคิดหน้าคิดหลัง ระวังทุกฝีก้าว
ตรงกลางลาน หมูย่างส่งเสียงฉ่าๆ น้ำมันหยดลงบนถ่านไฟ แม่ของหลี่อวี่หมุนแกนไม้ที่เสียบลูกหมูไปมา พร้อมโรยผงเครื่องเทศสิบสามหอม ผงยี่หร่า และพริกป่น
พอหนังหมูเริ่มเหลืองกรอบ ก็ทาด้วยซอสสูตรลับ
ย่างต่ออีกนิด กลิ่นซอสผสมกลิ่นไหม้นิดๆ ลอยฟุ้งไปตามลม
ทุกคนได้กลิ่นหอมต่างก็จ้องมองหมูย่างตาเป็นมัน
หลี่ซู่ซินที่ยืนอยู่ข้างๆ จ้องตาแป๋ว น้ำลายไหลย้อย พยายามจะเอื้อมมือไปหยิบ แต่โดนหลี่หยวนดึงตัวไว้ ตอนนี้หลี่ซู่ซินเหมือนลิงน้อยไม่มีผิด เจี๊ยวจ๊าวถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะได้กิน
ส่วนซวนซวนที่อยู่อีกด้าน กลับไม่สนใจหมูย่างเลย ในสายตาของเธอ หลี่อวี่สำคัญกว่าของกินพวกนั้นเยอะ
ไม่นาน หลิวฟางฮัวก็ประกาศว่าหมูย่างสุกได้ที่แล้ว พร้อมกิน!
ทุกคนแบ่งปันกันกิน ต่างชมไม่ขาดปาก หมูหันหนังกรอบเนื้อนุ่ม กระดูกกรุบกรอบ มันแต่ไม่เลี่ยน
อารองถือโอกาสพาหลี่หางและพวกเด็กหนุ่มเดินไปหาจ้าวต้าเพ่ากับหยางเทียนหลง แล้วพูดว่า "ในเมื่อเรามารวมตัวกันแล้ว ต่อไปก็คือคนกันเอง เพื่อเป็นการต้อนรับ คืนนี้ไม่เมาไม่เลิก!"
หยางเทียนหลงได้ยินก็หัวเราะลั่น "อาครับ อาพูดถูกใจผมจริงๆ ได้เลย คืนนี้ไม่เมาไม่เลิก!" ใบหน้าคล้ำเข้มของเขาเริ่มแดงระเรื่อ
บรรยากาศแบบนี้ วันเวลาแบบนี้ คือสิ่งที่เขาถวิลหา หลังวันสิ้นโลก เขาพาน้องสาวระหกระเหิน กินแต่อะไรก็ไม่รู้ ต้องคอยระแวงตลอดเวลา การได้เจอพี่น้องเพื่อนฝูงนี่มันดีจริงๆ!
จ้าวต้าเพ่าที่อยู่ข้างๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก พูดซื่อๆ "งั้นผมเรียกอาด้วยคน ผมดื่มเป็นเพื่อนครับ!"
อารองหัวเราะร่า "ดี! ดี! ดี!"
หลี่อวี่แวะมาชนแก้วด้วยสองสามแก้ว หยางเทียนหลงพยายามรั้งตัวไว้จะให้ดื่มต่อ แต่หลี่อวี่ปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม "คืนนี้ฉันต้องเข้าเวร อาสี่ที่เฝ้าหน้าประตูยังไม่ได้กินอะไรเลย เดี๋ยวฉันเอาไปส่งให้พวกเขาก่อน"
หยางเทียนหลงเลยยอมปล่อยไป
งานเลี้ยงฉลองดำเนินต่อไป อารองและกลุ่มจ้าวต้าเพ่าดื่มกันไม่หยุด
พระจันทร์ลอยเด่นกลางฟ้า ดื่มกันจนดึกดื่น
อารองสะบัดหัวที่เริ่มมึน มองดูจ้าวต้าเพ่าที่เมาจนตัวอ่อนพับไปแล้ว ในใจก็พอจะเดาทางได้