บทที่ 49 เงยหน้ามองดวงดาวที่กำลังขับขาน
บทที่ 49 เงยหน้ามองดวงดาวที่กำลังขับขาน
หลี่อวี่เดินผ่านประตูชั้นที่สองออกมาโดยไม่ได้หยุดพัก เขาวิ่งตรงขึ้นไปบนหอสังเกตการณ์ทันที
อาสองรีบตามขึ้นไปแล้วเอ่ยถาม "เสี่ยวอวี่ หลานจะทำอะไร?"
หลี่อวี่ไม่ได้ตอบคำถาม แต่หันไปเห็นหยางเทียนหลงและจ้าวต้าเพ่าที่ตามขึ้นมาพอดี
เขาจึงสั่งการทันที "เมื่อกี้ที่ไล่กวดพวกเรามาคือสุนัขซอมบี้ พวกนี้มักจะเกิดจากการกินซากศพซอมบี้ หรือไม่ก็ถูกซอมบี้กัดจนกลายพันธุ์"
"ต้าเพ่า นายแม่นปืน เพื่อเลี่ยงปัญหาจุกจิก ใช้หน้าไม้จัดการพวกมันซะ เทียนหลง นายช่วยส่องไฟ"
หลี่อวี่หยิบหน้าไม้ที่วางอยู่บนหอสังเกตการณ์ขึ้นมา
เขาทาบลูกดอก เล็งไปที่สุนัขซอมบี้
สุนัขซอมบี้ใต้กำแพงยังคงแยกเขี้ยวขู่คำรามใส่กลุ่มคนที่อยู่ด้านบน
หลี่อวี่เห็นจังหวะ เล็งไปที่ปากของมัน แล้วลั่นไกทันที!
ลูกดอกพุ่งทะลุหัวสุนัขจนมิด!
อีกด้านหนึ่ง จ้าวต้าเพ่าก็หยิบหน้าไม้ขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว แล้วยิงใส่สุนัขซอมบี้ตัวข้างๆ
ฉึก! ฉึก!
เขายิงต่อเนื่อง!
สมกับเป็นจ้าวต้าเพ่า ฝีมือการยิงของเขาอยู่ในระดับเซียนจริงๆ
หลี่อวี่มองลงไปข้างล่าง เมื่อเห็นว่าไม่มีสุนัขซอมบี้เหลือแล้ว เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
สุนัขซอมบี้... โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ถ้าเจอเข้าล่ะก็เป็นเรื่องยุ่งยากสุดๆ
อาสองเห็นหลี่อวี่ดูผ่อนคลายลงแล้ว จึงอดถามไม่ได้ "เสี่ยวอวี่ เที่ยวนี้ราบรื่นดีใช่ไหม?"
หลี่อวี่ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ก็โอเคครับ วันนี้เก็บพวกที่ล่อซอมบี้มาหาเราไปหมดแล้ว"
หยางเทียนหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มเก็บอาการไม่อยู่ "ไอ้อวี่ แค่นี้นายเรียกว่าโอเคเหรอ? ทั้งพวกผู้หญิงพวกนั้น! ทั้งไอ้พวกสวะนั่น แล้วไหนจะเกือบกลับมาไม่ทัน แถมเมื่อกี้ยังเจอสุนัขซอมบี้อีก นายเรียกว่าโอเคได้ไงวะ?"
