บทที่ 67 หาเหตุผลมาสักข้อ

บทที่ 67 หาเหตุผลมาสักข้อ
ผู้จัดการโจวเห็นปืนในมือของหลี่อวี่ก็ชะงักกึกไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้ แล้วฝืนยิ้มพูดขึ้นว่า
"พี่ชาย คุณจะขู่ใครกันครับเนี่ย?"
หลี่อวี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เหนี่ยวไกยิงลงพื้นข้างตัวมันทันที
ปัง ปัง ปัง!
กระสุนเจาะแผ่นเหล็กข้างๆ จนเกิดประกายไฟกระเด็นวูบวาบ
ผู้จัดการโจวสะดุ้งสุดตัว ขาสั่นพับๆ ด้วยความหวาดกลัว รีบพูดละล่ำละลัก
"พี่ชาย! พี่ว่าไงผมว่างั้น ปูนพวกนี้พี่ขนไปได้เลยตามสบายครับ!"
ชายฉกรรจ์อีกเจ็ดแปดคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง พอเห็นหลี่อวี่ชักปืนออกมา ต่างก็รีบวิ่งหนีเข้าไปหลบในโรงงานทันที
หลี่อวี่หันไปสั่งหลี่เถี่ยและคนอื่นๆ ด้านหลัง
"ไปเอาปืนมา"
เขาพยักหน้าให้หลี่หางที่ถือปืนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว
"ตามฉันมา"
หลี่อวี่หันกระบอกปืนชี้หน้าผู้จัดการโจวแล้วถามเสียงเย็น
"ตอนนี้พวกแกเหลือคนอยู่ที่นี่อีกกี่คน?"
ผู้จัดการโจวตอบเสียงสั่นเครือ
"ยะ...ยัง... ยังมีคนงานพาร์ทไทม์อยู่อีกกลุ่มหนึ่งครับ รวมๆ แล้วก็น่าจะสิบกว่าคน"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่อวี่จึงใช้ปืนดันหลังมัน บังคับให้เดินนำทางไปดูคนเหล่านั้น
ผู้จัดการโจวยกมือขึ้นเหนือหัว เดินลากขาอย่างอิดออดเข้าไปในตัวโรงงาน
หลี่อวี่เริ่มรำคาญ จึงเอาปืนจ่อหัวมัน
"เดินให้มันเร็วๆ หน่อย!"
หลี่หางและหลี่หงหยวนเดินตามประกบหลังมาติดๆ
ภายในโถงกว้างของโรงงาน ชายฉกรรจ์กลุ่มเมื่อครู่ที่ยืนถือไม้หน้าสามอยู่หน้าประตู พอเห็นหลี่อวี่กับหลี่หางเดินถือปืนเข้ามา ก็รู้ทันทีว่าอาวุธในมือตัวเองไร้ประโยชน์สิ้นดี
พวกมันรีบทิ้งไม้ลงพื้นราวกับของร้อน
หลี่อวี่หรี่ตามองสำรวจคนกลุ่มนี้ สภาพภายนอกดูมอมแมมก็จริง แต่ดูแล้วเรื่องอาหารการกินน่าจะไม่ได้ขาดแคลนอะไร
โดยเฉพาะไอ้ผู้จัดการโจวคนนี้ ยังลงพุงหน้ามันแผล็บอยู่เลย
หลี่อวี่เล็งปืนคุมเชิงพลางครุ่นคิดว่าจะจัดการกับคนพวกนี้ยังไงดี เพราะการขนย้ายปูนจำนวนมากขนาดนี้เป็นเรื่องใหญ่
ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบาดังแว่วมา
หลี่อวี่หูผึ่ง หันปากกระบอกปืนสั่งผู้จัดการโจวและลูกน้องให้ไปนั่งยองๆ รวมกัน เอามือกุมหัว ห้ามขยับ
หลี่หางยืนถือปืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ
หลี่อวี่กับหลี่หงหยวนเดินตามเสียงนั้นไปจนพบห้องหนึ่งอยู่ข้างโถงใหญ่
ประตูห้องเป็นลูกกรงเหล็ก มองแวบแรกนึกว่าประตูคุก