หลี่อวี่ปรายตามองหยางเทียนหลงแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร
หยางเทียนหลงเริ่มรู้สึกว่าเขาอ่านใจหลี่อวี่ไม่ออก เพื่อนคนนี้เปลี่ยนไปมาก ทั้งกล้าหาญขึ้น เยือกเย็นขึ้น และดูเหมือนจะ... เลือดเย็นขึ้นนิดหน่อยด้วย
หลี่อวี่และคนอื่นๆ เดินลงมาจากหอสังเกตการณ์ เขาเห็นว่าอาสองเหมือนจะอยากถามอะไรต่อ
หลี่อวี่จึงตัดบท "วันนี้เราวิ่งวุ่นกันมาทั้งวันแล้ว เหนื่อยหน่อยนะครับอาสอง พรุ่งนี้ค่อยมาคุยกัน เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง"
อาสองพยักหน้าอย่างเข้าใจ "อืม ได้ๆ งั้นพวกหลานไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ"
เมื่อหลี่อวี่ลงมาถึงข้างล่าง เขาก็เห็นสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวเดินตรงเข้ามาแต่ไกล
คนที่วิ่งนำหน้ามาคือหลี่ซู่ซินและซวนซวน เจ้าตัวเล็กทั้งสองวิ่งมาด้วยความเร็วแสงแล้วกระโดดกอดขาหลี่อวี่คนละข้าง
ซวนซวนน้ำตาคลอเบ้า พูดอย่างน้อยใจ "พี่ทิ้งหนูไว้อีกแล้ว คราวหน้าออกไปต้องพาหนูไปด้วยนะ หนูสัญญาว่าจะไม่เป็นตัวถ่วง!"
ส่วนหลี่ซู่ซินที่อยู่อีกข้างร้องไห้โฮ "พี่ชาย... ฮือๆ หนูนึกว่าจะไม่ได้เจอพี่แล้ว ฮือๆๆ"
หลี่หงหยวนและหลิวฟางฮัวเดินตามหลังเด็กๆ มา เมื่อเห็นว่าหลี่อวี่ปลอดภัยดีไร้รอยขีดข่วน พวกเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
หลิวฟางฮัวน้ำตาคลอ มองลูกชายคนโตด้วยความรู้สึกผิดจับใจ เธอเดินเข้าไปจับมือลูกชายแล้วพากันเดินกลับไปที่วิลล่า
หลี่อวี่เรียกไล่เจียฉีและหลี่หางเข้ามา เขาพาทั้งคู่ไปคุยธุระสำคัญ
เหตุการณ์ซอมบี้ล้อมครั้งนี้...
ไล่เจียฉีที่อยู่ห้องมอนิเตอร์รายงานล่าช้า ส่วนหลี่หางที่อยู่บนหอสังเกตการณ์ก็สะเพร่าเกินไป
ลุงตง และหลี่หงหยวนมองทั้งคู่ด้วยสายตาตำหนิปนผิดหวัง สายตาของพวกเขาคมกริบเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจเด็กหนุ่มทั้งสอง
นี่เป็นปัญหาใหญ่ หลี่หางและไล่เจียฉีต่างก้มหน้างุด
หน้าแดงก่ำด้วยความละอายใจ
ทำผิดก็ต้องมีบทลงโทษ และบทลงโทษครั้งนี้ก็ทำให้ทั้งคู่ตระหนักถึงความผิดพลาดของตนอย่างลึกซึ้ง
หลี่อวี่เน้นเสียงหนักแน่น "ความปลอดภัย! ต่อไปนี้ใครเข้าเวรห้ามวอกแวกเด็ดขาด เพราะแค่เผลอนิดเดียว ฐานทัพของเราอาจแตกพ่ายได้..."
"เรื่องนี้ เดี๋ยวค่อยคุยรวมกับทุกคนอีกที ต้องให้ทุกคนตื่นตัวกว่านี้ ห้ามมีครั้งต่อไปอีก"
…
อีกด้านหนึ่ง พ่อแม่ของหลี่กังและหลี่เถี่ยก็กำลังรุมล้อมลูกชายทั้งสองด้วยความเป็นห่วง ถามไถ่กันยกใหญ่พร้อมเสียงอุทานด้วยความตกใจเป็นระยะ
หยางเสี่ยวจูเดิมทีตั้งท่าจะวิ่งไปหาหลี่อวี่ แต่โดนหลี่ซู่ซินกับซวนซวนตัดหน้าไปก่อน พอเห็นคนรุมล้อมหลี่อวี่เยอะขนาดนั้น เธอเลยไม่กล้าเข้าไป
ได้แต่ยืนมองหลี่อวี่อยู่ห่างๆ
จู่ๆ มือของหยางเทียนหลงก็ยื่นมาบังหน้าเธอ "มองอะไรของแก! พี่ชายกลับมาทั้งที ทำไมไม่ไปถามไถ่หน่อยห๊ะ!"
หยางเสี่ยวจูหน้าแดงแปร๊ด ตีแขนหยางเทียนหลงไปทีหนึ่งทำท่าจะเดินหนี
แต่เดินไปได้สองก้าวก็หันกลับมาสำรวจพี่ชายตัวเอง พอเห็นว่าปลอดภัยดี เธอก็วิ่งจู๊ดไปทางวิลล่าทันที
มีเพียงจ้าวต้าเพ่าคนเดียวที่ยืนมองหลี่อวี่และคนอื่นๆ ถูกครอบครัวรุมล้อมด้วยความอบอุ่น เขารู้สึกอิจฉาเล็กๆ ในใจ
เขาได้แต่ยืนโดดเดี่ยวอยู่ตรงนั้น
ทันใดนั้น หลี่หางเหมือนจะสังเกตเห็นความโดดเดี่ยวของจ้าวต้าเพ่า จึงวิ่งเข้ามาทักทาย "พี่เพ่า รอบนี้มันส์ไหม? วันหลังสอนผมยิงปืนหน่อยสิ พี่ผมบอกว่าพี่แม่นมาก"
จ้าวต้าเพ่ามองไปทางหลี่อวี่ที่เดินไกลออกไปแล้ว ตอบกลับว่า "อย่าไปฟังพี่นายมั่วซั่ว พี่ชายนายนั่นแหละ 'เซนส์ปืน' ของจริง เก่งกว่าฉันเยอะ"
"ฮ่าๆ แน่นอน นั่นพี่ชายผมนะ! เออจริงสิ พี่เพ่ายังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม พวกเราเตรียมมื้อเย็นไว้ให้แล้ว เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้นะ"
จ้าวต้าเพ่ามองหลี่หางที่มาเร็วเคลมเร็วแล้วรู้สึกขำ
เขาหันหลังหาพื้นที่ว่างๆ แล้วทิ้งตัวลงนอน หงายหน้ามองท้องฟ้า
ต้องยอมรับเลยว่า ฐานทัพที่หลี่อวี่สร้างขึ้นมานี้สวยงามจริงๆ
ยิ่งในยามค่ำคืนที่มีลมเย็นๆ พัดผ่าน
ป่าไผ่เล็กๆ ที่อยู่ไกลออกไปส่งเสียงซู่ซ่าล้อไปกับสายลม
ในอากาศเจือไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกหอมหมื่นลี้
พื้นหญ้านุ่มนิ่มจนนอนแล้วไม่อยากลุก
เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นดาวพราวระยับ
ดวงดาวกะพริบวิบวาว ราวกับกำลังขับขานบทเพลง
นอนแผ่หลาบนผืนหญ้า...
ไม่ต้องกังวลว่าซอมบี้จะบุกมาตอนไหน
ไม่ต้องระแวงคนรอบข้าง ว่าเมื่อกี้ยังยิ้มให้ วินาทีถัดมาจะเอามีดเสียบพุง
และไม่ต้องกังวลว่าจะต้องอดอยาก
หลี่หางว่องไวมาก ผ่านไปไม่กี่นาทีเขาก็กลับมาพร้อมกะละมังใส่หัวหมู มือหิ้วเบียร์สองขวด และหมั่นโถวอีกเจ็ดแปดลูก
จ้าวต้าเพ่ามองของในมือหลี่หางตาค้าง
หัวหมู?