ภายในห้องมีคนอยู่หกคน
ใบหน้าของพวกเขาดูคุ้นตาพิกล... เหมือนว่าจะเป็นคนงานที่หลี่อวี่เคยจ้างมาช่วยสร้างกำแพงฐานทัพเมื่อตอนนั้น
คนพวกนี้เป็นคนในตำบลเดียวกัน แถมยังมีสามคนที่มาจากหมู่บ้านข้างๆ ด้วย
ปกติคนกลุ่มนี้ถ้าไม่ออกไปทำงานต่างถิ่น ก็จะหางานทำแถวบ้าน แต่เพราะงานประจำหายาก ส่วนใหญ่เลยรับจ้างทั่วไป
ตอนที่สร้างกำแพงฐานทัพเสร็จ หลี่อวี่จ่ายค่าแรงแล้วก็แยกย้ายกันไป ไม่ได้ให้พวกเขารู้เห็นเรื่องการขนเสบียงเข้าฐานหลังจากนั้น
พูดง่ายๆ คือคนงานพวกนี้มีส่วนแค่ตอนสร้างกำแพงชั้นนอก
สภาพของทั้งหกคนแตกต่างจากพวกผู้จัดการโจวราวฟ้ากับเหว ผอมโซจนหนังหุ้มกระดูก บางคนนอนหมดแรงอยู่บนเตียงอย่างน่าเวทนา
หลี่อวี่มองด้วยความสงสัย
จังหวะนั้นเอง ชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าที่นอนอยู่บนเตียงเงยหน้าขึ้นมาเห็นพวกหลี่อวี่ แววตาฉายความประหลาดใจ เพราะคนตำบลเดียวกันย่อมจำหลี่อวี่กับพ่อของเขาได้
ชายคนนั้นถามเสียงแหบแห้ง
"เถ้าแก่หลี่... พวกคุณมาทำอะไรที่นี่ครับ?"
หลี่อวี่ไม่ตอบ แต่ถามกลับไปว่า
"ทำไมพวกน้าถึงผอมโซกันขนาดนี้? ฉันดูพวกผู้จัดการโจวมันก็ไม่ได้ดูอดอยากอะไรนี่นา"
พูดจบเขาก็ปรายตามองไปทางกลุ่มผู้จัดการโจว ที่ดูเหมือนจะได้ยินบทสนทนาจึงพากันก้มหน้าหลบสายตา
"พวกเราเป็นแค่ลูกจ้างรายวันครับ ทำงานวันต่อวัน กินข้าววันต่อวัน ได้เงินรายวัน... รอดมาถึงตอนนี้ได้ก็ถือว่าบุญแล้ว เฮ้อ..." ชายบนเตียงถอนหายใจยาว
ชายหนุ่มอีกคนที่ดูอายุน้อยกว่าพูดแทรกขึ้นมาด้วยความแค้น
"พวกมันเป็นพนักงานประจำ ส่วนพวกเราเป็นแค่พนักงานชั่วคราว คนละพวกกัน มันไม่นับญาติกับเราหรอก พวกมันเป็นคนถิ่นตำบลหลงฮวาด้วยกัน เลยรวมหัวกันเอง"
ชายคนเดียวที่ยังพอยืนไหวพูดเสริม
"จริงๆ พวกเราก็พอมีเสบียงตุนไว้บ้าง แต่กินหมดไปแล้ว ข้าวสารในโรงอาหารพวกมันก็ยึดไปหมด ไม่แบ่งให้พวกเราสักเม็ด"
หลี่อวี่ฟังแล้วก็รู้สึกว่าคนงานพวกนี้ซื่อเกินไป
เขามองไปทางกลุ่มผู้จัดการโจวที่มีกันแปดคน ร่างกายกำยำแข็งแรง...
กำลังจะอ้าปากถามว่าทำไมไม่ไปแย่งชิงอาหารมา
ชายบนเตียงก็พูดด้วยสายตาเคียดแค้น จ้องเขม็งไปที่ผู้จัดการโจว
"พวกมันกลัวเราจะแย่งอาหาร คืนก่อนตอนพวกเราหลับ มันแอบมาล็อคประตูขังพวกเราไว้ในหอนี้!"
"แต่ละวันให้น้ำแค่นิดเดียว ข้าวก็แทบไม่มี... พวกมันกะจะขังให้พวกเราอดตาย!"
ชายคนที่ยืนอยู่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"ผมว่าพวกมันกะจะเลี้ยงไข้พวกเราไว้... รอวันที่ของกินหมด แล้วก็จับพวกเรากิน!"