เฮ้ย แบบนี้ก็ได้เหรอ?
เบียร์ยังเย็นเจี๊ยบอีก?
เชี่ยเอ๊ย!
หลี่หางทำหน้ากวนประสาทใส่จ้าวต้าเพ่า "หัวหมูนี่แช่ไว้ในห้องเย็น วันนี้เพิ่งทำเสร็จสดๆ ร้อนๆ เตรียมไว้ให้พวกพี่โดยเฉพาะเลยนะเนี่ย ฮ่าๆๆ"
ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจของจ้าวต้าเพ่า คนกลุ่มนี้ไม่เคยเห็นเขาเป็นคนนอกเลย
ลองถามดูสิ จะมีสักกี่คนที่เวลากินข้าวจะนึกถึงและเก็บส่วนของคุณไว้ให้
เวลาคุณออกไปข้างนอก ก็คอยเป็นห่วง
แบบนี้จะไม่ให้รู้สึกดีได้ยังไง?
หลี่หางใช้ฟันกัดเปิดฝาขวดเบียร์ จ้าวต้าเพ่าเห็นแล้วรีบเตือน "ระวังเถอะ ฟันจะบิ่นเอา"
หลี่หางยิ้มแล้วส่ายหัว
ทั้งสองชนขวดเบียร์กัน
จ้าวต้าเพ่ามองหัวหมูปรุงรสเผ็ดหอมฉุยตรงหน้า โรยพริกและราดซอสสีสวย กลิ่นหอมเตะจมูก
จ้าวต้าเพ่าที่หิวโซมาทั้งวันถูมือไปมา ก่อนจะคีบเนื้อหมูชิ้นโตเข้าปาก
ค่อยๆ เคี้ยวลิ้มรส
นึกย้อนไปถึงตอนที่ไปห้างเหลียนฮวาเมื่อกลางวัน เขาแอบเข้าไปดูในครัวของพวกนั้น สิ่งที่คนพวกนั้นกิน...
มีแต่แป้งเปียกเละๆ เน่าๆ ดูไม่ได้เลย
รสสัมผัสหอมอบอวลทั่วปาก หัวหมูมีมันแทรกกำลังดี ไม่เลี่ยนเลยสักนิด เผ็ดนิดๆ ผสมกับซอสสีแดงสด
กัดเข้าไปคำเดียว รสชาติระเบิดพล่านในปาก
อร่อยโว้ย!
พอกินคำแรกเสร็จ จ้าวต้าเพ่าก็รีบคว้าหมั่นโถวยัดตามเข้าไป
แล้วกระดกเบียร์ตามไปอึกใหญ่
เรอออกมาดังเอิ๊ก!
โคตรฟิน!
จังหวะนั้น หลี่อวี่ก็เดินเข้ามา ในมือถือกับแกล้มพวกยำฟองเต้าหู้ ยำแตงกวาฝอย และถั่วลิสงทอด พร้อมหมั่นโถว
ที่รักแร้ยังหนีบบุหรี่ฮวาจื่อที่เพิ่งได้มาวันนี้มาด้วยอีกหนึ่งคอตตอน
เขายิ้มร่า "ต้าเพ่า จัดเต็มเลยนี่หว่า!"
พูดจบก็นั่งลง แล้วคว้าเบียร์ขึ้นมากระดกอึกๆ ไปสองคำ
"มาๆ แจมด้วยคน!"
จากนั้นเขาก็หันไปมองหลี่หาง แล้วถีบส่งไปหนึ่งที "ไป... ไปที่โกดัง ยกเบียร์มาลังนึง"
หลี่หางมองค้อนหลี่อวี่ตาละห้อย แต่ก็ไม่กล้าหือ เพราะวันนี้ตัวเองมีความผิดติดตัว
ดีจริงๆ
จ้าวต้าเพ่ามองภาพตรงหน้าแล้วถอนหายใจด้วยความตื้นตัน