ประโยคนั้นทำเอาหลี่หงหยวนที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับขนลุกซู่จนเหงื่อกาฬแตก
หลี่อวี่มองชายคนพูดอย่างพินิจพิเคราะห์ คิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เป็นไปได้
แต่มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเป็นเรื่องจริง
เขาหวนนึกถึงตอนสร้างฐานทัพ ตอนนั้นใช้คนงานประมาณสามสิบกว่าคน สร้างกำแพงยาวหลายกิโลเมตร ใช้เวลาหลายเดือน
ตอนนี้เขาต้องการสร้าง 'ป้อมปราการหน้าประตู' แม้ความยาวจะไม่ถึงร้อยเมตร แต่เขาก็ไม่มีแรงงานมากพอ ที่สำคัญคือต้องใช้คนงานที่มีฝีมือ
หลี่อวี่มองคนงานทั้ง 6 คนตรงหน้า คนพวกนี้เคยสร้างกำแพงให้เขามาก่อน
ฝีมือย่อมไว้ใจได้
ดูจากสถานการณ์ ตอนนี้พวกเขาก็ถูกกลุ่มผู้จัดการโจวขังไว้เหมือนสัตว์
หลี่อวี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ตัดสินใจว่าจะช่วยพวกเขา ไว้ใช้งานสร้างฐานทัพในอนาคต!
ส่วนเรื่องจะให้เข้ามาอยู่ในฐานหรือไม่นั้น หลี่อวี่ยังไม่ตัดสินใจ ถึงจะรับเข้ามา ก็ต้องมีการตรวจสอบและสังเกตพฤติกรรมกันอีกยาว เขาต้องระมัดระวังตัวที่สุด
หลี่อวี่เปิดประตูห้องขังแล้วพูดขึ้น
"ฉันจะช่วยพวกน้าออกไป"
ทันทีที่ประตูเปิดออก หลี่เถี่ยและคนอื่นๆ ก็ถือปืนเดินเข้ามาพอดี
คนงานเหล่านั้นเห็นปืนในมือพวกหลี่อวี่ก็ตกใจเล็กน้อย แต่ความดีใจที่ประตูเปิดออกมีมากกว่า
หลี่อวี่สั่งให้หลี่หางไปยกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากรถมาสองสามลัง
พอเห็นของกิน ทั้งหกคนตาวาวโรจน์ แกะห่อกินดิบๆ ยัดใส่ปากอย่างตะกละตะกลาม
หลี่อวี่เห็นสภาพแล้วจึงส่งน้ำเปล่าให้
"ค่อยๆ กิน เดี๋ยวก็ติดคอตายหรอก"
พวกคนงานรีบกล่าวขอบคุณทั้งน้ำตา
จากนั้นหลี่อวี่ก็พาหลี่เถี่ยไปสำรวจห้องอื่นๆ พบว่าเสบียงไม่ได้ขาดแคลนขนาดนั้น
ด้วยความเป็นโรงงานที่มีโรงอาหาร เลยมีข้าวสารตุนไว้เลี้ยงคนหลายสิบคนได้สบายๆ
ในห้องหนึ่งยังเจอข้าวสารกระสอบละ 50 กิโลกรัมอีกสามกระสอบ
หลี่อวี่สั่งให้สองพี่น้องหลี่ฮ่าวเสียนยกขึ้นรถทันที
เขามองดูคนงานท้องถิ่นที่กำลังกินอย่างหิวโหยด้วยสายตาระแวดระวัง ก่อนจะดึงตัวหลี่เถี่ยมาสั่งกำชับให้จับตาดูคนกลุ่มนี้ไว้ให้ดี
สั่งงานเสร็จ เขาก็เดินกลับไปหากลุ่มผู้จัดการโจว
เขามองออกไปนอกประตู เห็นโกดังเก็บปูนซีเมนต์ฝั่งตรงข้าม
ลุงใหญ่ขับรถบรรทุกหนักไปจอดรอเทียบท่าเรียบร้อยแล้ว
หลี่อวี่ชี้ปืนไปที่หัวของผู้จัดการโจว
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"หาเหตุผลมาสักข้อสิ... ที่จะทำให้ฉันไม่ฆ่าพวกแกทิ้งซะเดี๋ยวนี้"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 67 หาเหตุผลมาสักข้อ

ตอนถัดไป